มาตรา ๕
มาตรา ๕ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากจังหวัดกระบี่ จังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง ยังไม่มีการจัดตั้งศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นไว้โดยเฉพาะ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนและคดีครอบครัวจึงต้องกระทำในศาลจังหวัด ทำให้เด็กและเยาวชนผู้ถูกดำเนินคดีไม่ได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ประกอบกับมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้ดำเนินการเปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ให้มีเขตอำนาจครอบคลุมทุกจังหวัดภายในกำหนดสามปี นับแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ สมควรเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดกระบี่ ศาลจังหวัดชัยนาท ศาลจังหวัดชุมพร ศาลจังหวัดตาก ศาลจังหวัดนครนายก ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ศาลจังหวัดพะเยา ศาลจังหวัดพังงา ศาลจังหวัดพิจิตร ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ศาลจังหวัดยโสธร และศาลจังหวัดระนอง ตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป เพื่อทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว และโดยที่มาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดใดจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ นฤดล/ผู้ตรวจ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๗๙ ก/หน้า ๗/๔ สิงหาคม ๒๕๔๙