มาตรา ๑๐๓ ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “ตราสาร” หมายความว่า เอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้ “กระดาษ” หมายความตลอดถึงแผ่นหนังฟอกหรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งใช้เขียนตราสาร “แสตมป์” หมายความว่า แสตมป์ปิดทับหรือแสตมป์ดุนบนกระดาษและแสตมป์ดุนบนกระดาษนี้
ให้หมายความรวมถึงแสตมป์พิมพ์ทับบนกระดาษด้วย ทั้งนี้ ตามที่กำหนดลักษณะโดยกฎกระทรวง “กระทำ” เมื่อใช้เกี่ยวกับตราสาร หมายความว่า การลงลายมือชื่อตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “ปิดแสตมป์” หมายความว่า การปิดแสตมป์ทับกระดาษ หรือการมีแสตมป์ดุนบนกระดาษ “ขีดฆ่า” หมายความว่า
การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีก โดยในกรณีแสตมป์ปิดทับได้ลงลายมือชื่อ หรือลงชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษ และลงวัน เดือน ปีที่กระทำสิ่งเหล่านี้ด้วย ในกรณีแสตมป์ดุนได้เขียนบนตราสารหรือยื่นตราสาร
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุนให้แสตมป์ดุนปรากฏอยู่ในด้านหน้าของตราสารนั้น “ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ” ในกรณีแสตมป์ปิดทับ หมายความว่าได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อนกระทำหรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว ในกรณีแสตมป์ดุน
หมายความว่าได้เสียอากรโดยใช้กระดาษมีแสตมป์ดุนเป็นราคาแสตมป์ไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว หรือโดยยื่นตราสารให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุนและชำระเงินเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว “ใบรับ” หมายความว่า (ก) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับ
ได้รับฝากหรือได้รับชำระเงินหรือตั๋วเงิน หรือ (ข) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าหนี้หรือสิทธิเรียกร้องได้ชำระหรือปลดให้แล้ว บันทึก หรือหนังสือที่กล่าวนั้นจะมีลายมือชื่อของบุคคลใด ๆ หรือไม่ ไม่สำคัญ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง “นายตรวจ” หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ส่วน ๑ การเสียอากร
มาตรา ๑๐๔ ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น
มาตรา ๑๐๕ ในกรณีต่อไปนี้ ผู้ขาย ผู้ให้เช่าซื้อ ผู้รับเงิน หรือผู้รับชำระราคา ต้องออกใบรับให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงิน หรือผู้ชำระราคาทุกคราว จะได้มีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม (๑) การให้เช่าซื้อทรัพย์สินทุกชนิด ซึ่งมีราคาเช่าซื้อเกิน ๕ บาท (๒)
การขายซึ่งรวมราคาที่ต้องชำระครั้งหนึ่งเกิน ๕ บาทจากโรงค้า ถ้าโรงค้านั้นต้องเสียภาษีโรงค้าตามมาตรา ๗๙ (๒) (๓) การขายซึ่งรวมราคาที่ต้องชำระครั้งหนึ่งเกิน ๑๐๐ บาท (๔) การรับเงินเนื่องในการโพยก๊วนทุกรายไม่จำกัดว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ถ้าการเช่าซื้อหรือการขายที่กล่าวข้างต้นมีเงื่อนไข
ให้ชำระราคาภายหลังงวดเดียวหรือหลายงวด ให้ออกใบรับทุกคราวที่ได้รับชำระราคา มาตรานี้ไม่ใช้บังคับในกรณีขายสินค้าซึ่งทำในราชอาณาจักรส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรและในกรณีที่ผู้ประกอบการเกษตรขายพืชผลอันเกิดจากเกษตรกรรมของตนเช่น ข้าวเปลือก ผัก ปลา สัตว์ และของป่า เป็นต้น
มาตรา ๑๐๖ ใบรับอันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ที่ต้องออกให้เมื่อถูกเรียกร้องนั้น เมื่อผู้มีส่วนได้เสียเรียกร้องผู้มีหน้าที่ออกใบรับต้องออกให้
มาตรา ๑๐๗ เว้นแต่ที่บัญญัติในมาตรา ๑๑๑ ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นผู้มีหน้าที่เสียอากรและผู้มีหน้าที่ขีดฆ่า ให้เป็นไปตามบัญชีท้ายหมวดนี้ ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าเขียนหนังสือไม่เป็น จะให้ผู้อื่นเขียนวันเดือนปีแทนก็ได้ ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าไม่ยอมขีดฆ่า หรือไม่มีตัวอยู่ที่จะทำการขีดฆ่าได้
ให้ผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ขีดฆ่าแทนได้
