มาตรา ๒๔ ให้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่จากผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศ ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนตามวรรคหนึ่งไม่อาจกระทำได้ตามกำหนดเวลา
ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจกู้ยืมเงินเพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนได้ แล้วให้เรียกเก็บเงินแทนแร่จากผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง โดยรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย
ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับในส่วนจำนวนเงินที่รัฐบาลเป็นผู้ส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศโดยตรง
มาตรา ๒๕ เมื่อได้เรียกเก็บแร่หรือเงินแทนแร่แล้ว ให้ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ออกหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนให้แก่ผู้ทำเหมืองหรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง เพื่อเป็นหลักฐานว่าผู้นั้นมีส่วนในมูลภัณฑ์กันชน หนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๖ สิทธิเรียกร้องตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจโอนหรือจำนำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๗ ถ้าหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนชำรุดในสาระสำคัญ สูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนอาจขอรับใบแทนต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้นได้
มาตรา ๒๘ เมื่อรัฐมนตรีประกาศจ่ายเงินส่วนแบ่งอันเป็นผลจากการชำระบัญชีมูลภัณฑ์กันชนแล้ว ผู้ถือหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนขอรับเงินส่วนแบ่งตามหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนคืนได้ โดยส่งมอบหนังสือสำคัญมูลภัณฑ์กันชนต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ซึ่งออกหนังสือสำคัญนั้น หรือต่อกรมทรัพยากรธรณี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).