我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 หมวด ๑ คณะกรรมการ

มาตรา ๕–มาตรา ๑๑共 7 條

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในการควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการต้องควบคุมและดูแลกิจการต่อไปนี้โดยเฉพาะ คือ (๑) การตั้งและการเลิกสาขาและตัวแทน (๒) การกำหนดเงื่อนไขและขอบเขตทั่วไปแห่งธุรกิจประเภทต่าง ๆ ซึ่งพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้ธนาคารประกอบได้ (๓) การกำหนดอัตรามาตรฐานสำหรับรับช่วงซื้อลดและดอกเบี้ย (๔) การให้ความสะดวกด้วยเครดิต (๕) การเสนอบัญชีกำไรขาดทุน งบดุล และรายงานประจำปีตามมาตรา ๒๒ (๖) การออกข้อบังคับของธนาคาร

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ผู้ว่าการจะเรียกประชุมคณะกรรมการเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าเดือนละครั้ง ในการประชุม ต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามคน จึงเป็นองค์ประชุม

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ในการลงมติของคณะกรรมการ ให้ถือคะแนนเสียงฝ่ายข้างมากเป็นประมาณ ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานมีสิทธิลงคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้กรรมการมีสิทธิได้ค่าทดแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้จ่ายอันสมควรและการเสียหายในหรือเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ เว้นไว้แต่การเสียหายที่เกิดขึ้นจากความผิดของตน

มาตรา ๙

มาตรา ๙ กรรมการไม่ต้องรับผิดในการใช้จ่ายและการเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ (๑) ทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ซึ่งธนาคารได้มาหรือรับไว้ในนามของธนาคารมีค่าไม่เพียงพอหรือเสื่อมลง หรือมีกรรมสิทธิไม่สมบูรณ์ บกพร่อง หรือเสื่อมลง (๒) ลูกค้าหรือลูกหนี้ของธนาคารมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือล้มละลาย หรือทำละเมิด (๓) กรรมการได้ทำการใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่หรือเกี่ยวกับหน้าที่ ทั้งนี้ เว้นไว้แต่การใช้จ่ายหรือการเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นจากความผิดของตน โดยการจงใจกระทำหรือละเว้นกระทำ หรือโดยการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนดเงินบำเหน็จของกรรมการ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กรรมการย่อมถูกถอนจากตำแหน่ง กล่าวโดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้ (๑) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นผู้ไร้ความสามารถ (๒) ขาดการประชุมคณะกรรมการกว่าสามครั้งต่อเนื่องกัน โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร (๓) รับเป็นกรรมการหรือรับตำแหน่งในธนาคารอื่นใด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).