ข้อ ๓๕
ข้อ ๓๕ การจดทะเบียน ทันทีที่อนุสัญญาฉบับนี้มีผลใช้บังคับ รัฐบาลเจ้าภาพจะต้องจดทะเบียนอนุสัญญานั้นไว้กับสำนักเลขาธิการของสหประชาชาติตามข้อ ๑๐๒ ของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อเป็นพยานในการนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยถูกต้อง ได้ลงนามอนุสัญญาฉบับนี้ ทำขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ยี่สิบแปด เดือนตุลาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบแปด เป็นภาษาอังกฤษเป็นต้นฉบับฉบับเดียว ตัวบทของอนุสัญญาฉบับนี้ที่ได้ทำเป็นภาษาทางการภาษาอื่น ๆ ของรัฐสมาชิกขององค์การจะต้องได้รับการรับรองความถูกต้องโดยฉันทามติจากรัฐสมาชิกทั้งหมดขององค์การ ตัวบทอนุสัญญาเหล่านั้นจะต้องเก็บรักษาไว้ที่บรรณสารของรัฐบาลเจ้าภาพ ซึ่งจะต้องส่งสำเนาที่ได้รับการรับรองความถูกต้องให้กับรัฐที่ลงนามและรัฐที่ทำการภาคยานุวัติ ทุกรัฐ อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศมองโกเลีย อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐเปรู อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศไทย อนุสัญญาฉบับนี้เป็นไปเพื่อ และในนามของ รัฐบาลประเทศสาธารณรัฐตุรกี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก (Convention of the Asia Pacific Space Cooperation Organization (APSCO)) ที่รัฐบาลแห่งประเทศไทยได้ลงนามเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งตามอนุสัญญานี้ ภาคีอนุสัญญา แต่ละประเทศต้องให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาแก่องค์การ บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ขององค์การ และผู้แทนรัฐสมาชิกแต่ละประเทศขององค์การ ดังนั้น เพื่อให้การคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การในประเทศไทยเป็นไปตามอนุสัญญาดังกล่าว และเพื่อให้องค์การเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ปัทมา/แก้ไข วศิน/ตรวจ ๕ มีนาคม ๒๕๕๓ โชติกานต์/ปรับปรุง ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๓๕/๙ มกราคม ๒๕๕๑