มาตรา ๒๙ ผู้ทำเหมืองผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบสุทธิแร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะริบแร่ที่มีอยู่โดยการกระทำความผิดตามมาตรานี้เสียก็ได้
มาตรา ๓๐ ผู้ซื้อแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๓๑ ผู้รับใบสุทธิแร่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่เกินจำนวน และจะริบแร่ที่มีอยู่เกินจำนวนนั้นเสียก็ได้
มาตรา ๓๒ ผู้ซื้อแร่ผู้ใดได้รับคำสั่งของรัฐมนตรีให้ส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาแร่ในวันกระทำความผิดในส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมหรือระงับการควบคุมเกี่ยวกับการผลิต การซื้อ การขาย และการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักรได้ทันท่วงที
ในขณะที่คณะมนตรีดีบุกระหว่างประเทศได้ตกลงให้มีการควบคุมหรือไม่ให้มีการควบคุมโควตาการส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักร และบทบัญญัติว่าด้วยการส่งแร่ดีบุกเข้ามูลภัณฑ์กันชนยังไม่รัดกุมเพียงพอ และบางบทบัญญัติได้นำไปบัญญัติไว้แล้วในกฎหมายว่าด้วยแร่ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมแร่ดีบุกเสียใหม่