มาตรา ๑๗๖附則
มาตรา ๑๗๖ ให้กรมประมงจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อัตราค่าอากร ใบอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำการประมงตามประเภทเครื่องมือทำการประมง (๑) ประเภทเครื่องมืออวนลาก เมตรละ ๕๐๐ บาท (๒) ประเภทเครื่องมืออวนล้อมจับ เมตรละ ๒๐ บาท (๓) ประเภทเครื่องมืออวนช้อน อวนยก หรืออวนครอบ เมตรละ ๓๐ บาท (๔) ประเภทเครื่องมืออวนติดตาหรือข่าย เมตรละ ๒ บาท (๕) ประเภทเครื่องมืออวนอื่น เมตรละ ๑๐ บาท (๖) ประเภทเครื่องมือคราด อันละ ๓,๔๐๐ บาท (๗) ประเภทเครื่องมือโป๊ะ ลูกละ ๔,๐๐๐ บาท (๘) ประเภทเครื่องมือลอบ ลูกละ ๒๐ บาท (๙) ยอขันช่อ ช้อนขันช่อ ช้อนสนั่น หรือช้อนหางเหยี่ยวมีเครื่องยก ปากละ ๖๐๐ บาท (๑๐) ช้อนปีก ยอปีก หรือบาม ปากละ ๘๐๐ บาท (๑๑) ช้อนอื่นนอกจาก (๙) และ (๑๐) ที่มีปากกว้าง ตั้งแต่ ๓.๕ เมตรขึ้นไป ปากละ ๒๐๐ บาท (๑๒) เบ็ดราวยาวตั้งแต่ ๑๐๐ เมตรขึ้นไป สายละ ๘๐ บาท (๑๓) แหยาวตั้งแต่สามเมตรขึ้นไป ปากละ ๒๐๐ บาท (๑๔) ประเภทเครื่องมืออื่น ๆ หน่วยละ ๑,๐๐๐ บาท อัตราค่าธรรมเนียม (๑) ใบอนุญาตทำการประมง ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ตารางเมตรละ ๕ บาท (๓) ใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน สัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๔)[๕๖] การจดทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท (๕) ใบอนุญาตให้ทำงานในเรือประมง ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๖) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๗) การโอนใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๘) การต่ออายุใบอนุญาต ครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ยังขาดมาตรการในการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำการประมงในน่านน้ำไทยและนอกน่านน้ำไทย เพื่อป้องกันมิให้มีการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งยังขาดการบริหารจัดการการทำการประมงให้สอดคล้องกับการผลิตสูงสุดของธรรมชาติเพื่อให้สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน และหากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนอาจมีผลกระทบต่อการประมงของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อเพิ่มมาตรการในการควบคุม เฝ้าระวัง สืบค้น และตรวจสอบการประมง อันเป็นการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรประมงและสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน และโดยที่การดำเนินการดังกล่าวต้องกระทำให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วเพื่อมิให้กระทบต่อการส่งออกสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของประเทศไทยซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ พระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๕๗]