มาตรา ๑๐๘ ถ้าทำตราสารหลายลักษณะตามที่ระบุในบัญชีท้ายหมวดนี้บนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น เช่าและกู้ยืมรวมกันไว้ หรือทำตราสารลักษณะเดียวกันหลายเรื่องบนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น ขายของสิ่งหนึ่งให้แก่คนหนึ่ง และขายอีกสิ่งหนึ่งให้แก่อีกคนหนึ่ง ซึ่งตามสภาพควรจะแยกกัน
ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ ให้ปรากฏว่าตราสารใดอยู่ที่ใด และแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลักษณะหรือเรื่องใด
มาตรา ๑๐๙ สัญญาใดเป็นตราสาร ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า หนังสือฉบับหนึ่งฉบับใดที่จำเป็นในการทำให้เกิดสัญญานั้นขึ้น ได้ปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าแสตมป์แล้ว ให้ถือว่าสัญญานั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว
มาตรา ๑๑๐ คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารใด แม้จะได้ปิดแสตมป์สำหรับคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้นตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้แล้วก็ดี ถ้ามิได้นำตราสารต้นฉบับหรือพยานหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจว่าตราสารต้นฉบับนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว มิให้ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์
จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรสำหรับตราสารต้นฉบับและขีดฆ่าแล้ว
มาตรา ๑๑๑ ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกสยาม ให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรงตราสารคนแรกในสยามต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับตราสารนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ให้ถือว่าเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามความในวรรคก่อน
ผู้ทรงคนใดคนหนึ่งแห่งตราสารต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก่อน แล้วจึงจะยื่นตราสารเพื่อให้จ่ายเงิน รับรอง สลักหลัง โอน หรือถือเอาประโยชน์ได้ ผู้ทรงตราสารคนใดได้ตราสารตามความในมาตรานี้มาไว้ในครอบครองก่อนพ้นกำหนดที่กล่าวไว้ในวรรค ๑
ผู้ทรงคนนั้นจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก็ได้ โดยมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ทรงคนก่อน ๆ
มาตรา ๑๑๒ ถ้าตั๋วเงินที่ยื่นให้ชำระเงินมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้รับตั๋วจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่า และใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือหักค่าอากรจากเงินที่จะชำระก็ได้
ส่วน ๒ เบ็ดเตล็ด
มาตรา ๑๑๓ ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้ ๑. ถ้าตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์นั้น
เป็นตราสารที่กระทำขึ้นในประเทศไทย เมื่อผู้ขอเสียอากรได้ยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเสียอากรภายใน ๑๕ วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ก็ให้อนุมัติให้เสียเพียงอากรตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ ๒. ถ้ากรณีเป็นอย่างอื่น ก็ให้อนุมัติให้เสียอากร และให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากร ดังต่อไปนี้อีกด้วย
(ก) ถ้าปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลาไม่พ้นกำหนด ๙๐ วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็น ๒ เท่าจำนวนอากร หรือเป็นเงิน ๔ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ถ้าปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นเวลาพ้นกำหนด ๙๐
วันนับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ให้เรียกเก็บเงินเพิ่มอากรเป็น ๕ เท่าจำนวนอากร หรือเป็นเงิน ๑๐ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
