มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี แต่จะให้ผู้สอบบัญชีที่เลือกตั้งในครั้งแรกคงเป็นผู้สอบบัญชีและทำการในหน้าที่นั้นต่อไปจนถึงเวลาเสนอบัญชีงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนฉบับแรกตามมาตรา ๒๒ ก็ได้ ผู้สอบบัญชีที่พ้นจากตำแหน่งนั้น คณะกรรมการจะกลับเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้
ในกรณีที่ตำแหน่งผู้สอบบัญชีว่างลงระหว่างปี คณะกรรมการจะเลือกตั้งผู้สอบบัญชีเข้าดำรงตำแหน่งแทนเพียงเท่ากำหนดเวลาแห่งตำแหน่งที่เข้ารับแทนก็ได้
มาตรา ๑๖ ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสรรพสมุดบัญชีต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ตรวจสอบงบดุลกับทั้งบัญชีและใบสำคัญที่เกี่ยวกับบัญชีนั้น ๆ
มาตรา ๑๗ ให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานว่าด้วยงบดุลและบัญชีเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้แถลงความเห็นในรายงานแต่ละฉบับด้วยว่า งบดุลนั้นครบถ้วนและเที่ยงธรรมโดยมีรายละเอียดอันจำเป็นทั้งหมด และได้ทำขึ้นตามสมควรในอันที่จะแสดงให้เห็นฐานะการงานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เป็นอยู่ตามจริงและถูกต้องหรือไม่
และถ้าผู้สอบบัญชีได้เรียกเอาคำอธิบายหรือข้อความ ก็ให้กล่าวด้วยว่าได้รับหรือไม่ และเป็นที่พอใจหรือไม่
มาตรา ๑๘ เมื่อผู้ว่าการหรือคณะกรรมการหารือ ให้ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นในปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงอัตรามาตรฐานสำหรับการรับช่วงซื้อลดการให้กู้ยืมเงิน การเข้าชื่อในเงินกู้ และการซื้อหลักทรัพย์
มาตรา ๑๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้สอบบัญชีทุกคนมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารอื่น ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย และจะสอบถามกรรมการหรือพนักงานใด ๆ ของธนาคาร ทั้งจะเรียกเอาคำอธิบาย และข้อความเกี่ยวกับสมุดบัญชีและเอกสารนั้น ๆ ด้วยก็ได้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).