我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 73

มาตรา ๗๓附則

มาตรา ๗๓ ในกรณีที่ได้มีประกาศกำหนดประเภทที่จับสัตว์น้ำไว้ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นประกาศที่ออกตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป ประทานบัตร อาชญาบัตร และใบอนุญาตที่ออกก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าเป็นประทานบัตร อาชญาบัตร และใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี และให้คงใช้ต่อไปได้จนหมดอายุแห่งประทานบัตร อาชญาบัตร และใบอนุญาตนั้น ๆ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเรือตรี ถ. ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี บัญชีหมายเลข ๑ อัตราเงินอากรค่าที่อนุญาต ลำดับ ประเภทที่อนุญาต อัตราเงินอากร ๑. โป๊ะน้ำลึก แห่งละ ๒๐๐.๐๐ บาท ๒. อวนรัง แห่งละ ๒๐๐.๐๐ บาท ๓. โป๊ะน้ำตื้น แห่งละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๔. เฝือกรัง แห่งละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๕. จิบ แห่งละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๖. ลี่ แห่งละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๗. สุก แห่งละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๘. โพงพาง ช่องละ ๑๐๐.๐๐ บาท ๙. ร้านโจน แห่งละ ๑๐๐.๐๐ บาท ๑๐. รั้วไซมาน ช่องละ ๕๐.๐๐ บาท ๑๑. กั้นซู่รั้วไซมาน ช่องละ ๕๐.๐๐ บาท ๑๒. ช้อนปีก แห่งละ ๕๐.๐๐ บาท ๑๓. ยอปีก แห่งละ ๕๐.๐๐ บาท ๑๔. บาม แห่งละ ๒๕.๐๐ บาท ๑๕. ยอขันช่อ แห่งละ ๒๐.๐๐ บาท ๑๖. ช้อนขันช่อ แห่งละ ๒๐.๐๐ บาท ๑๗. จันทา แห่งละ ๑๐.๐๐ บาท ๑๘. กร่ำ ตารางเมตรละ ๑.๐๐ บาท ๑๙. บ่อล่อสัตว์น้ำ ตารางเมตรละ ๐.๕๐ บาท ๒๐. ที่เลี้ยงหอย ตารางเมตรละ ๐.๐๕ บาท บัญชีหมายเลข ๒ อัตราเงินอากรอาชญาบัตรสำหรับเครื่องมือในพิกัด ลำดับ ชื่อเครื่องมือ อัตราเงินอากร ๑. ยอขันช่อ ช้อนขันช่อ ช้อนสนั่น และช้อนหางเหยี่ยวมี เครื่องยก ปากละ ๒๐.๐๐ บาท ๒. ถุงโพงพาง ถุงละ ๒๐.๐๐ บาท ๓. ถุงบาม ปากละ ๑๕.๐๐ บาท ๔. เรือผีหลอกหรือเรือกัตรา ลำละ ๑๐.๐๐ บาท ๕. แหยาวตั้งแต่ ๔ เมตรขึ้นไป ปากละ ๑๐.๐๐ บาท ๖. ช้อนต่าง ๆ ปากกว้างตั้งแต่ ๓.๕ เมตรขึ้นไป ปากละ ๑๐.๐๐ บาท ๗. เบ็ดราวยาวตั้งแต่ ๔๐ เมตรขึ้นไป สายละ ๕.๐๐ บาท ๘. ข่ายหรืออวนต่าง ๆ ยาว เมตรละ ๕.๐๐ บาท ๙. เฝือกหรือเครื่องกั้น ยาว เมตรละ ๑.๐๐ บาท บัญชีหมายเลข ๓ อัตราเงินอากรค่าใบอนุญาตรายบุคคลผู้ทำการประมง ลำดับ รายการ อัตราเงินอากร ๑. ใบอนุญาตรายบุคคลผู้ทำการประมงโดยใช้เครื่องมือนอกพิกัด ในที่อนุญาต คนละ ๑๕.๐๐ บาท ๒. ใบอนุญาตหาหอยแมลงภู่และหอยกะพง คนละ ๑๕.๐๐ บาท ๓. ใบอนุญาตหาเทียนหอยและหอยมุกด์ คนละ ๑๕.๐๐ บาท บัญชีหมายเลข ๔ อัตราค่าธรรมเนียม ลำดับ รายการ อัตราค่าธรรมเนียม ๑. ใบอนุญาตสำหรับทำการค้าสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และ อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ..............................................ปีละ ๑๕๐.๐๐ บาท ๒. ค่าโอนประทานบัตร ฉบับละ ๒๐.๐๐ บาท ๓. ค่าโอนใบอนุญาต อาชญาบัตร ฉบับละ ๒๐.๐๐ บาท ๔. ออกใบแทนอาชญาบัตร ใบอนุญาตประทานบัตร ฉบับละ ๑๐.๐๐ บาท ๕. ใบอนุญาตสำหรับผู้มีอาชีพทำการประมง ปีละ ๑๐.๐๐ บาท ๖. ค่าสลักหลังใบอาชญาบัตรเพื่อแก้ไขหรือเพิ่มเติม ผู้มีสิทธิใช้เครื่องมือทำการประมง ครั้งละ ๕.