มาตรา ๑๑๔ โดยการตรวจสอบตามมาตรา ๑๒๓ ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่าตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ หรือมิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามมาตรา ๑๐๕ หรือมาตรา ๑๐๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ
และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน ๖ เท่าของเงินอากรที่ไม่ได้เสียหรือที่ขาด หรือเป็นเงิน ๒๕ บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า เงินเพิ่มเมื่อเรียกเก็บได้แล้ว ให้หักออกร้อยละ ๔๐เป็นเงินสินบนรางวัล
และให้อธิบดีมีอำนาจจ่ายให้แก่บุคคลที่ตรวจพบและบุคคลที่กล่าวหาแจ้งความดังกล่าวในวรรคหนึ่งตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
มาตรา ๑๑๕ เงินอากรและเงินเพิ่มอากรที่กล่าวในมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการเรียกเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียอากรก่อน ถ้าไม่ได้เงินจากผู้มีหน้าที่เสียอากร จึงให้จัดการเรียกเก็บจากผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสารนั้น
มาตรา ๑๑๖ วิธีเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ ให้เสียโดยวิธีชำระเป็นตัวเงินต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับชำระเงินแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สลักหลังตราสารแสดงการรับเงินอากรและเงินเพิ่มอากรถ้ามี ตลอดทั้งนามและตำบลที่อยู่ของผู้เสียเงิน
แล้วลงนามพนักงานเจ้าหน้าที่และวันเดือนปีไว้เป็นสำคัญ
มาตรา ๑๑๗ ตราสารที่มีผู้เสียอากร หรือเสียอากร และเงินเพิ่มอากรตามความในมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ นั้น ให้ถือว่าเป็นตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ส่วนเงินเพิ่มอากรที่เรียกเก็บ ก็ให้ถือว่าเป็นค่าอากร
มาตรา ๑๑๘ ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔
มาตรา ๑๑๙ ตราสารซึ่งเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลต้องลงนามหรือรับรู้ก็ดี ตราสารซึ่งต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลก็ดี ตราสารซึ่งต้องให้เจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลลงบันทึกก็ดี ห้ามมิให้เจ้าพนักงานลงนามรับรู้
ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔
มาตรา ๑๒๐ ผู้ใดได้เสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรโดยมิใช่เป็นผู้มีหน้าที่เสีย ผู้นั้นมีสิทธิไล่เบี้ยเอาค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรซึ่งตนได้เสียไปจากบุคคลผู้มีหน้าที่เสียได้
มาตรา ๑๒๑ ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาลเจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ บุคคลผู้กระทำการในนามของรัฐบาลสภากาชาดไทย หรือเทศบาลอากรเป็นอันไม่ต้องเสีย แต่ข้อยกเว้น ทั้งนี้ มิให้ใช้แก่องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบการพาณิชย์หรือการพาณิชย์ซึ่งเทศบาลเป็นผู้จัดทำ
มาตรา ๑๒๒ ผู้ใดได้เสียค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรเกินไปไม่น้อยกว่า ๒ บาท สำหรับตราสารลักษณะเดียวหรือเรื่องเดียว ผู้นั้นชอบที่จะทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่ออธิบดีเห็นว่าเกินไปจริงก็ให้คืนค่าอากรหรือค่าเพิ่มอากรที่เกินไปนั้นแก่ผู้เสียอากรได้ แต่คำร้องที่กล่าวนั้นต้องยื่นภายในเวลา ๖
เดือน นับแต่วันเสียอากรหรือค่าเพิ่มอากรและต้องประกอบด้วยคำชี้แจงหรือเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรืออธิบดีเห็นสมควรให้ยื่นสนับสนุนคำร้อง
มาตรา ๑๒๓ เมื่อมีเหตุผลสมควรพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจ มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ทำการค้า หรือสำนักงานใด ๆในเวลากลางวันระหว่างอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก และทำการตรวจสอบตราสารว่าได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้วหรือไม่ หรือทำการตรวจสอบเพื่อได้ทราบว่าได้ออกใบรับตามมาตรา๑๐๕ หรือมาตรา ๑๐๖
หรือทำหรือเก็บต้นขั้วหรือสำเนาใบรับตามมาตรา ๑๐๕ ทวิ หรือไม่กับมีอำนาจเรียกและยึดตราสาร หรือเอกสาร และออกหมายเรียกตัวผู้มีหน้าที่เสียอากรผู้ทรงตราสาร หรือผู้ถือเอาประโยชน์แห่งตราสาร และพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้ในการตรวจ
พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจจะต้องพิจารณาอย่าให้เป็นการขัดขวางการดำเนินการตามปกติของร้านค้าหรือสถานที่ทำการค้าจนเกินกว่าความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจ
ส่วน ๓ บทลงโทษ
มาตรา ๑๒๔ ผู้ใดมีหน้าที่เสียอากรหรือขีดฆ่าแสตมป์ เพิกเฉยหรือปฏิเสธไม่เสียอากร หรือไม่ขีดฆ่าแสตมป์ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท
มาตรา ๑๒๕ ผู้ใดออกใบรับไม่เกิน ๕ บาทสำหรับมูลค่าเกิน ๕ บาท หรือแบ่งหรือแยกมูลค่าที่ได้รับชำระนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียอากรก็ดี จงใจกระทำหรือทำตราสารให้ผิดความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒๐๐ บาท
มาตรา ๑๒๖ ผู้ใดจงใจลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒๐๐ บาท หรือจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๑๒๗ ผู้ใดไม่ออกใบรับตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๕ ก็ดี เมื่อถูกเรียกร้องให้ออกใบรับอันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ปฏิเสธหรือเพิกเฉยเสียไม่ออกใบรับให้เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๖ ก็ดี ออกใบรับซึ่งไม่ปิดแสตมป์ตามจำนวนอากรที่ต้องเสียก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท วรรคสอง (ยกเลิก)
มาตรา ๑๒๘ ผู้ใด โดยรู้อยู่แล้วไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายตรวจ ในการปฏิบัติตามหน้าที่หรือโดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ ไม่ปฏิบัติตามคำเรียก หรือไม่ยอมให้ยึดตราสารหรือเอกสารหรือไม่ปฏิบัติตามหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจตามมาตรา ๑๒๓
หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๐๕ ทวิ หรือมาตรา ๑๒๓ ทวิมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา ๑๒๙ ผู้ใดโดยเจตนาทุจริตมีแสตมป์ซึ่งรู้อยู่ว่า เป็นแสตมป์ปลอมก็ดี หรือค้าแสตมป์ที่ใช้แล้วหรือที่มีกฎกระทรวงประกาศให้เลิกใช้เสียแล้วก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากรแสตมป์ ผู้ที่ต้อง เสียอากร ผู้ที่ต้อง ขีดฆ่าแสตมป์ ๑. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง อย่างอื่นหรือแพ ก. ถ้าไม่มีเงินกินเปล่า ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทหรือเศษ ของ ๑๐๐ บาทแห่งค่าเช่าทั้งหมด ตลอดเวลาเช่า ๑๐ สตางค์ ผู้ให้เช่า ผู้เช่า ข.
ถ้ามีเงินกินเปล่าและไม่มีค่าเช่า ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทหรือเศษ ของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้ให้เช่า ผู้เช่า ค. ถ้ามีเงินกินเปล่าและมีค่าเช่าด้วย ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทหรือเศษ ของ ๑๐๐ บาทแห่งเงินกินเปล่า และค่าเช่าตลอดเวลาเช่ารวมกัน ๑๐ สตางค์ ผู้ให้เช่า ผู้เช่า หมายเหตุ ๑. ถ้าสัญญาเช่ามิได้มีกำหนดอายุการ
เช่า ให้ถือว่ามีกำหนดเวลา ๓ ปี ๒. ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำหนด อายุแล้ว ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์ สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้น แล้วไม่ทักท้วง ทั้งมิได้ทำสัญญา ใหม่ ให้ถือว่าสัญญาเช่าฉบับ นั้นมีอายุต่อไปโดยไม่มีกำหนด อายุการเช่าและต้องเสียอากรอีก ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
การเช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนาไร่สวน ๒. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตรและ ใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัท สมาคม คณะ บุคคล หรือองค์การใด ๆ เป็นผู้ออก คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตาม ราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะ มากกว่าทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้โอน ผู้รับโอน ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก.
