我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 หมวด ๔ มาตรฐานด้านเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม

ข้อ ๑๑–ข้อ ๑๓共 3 條

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องจัดให้มีเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยิน อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง (๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอด อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง (๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็น อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ในกรณีหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตามกฎหมายว่าด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิตามข้อ ๓ (๑) และหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๓ (๕) อาจจัดให้มีเครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับรูปแบบการให้บริการก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพและเก็บสิ่งส่งตรวจทางชีวภาพตามหมวด ๒

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๑ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องส่งสัญญาณเสียงบริสุทธิ์และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๖ (American National Standards Institute (ANSI) S3.6-1996) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมต้องมีเอกสารแสดงการสอบเทียบเครื่องมือตามระยะเวลาที่กำหนดไม่เกินสองปี และให้ดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้ (ก) ห้องหรือพื้นที่สำหรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๘๓ (Occupational Safety and Health Administration (OSHA) 1983) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว (ข) ตู้ตรวจการได้ยิน (Audiometric test booth) ต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม (๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอดต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสมาคมแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๔ (American Thoracic Society (ATS) 1994) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานคณะทำงานเฉพาะกิจสมาคมระบบทางเดินหายใจของยุโรป ค.ศ. ๒๐๐๕ (European Respiratory Society Task Force (ATS/ERS) 2005) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องสามารถแสดงผลสไปโรแกรมได้ทั้งกราฟแสดงปริมาตรเทียบกับเวลา (Volume-time curve) และกราฟแสดงอัตราการไหลเทียบกับปริมาตรของอากาศ (Flow-volume curve) รวมทั้งต้องสามารถรายงานผลการตรวจสมรรถภาพปอดตามพารามิเตอร์อย่างน้อยในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (Forced vital capacity : FVC) ปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก (Forced expiratory volume in 1 second : FEV1) และค่าอัตราส่วนปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรกต่อปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (FEV1/FVC) ทั้งค่าที่ตรวจได้จริง (Measure) และร้อยละของค่าคาดคะเน (Percent of predicted value) พร้อมทั้งมีอุปกรณ์สำหรับการปรับความเที่ยงตรงประจำวัน (daily calibration) เช่น กระบอกสูบ (๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็นต้องวัดความสามารถในการมองเห็นของสายตาทั้งในระยะใกล้ คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตาสิบสี่นิ้ว และระยะไกล คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตายี่สิบฟุต และต้องมีสไลด์ชุดสำหรับงานอาชีวอนามัยหรือชุดมาตรฐาน โดยผลการตรวจวัดต้องสามารถเทียบกับลักษณะงานได้ ดังนี้ (ก) ทดสอบสายตาเขแนวดิ่ง (vertical phoria test) (ข) ทดสอบสายตาเขแนวนอน (lateral phoria test) (ค) ทดสอบความชัดของภาพ (visual acuity test) (ง) ทดสอบความลึกของภาพ (depth perception test) (จ) ทดสอบการแยกสี (vision color test) (ฉ) ทดสอบลานสายตา (visual field test)

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การให้บริการอาชีวเวชกรรมด้วยเครื่องมือตามข้อ ๑๑ ต้องดำเนินการโดยบุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมหรือบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรม ดังต่อไปนี้ (๑) บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๙ (๑) (ก) และ (๒) (ก) (๒) บุคลากรผู้ให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๙ (๑) (ข) และ (๒) (ข) หรือบุคลากรผู้สนับสนุนการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๐ ทั้งนี้ บุคลากรดังกล่าวต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมที่กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ สภาการพยาบาล สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย หรือสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทยกำหนด หรือผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมของหน่วยงานอื่นที่กรมควบคุมโรครับรอง ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเกี่ยวกับอาชีวเวชกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).