๐๐ บาท พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖[๑๐] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยปรากฏว่าเวลานี้มีผู้ใช้วัตถุระเบิดทำการประมงทั้งในน่านน้ำจืดและน่านน้ำเค็มกันเป็นจำนวนมาก อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ผู้ฝ่าฝืนไม่ค่อยกลัวเกรงเพราะโทษแห่งความผิดได้กำหนดไว้ให้ในอัตราต่ำ และการจับกุมผู้กระทำผิด ก็จับได้ด้วยความยากลำบาก การใช้วัตถุระเบิดทำการประมงนั้น ปรากฏจากผลของการทดลองของกองทัพเรือ ร่วมกับกรมการประมงว่า เป็นการทำลายพันธุ์ปลาชนิดดี ๆ อย่างร้ายแรงมาก การใช้วัตถุระเบิดส่วนมาก ผู้ฝ่าฝืนใช้ตามหินกองในท้องทะเลซึ่งมีปลาพันธุ์ดีอาศัยอยู่ เช่นปลาเหลือง ปลาสีกุน การระเบิดครั้งหนึ่ง ๆ ปรากฏว่าได้ทำลายพันธุ์ปลาที่อยู่ในรัศมีการระเบิดโดยสิ้นเชิง ทั้งปลาใหญ่และลูกปลาที่เป็นปลาที่มีราคาและปลาเหล่านี้ เป็นปลาประจำท้องที่ ถ้าหากยังมีการฝ่าฝืนเช่นนี้ต่อไปอีก ไม่ช้าพันธุ์ปลาดี ๆ ในท้องทะเลก็จะถูกทำลายให้สูญพันธุ์ในกาลต่อไปได้ เป็นการทำลายอาชีพการประมงของบรรดาชาวประมง และบัดนี้ก็ปรากฏว่าเครื่องมือทำการประมงบางชนิดเช่น อวนยอ อวนมุโร เบ็ดสาย ลอบปะทุน ทำการประมงไม่ได้ผล เพราะบริเวณที่ใดถูกระเบิด ปลาก็ถูกทำลายแทบหมดสิ้น ไม่มีพันธุ์พอที่จะเกิดและเพิ่มปริมาณให้มีการจับได้อีกเป็นเวลานาน ทำให้ชาวประมงที่ใช้เครื่องมือประจำที่ทำการจับไม่ได้ต่างพากันร้องว่าเดือดร้อน ฉะนั้น จึงควรกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนไว้ในอัตราสูง เพื่อปราบปรามให้เข็ดหลาบ และป้องกันการทำลายพันธุ์ปลาไว้มิให้ถูกทำลายหมดไป โดยการกระทำของผู้เห็นประโยชน์ส่วนตัวเฉพาะหน้า อนึ่ง ปรากฏว่ามีผู้ฝ่าฝืนทำการบุกรุกและวิดน้ำจับสัตว์น้ำ ในที่จับสัตว์น้ำอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ โดยมิได้รับอนุญาต เป็นเหตุให้เกิดการเสียหายแก่ที่จับสัตว์น้ำและพันธุ์สัตว์น้ำ จึงเห็นควรแก้ไขให้การควบคุมและการรักษาพันธุ์สัตว์น้ำได้ประโยชน์รัดกุมยิ่งขึ้น พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ พ.ศ. ๒๕๑๓[๑๑] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ เนื่องจากปรากฏว่าได้มีผู้มีปลาปิรันยา (Piranha) หรือปลาคาริบี (Caribe) ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดในสกุลเซราซาลมัส (Serasalmus) และมีแหล่งกำเนิดเดิมอยู่ในแม่น้ำอะเมซอน ประเทศบราซิล ไว้ในครอบครอง ปลาชนิดนี้เป็นปลาขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายปลาแปบ หรือปลาโคก แต่มีฟันคมและมีนิสัยดุร้ายมาก ชอบอาศัยอยู่เป็นฝูง ชอบรุมกัดกินเนื้อมนุษย์และสัตว์ทุกขนาดเป็นอาหาร เช่น โค กระบือ ม้า ฯลฯ ที่ลงไปในแม่น้ำลำคลองที่ปลานี้อาศัยอยู่ และบัดนี้มีผู้นำหรือสั่งปลาในสกุลนี้มาจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยหลายราย โดยจำหน่ายเป็นปลาประเภทสวยงาม และแปลกประหลาด ถ้าปล่อยให้มีปลาในสกุลนี้ไว้ในครอบครองอาจจะมีการผสมพันธุ์ปลาในสกุลนี้ขึ้นจำหน่าย หรืออาจจะมีผู้นำไปปล่อยในแหล่งน้ำสาธารณะ ปลาสกุลนี้จะขยายพันธุ์และแพร่หลายทั่วไปจะเป็นอันตรายต่อประชาชน สัตว์เลี้ยงและสัตว์น้ำอย่างยิ่ง จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติการประมง โดยห้ามมิให้มีสัตว์น้ำตามที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อการค้าหรือไม่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และโดยที่เป็นกรณีเหตุฉุกเฉินมีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความปลอดภัยสาธารณะหรือป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ ก่อนที่จะได้มีการขยายพันธุ์จนสายเกินที่จะป้องกันกำจัดได้ สมควรออกพระราชกำหนดโดยด่วน พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ พ.ศ. ๒๕๑๓ พ.ศ. ๒๕๑๓[๑๒]

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查