ข้อ ๑๙
ข้อ ๑๙ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิคัดค้านกรรมการได้ โดยทําเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านว่าจะทําให้การพิจารณาอุทธรณ์ไม่ได้ความจริงหรือความยุติธรรมอย่างไร ยื่นต่อประธาน ก.ขป. ก่อนที่ ก.ขป. เริ่มวินิจฉัยอุทธรณ์ ถ้ากรรมการผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในการกระทําผิดวินัยที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษทางวินัยหรือการกระทําที่ผู้อุทธรณ์ถูกสั่งให้ออกจากราชการ (๒) มีส่วนได้เสียในการกระทําผิดวินัยที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษทางวินัยหรือการกระทําที่ผู้อุทธรณ์ถูกสั่งให้ออกจากราชการ (๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้อุทธรณ์ (๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้สั่งลงโทษทางวินัยหรือสั่งให้ออกจากราชการ (๕) เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดําเนินการทางวินัยหรือการสั่งให้ออกจากราชการ (๖) มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติหรือทางการสมรสกับบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) อันอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้อุทธรณ์ เมื่อประธาน ก.ขป. ได้รับหนังสือคัดค้าน ให้แจ้งกรรมการผู้ถูกคัดค้านทราบก่อนเริ่มพิจารณาอุทธรณ์เพื่อให้พิจารณาว่าสมควรถอนตัวหรือไม่ กรรมการซึ่งมีกรณีตามวรรคหนึ่ง อาจขอถอนตัวจากการพิจารณาอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากประธาน ก.ขป. ในกรณีที่กรรมการผู้ถูกคัดค้านมิได้ขอถอนตัว ให้ที่ประชุม ก.ขป. พิจารณาข้อเท็จจริงที่คัดค้านว่ามีเหตุที่จะทําให้การพิจารณาไม่ได้ความจริงหรือความยุติธรรมหรือไม่ อย่างไร หากที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้านซึ่งเข้าร่วมประชุมเห็นว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นไปตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ให้แจ้งกรรมการผู้นั้นทราบ และไม่ให้ร่วมพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น เว้นแต่การให้กรรมการผู้นั้นร่วมพิจารณาอุทธรณ์จะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าเพราะจะทําให้ได้ความจริงหรือความยุติธรรมจะอนุญาตให้ร่วมพิจารณาอุทธรณ์ด้วยก็ได้