โอนพันธบัตรของรัฐบาลไทย ข. โอน ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ และใบรับรองหนี้ ซึ่งสหกรณ์หรือธนาคารเพื่อการสหกรณ์เป็นผู้ออก ๓. เช่าซื้อทรัพย์สิน ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษ ของ ๑๐๐ บาทแห่งราคาทั้งหมด ๑๐ สตางค์ ผู้ให้เช่า ผู้เช่า ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนาไร่สวน ๔. จ้างทำของ ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐
บาทหรือเศษ ของ ๑๐๐ บาทแห่งสินจ้างซึ่งกำหนดไว้ ๒๕ สตางค์ ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง หมายเหตุ ถ้าในเวลากระทำสัญญาจ้างทำของ ไม่ทราบจำนวนสินจ้างว่าเป็นราคาเท่า ใด ให้ประมาณจำนวนสินจ้างตาม สมควร เมื่อการรับจ้างทำของได้เสร็จ สิ้นลง และปรากฏจำนวนสินจ้างแน่ นอนแล้ว ให้เสียอากรเพิ่มเติมให้ครบ ตามจำนวนที่ต้องเสีย
หรือขอคืนเงิน อากรถ้าได้เสียเกินไปตามมาตรา ๑๒๒ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร สัญญาที่ทำขึ้นนอกสยาม และการ ปฏิบัติตามข้อสัญญานั้นมิได้ทำในสยาม ๕. กู้ยืมเงิน ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาทหรือเศษ ของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้ให้กู้ ผู้กู้ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์
หรือสหกรณ์กู้ยืมจากสหกรณ์ หรือจาก ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ๖. กรมธรรม์ประกันภัย ก . กรมธรรม์ประกันวินาศภัย ทุก ๒๕ บาทหรือเศษของ ๒๕ บาท แห่งเบี้ยประกันภัย ๑๐ สตางค์ ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย ข. กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุก ๒๐๐ บาทหรือเศษของ ๒๐๐ บาท แห่งจำนวนเงินที่เอาประกันภัย ๑๐ สตางค์ ผู้รับประกันภัย
ผู้รับประกันภัย ค. กรมธรรม์เงินปี ทุก ๒๐๐ บาทหรือเศษของ ๒๐๐ บาท แห่งต้นทุนเงินปีนั้นหรือถ้าไม่ปรากฏ ต้นทุนให้คิดทุก ๒๐๐ บาทหรือเศษ ของ ๒๐๐ บาทแห่ง ๓๓ ๑/๓ เท่าของ รายได้ประจำปี ๑๐ สตางค์ ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย ง . กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งผู้รับ ประกันภัยนำไปให้ผู้อื่นประกัน อีกต่อหนึ่ง ๑ บาท
ผู้รับประกันภัยคนหลัง ผู้รับประกันภัยคนหลัง จ. ใบรับค่าเบี้ยประกันภัยเมื่อต่ออายุ กรมธรรม์ประกันภัยเดิม กึ่งอัตราซึ่งเรียกสำหรับกรมธรรม์เดิม ผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัย ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. การประกันภัยสัตว์พาหนะซึ่งใช้ในการเกษตรกรรม ข.
