ข้อ ๗
ข้อ ๗ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของผังเมืองรวมนี้ ให้มีมาตรการในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินได้ร่นแนวอาคารพร้อมรั้ว กำแพง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นห่างเขตทางสองฟากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑๐ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๑๔ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑๖ ในระยะมากกว่า ๑๒ เมตร และจัดให้เป็นพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีพื้นที่อาคารรวมเพิ่มขึ้นหลังจากคิดคำนวณอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินรวมตามข้อกำหนดของที่ดินแต่ละประเภทได้อีกไม่เกินสองเท่าของพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ (๒) กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินได้ร่นแนวอาคารพร้อมรั้ว กำแพง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นห่างเขตแหล่งน้ำสาธารณะ ในระยะมากกว่า ๑๒ เมตร และจัดให้เป็นพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีพื้นที่อาคารรวมเพิ่มขึ้นหลังจากคิดคำนวณอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินรวมตามข้อกำหนดของที่ดินแต่ละประเภทได้อีกไม่เกินสองเท่าของพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ (๓) กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินอันเป็นที่ตั้งโรงงานหรือคลังสินค้าได้ร่นแนวอาคารพร้อมรั้ว กำแพง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ในระยะมากกว่า ๑๒ เมตร และจัดให้เป็นพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีพื้นที่อาคารรวมเพิ่มขึ้นหลังจากคิดคำนวณอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินรวมตามข้อกำหนดของที่ดินแต่ละประเภทได้อีกไม่เกินสองเท่าของพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ (๔) การประกอบกิจการโรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้หรือคลังสินค้าที่มีพื้นที่อาคารรวมกันทุกหลังมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร จะต้องมีแปลงที่ดินที่ตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า ๘ เมตร หรือถนนมีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า ๘ เมตร ที่จัดไว้เพื่อใช้เป็นทางเข้าออกจากแปลงที่ดินนั้นไปสู่ถนนสาธารณะและให้บุคคลทั่วไปได้ใช้ประโยชน์อย่างถนนสาธารณะ (๕) การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ หากแปลงที่ดินมีพื้นที่ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑๐ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๑๔ ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒ เมตร หรือตามความสูงที่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นซึ่งไม่เกิน ๑๒ เมตร โดยการวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร การเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินตาม (๑) ถึง (๓) ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินรวมกันเพิ่มได้อีกไม่เกินสองเท่าของพื้นที่โล่งเพื่อประโยชน์สาธารณะ กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินได้ปฏิบัติตาม (๑) ถึง (๓) ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้โดยไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเกี่ยวกับความสูงของอาคาร และขนาดของอาคาร