ข้อ ๓
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑๕ ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ดําเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ของอากาศยาน (๒) ดําเนินการหรือสนับสนุนการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นแก่ยานพาหนะ และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการขนส่งทางถนน ทางน้้า และทางราง ตามที่กฎหมายกําหนด หรือตามที่ได้รับมอบหมาย และประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเพื่อสนับสนุน การปฏิบัติงาน (๓) รับแจ้งอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ที่เกิดแก่อากาศยาน และยานพาหนะและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่ใช้ในการขนส่งทางถนน ทางน้า และทางราง ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน หน้า ๒๓ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๕ (๑ ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ของอากาศยาน และยานพาหนะและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการขนส่งทางถนน ทางน้้า และทางราง (@) จัดทํารายงานด้านเทคนิคหรือรายงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความปลอดภัย ตามที่กฎหมายกําหนดหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และเผยแพร่รายงานการสอบสวน ข้อมูลและสถิติด้านอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น และข้อมูล ความปลอดภัยอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ (๒) ติดตามความคืบหน้าการดําเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ตามข้อเสนอแนะและคําแนะนํา เกี่ยวกับการดําเนินการเชิงป้องกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัย (๓) ดําเนินการหรือสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้ด้านการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ของอากาศยาน และยานพาหนะและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการขนส่งทางถนน ทางน้า และทางราง แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง (๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย” ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๐๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขชื่อสํานักงาน คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน เป็นศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง และกําหนดอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสม กับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะทําให้การปฏิบัติภารกิจตามอํานาจหน้าที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้