ข้อ ๑๒
ข้อ ๑๒ ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ ที่มีตัวยาโคเดอีน (codeine) ผสมกับตัวยาฟีนิลโทลอกซามีน (phenyltoloxamine) ต้องมีคำเตือนหรือข้อควรระวังการใช้ดังนี้ (ก) คำเตือน (๑) ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยานี้ (๒) ห้ามดื่มสุราหรือสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ในระหว่างการใช้ยานี้ (๓) ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกดการหายใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจบกพร่องอย่างรุนแรง หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคหืด (๔) ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงหรือภาวะความดันในช่องไขสันหลังสูง (๕) ห้ามใช้ในผู้ป่วยลำไส้ไม่ทำงาน (paralytic ileus) หรือผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบอย่างรุนแรง (severe inflammatory bowel disease) (๖) ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจวายที่มีสาเหตุจากโรคปอดเรื้อรัง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ (๗) ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการสั่นเพ้อเหตุขาดสุรา (delirium tremens) (๘) ห้ามใช้ในผู้ป่วยหลังการผ่าตัดระบบทางเดินน้ำดี หรือผู้ป่วยที่คาดว่าจะต้องได้รับการผ่าตัดช่องท้อง (๙) ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี หากจำเป็นต้องใช้ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ (ข) ข้อควรระวังการใช้เป็นพิเศษ (๑) สตรีมีครรภ์ สตรีระยะให้นมบุตร เด็ก และผู้สูงอายุ (๒) ผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง (๓) ผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานผิดปกติของต่อมไทรอยด์หรือต่อมหมวกไต (๔) ผู้ป่วยที่มีภาวะอุดกั้นที่ส่วนคอกระเพาะปัสสาวะ (bladder neck obstruction) (๕) ผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะคั่ง (๖) ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคที่ระบบทางเดินหายใจทำงานบกพร่อง ผู้ป่วยโรคต้อหินชนิดมุมปิด โรคต่อมลูกหมากโต โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคลมชัก หรือโรคทางจิตเวช เช่น โรคจิต โรคอารมณ์ซึมเศร้า (๗) ผู้ที่มีประวัติการติดยาหรือสารเสพติด (ค) ข้อควรระวังการใช้ทั่วไป (๑) ผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มโอปิออยด์ (opioids) หรือยาต้านฮิสตามีนกลุ่มเอทาโนลามีน (ethanolamine antihistamines) (๒) ใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง (๓) ยานี้อาจทำให้ง่วงซึมจึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงอันตราย (๔) ยานี้อาจทำให้ความดันเลือดต่ำ กดการหายใจ หัวใจเต้นช้าลง หรือหัวใจหยุดเต้น (asystole) (๕) ยานี้อาจทำให้เกิดผื่น คัน ซึมเศร้า หรืออารมณ์ละเหี่ย (dysphoria) (๖) ยานี้อาจเพิ่มความดันในช่องไขสันหลัง (๗) ยานี้อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อแข็งเกร็งผิดปกติได้ (๘) การใช้ยาโคเดอีน (codeine) ถึงแม้จะใช้ในขนาดรักษา ยาจะถูกเปลี่ยนเป็นมอร์ฟีน (morphine) ซึ่งมีฤทธิ์กดการหายใจได้มากในผู้ป่วยที่มีเอ็นไซม์ CYP2D6 ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก (๙) หากใช้ยานี้ติดต่อกันนานอาจทำให้ดื้อยาและเสพติดได้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานนอกจากแพทย์สั่ง หากใช้เป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดใช้เพราะอาจเกิดกลุ่มอาการขาดยา (๑๐) ควรพบแพทย์หากมีไข้ ผื่นขึ้น ปวดศีรษะต่อเนื่อง เจ็บคอร่วมกับอาการไอ หรือใช้ยาเกิน ๗ วันแล้วอาการไอยังไม่ดีขึ้น (๑๑) เมื่ออาการไอทุเลาควรหยุดใช้ยานี้