มาตรา ๔
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งและพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดบทนิยามคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หมายความรวมถึงข้าราชการ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่อื่น ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย สมควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐและกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญขึ้นตามพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญและข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดบทนิยามคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หมายความรวมถึงข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและกำหนดให้ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สมควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓[๔] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติขึ้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐ เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับราชการทั่วไปของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดบทนิยามคำว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หมายความรวมถึงข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและให้กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย สมควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓[๕] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการกำหนดให้มีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และจัดตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา โดยมีเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และพนักงานของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดบทนิยามว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้หมายความรวมถึงข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและให้กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย สมควรกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐและกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๔[๖] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้บัญญัติให้มีตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง แต่โดยที่พระราชบัญญัติประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการออกบัตรประจำตัวให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทนั้น ยังมิได้กำหนดให้ตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สมควรให้ตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ ปณต/จัดทำ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๒๘ ก/หน้า ๒๖/๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๒ [๒]