บันทึกประกันภัยหรือกรมธรรม์ประกันภัยชั่วคราวซึ่งรับรองจะออกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริง แต่ถ้าผู้ทรงจะเรียกร้องเอาสิทธิอย่างอื่นนอกจากให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงแล้วต้องปิดแสตมป์เสียก่อน เช่นเดียวกับที่จะต้องปิดสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริง ๗. ใบมอบอำนาจ คือ ใบตั้งตัวแทนซึ่งมิ
ได้กระทำในรูปลักษณะตราสารสัญญา รวมทั้งใบตั้งอนุญาโตตุลาการ ก. มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือ หลายคนกระทำการครั้งเดียว ๑ บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ ข. มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือ หลายคนร่วมกันกระทำการมากกว่า ครั้งเดียว ๕ บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ ค. มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้ง เดียว
โดยให้บุคคลหลายคนต่างคน ต่างกระทำการแยกกันได้ คิดตาม รายตัวบุคคลที่รับมอบคนละ ๕ บาท ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ หมายเหตุ ถ้าผู้มอบอำนาจมีหลายคน แต่มิได้ เป็นผู้มีอำนาจร่วมกัน แล้วมอบ อำนาจในตราสารฉบับเดียวกัน ต้อง คิดตามรายตัวบุคคลผู้มอบอำนาจคนหนึ่ง เป็นเรื่องหนึ่งตามมาตรา ๑๐๘ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
๑. ใบไว้ความและใบมอบอำนาจซึ่งทนายความให้แก่เสมียนของตนเพื่อเป็นตัวแทนดำเนินคดีในศาล ๒. ใบมอบอำนาจให้โอนหรือให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวด้วยสัตว์พาหนะตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ ๓. ใบมอบอำนาจให้รับเงินหรือสิ่งของแทน ๔. ใบมอบอำนาจซึ่งสหกรณ์เป็นผู้มอบ
และใบมอบอำนาจตั้งสหกรณ์เป็นตัวแทนจัดการให้สหกรณ์ได้รับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ๘. ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ ประชุมของบริษัท ก. มอบฉันทะสำหรับชุมนุมเดียว ๒๕ สตางค์ ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ ข. มอบฉันทะสำหรับชุมนุมกว่าครั้งเดียว ๑ บาท ผู้มอบฉันทะ ผู้มอบฉันทะ ๙. (๑) ตั๋วแลกเงิน ก. จ่ายเมื่อเห็น ๕
สตางค์ ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย ข. จ่ายเวลาอื่นนอกจากจ่ายเมื่อเห็น ทุก ๒๕๐ บาทหรือเศษของ ๒๕๐ บาท ๕ สตางค์ ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย (๒) ตั๋วสัญญาใช้เงิน ก. ออกให้ในลักษณะกู้เงิน คิดตาม จำนวนเงินในตราสารทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้จะได้รับใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ผู้ออกตั๋ว
ข. ออกให้ในกรณีอื่น คิดอย่างเดียวกับอัตราตั๋วแลกเงิน ผู้ออกตั๋ว ผู้ออกตั๋ว ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าตั๋วออกเป็นสำรับและฉบับแรก ในสำรับนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ฉบับอื่น ๆ ไม่ต้องปิดอีก แต่ต้อง สลักหลังฉบับนั้น ๆ ไว้ว่า ได้เสีย ค่าอากรแล้ว ๑๐. บิลออฟเลดิง ๒๕ สตางค์ ผู้กระทำตราสาร ผู้กระทำตราสาร
ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. ถ้าออกเป็นสำรับ และฉบับแรก ในสำรับนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ฉบับอื่น ๆ ไม่ต้องปิดอีก แต่ต้องสลัก หลังฉบับนั้น ๆ ไว้ว่า ได้เสียอากรแล้ว ข. บิลออฟเลดิงสำหรับสินค้าที่ส่งเข้า มาในสยาม ๑๑. (๑) ใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้หรือใบรับรอง หนี้ ของบริษัท สมาคม คณะบุคคล หรือองค์การใด ๆ ๑๐
สตางค์ ผู้ทรงตราสาร ผู้ทรงตราสาร (๒) พันธบัตรของรัฐบาลใด ๆ ที่ขาย ในประเทศไทย ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑ บาท ผู้ทรงตราสาร ผู้ทรงตราสาร ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบรับรองหนี้ของสหกรณ์ ๑๒. เช็คหรือหนังสือคำสั่งใด ๆ ซึ่งใช้ แทนเช็ค ๕ สตางค์ ผู้สั่งจ่าย ผู้สั่งจ่าย ๑๓.
ใบฝากเงินต่อธนาคารโดยมีดอกเบี้ย ก. ใบฝากที่มีจำนวนเงินต่ำกว่า ๕๐๐ บาท ๒๕ สตางค์ ผู้รับฝาก ผู้รับฝาก ข. ใบฝากที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ ๕๐๐ บาทขึ้นไป ๕๐ สตางค์ ผู้รับฝาก ผู้รับฝาก ๑๔. เลตเตอร์ออฟเครดิต ก. ออกในสยาม เงินต่ำกว่า ๑,๒๐๐ บาท ๑ บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร เงินตั้งแต่ ๑,๒๐๐ บาทขึ้นไป แต่
ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ บาท ๓ บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร เงินตั้งแต่ ๖,๐๐๐ บาทขึ้นไป ๕ บาท ผู้ออกตราสาร ผู้ออกตราสาร ข. ออกในต่างประเทศและให้ชำระ เงินในสยาม คราวละ ๒๕ สตางค์ ผู้ทรงคนแรกในสยาม ผู้ทรงคนแรกในสยาม ๑๕. เช็คสำหรับผู้เดินทาง ก. ออกในสยาม ฉบับละ ๑๐ สตางค์ ผู้ออกเช็ค ผู้ออกเช็ค ข.
ออกในเมืองต่างประเทศ แต่ให้ ชำระเงินในสยาม ฉบับละ ๑๐ สตางค์ ผู้ทรงคนแรกในสยาม ผู้ทรงคนแรกในสยาม ๑๖. ใบรับของ ซึ่งออกให้เนื่องในกิจการรับขนส่งสินค้าภายในประเทศ โดยทางน้ำ ทางบกและทางอากาศ
คือตราสารซึ่งลงลายมือชื่อพนักงานหรือนายสินค้าของยานพาหนะรับขนส่งซึ่งออกรับของดังระบุไว้ในใบรับนั้นเมื่อไม่ได้ออกบิลออฟเลดิง ก. ใบรับของที่ออกสำหรับรับขนส่ง และมีมูลค่ารับขนส่งน้อยกว่า ๕ บาท สำรับละ ๑๐ สตางค์ ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ข. ใบรับของในกรณีอื่น สำรับละ ๒๕ สตางค์ ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ๑๗.
ค้ำประกัน ก. สำหรับเงินจำนวนไม่ถึง ๕๐๐ บาท ทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษของ ๑๐๐ บาท ข. สำหรับจำนวนเงินตั้งแต่๕๐๐ บาท ขึ้นไป ๑ บาท ๕ บาท ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. ค้ำประกันหนี้เนื่องแต่การที่รัฐบาล ให้ราษฎรกู้หรือยืมเพื่อการบริโภคหรือ การเกษตรกรรม ข.
ค้ำประกันหนี้เนื่องแต่การที่สหกรณ์ ให้สมาชิกกู้ยืมเงิน ๑๘. จำนำ จำนวนหนี้ทุก ๑๐๐ บาทหรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้รับจำนำ ผู้จำนำ ถ้าการจำนำมิได้จำกัดจำนวนหนี้ไว้ ๑ บาท ผู้รับจำนำ ผู้จำนำ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. ตั๋วจำนำของโรงรับจำนำที่ได้รับ อนุญาตตามกฎหมาย ข.
จำนำอันเกี่ยวกับการกู้ยืมซึ่งได้ปิด แสตมป์บริบูรณ์แล้วตามข้อ ๕ ๑๘. ใบรับของคลังสินค้า ๒๕ สตางค์ นายคลังสินค้า นายคลังสินค้า ๒๐. คำสั่งให้ส่งมอบของ คือตราสารซึ่ง บุคคลซึ่งปรากฏนามในตราสารนั้น หรือ ผู้ซึ่งบุคคลนั้นตรานามไว้หรือผู้ทรงมี สิทธิที่จะรับมอบสินค้าอันอยู่ในอู่หรือ
เมืองท่าหรือคลังสินค้าซึ่งรับเก็บหรือ รับฝาก โดยเรียกเก็บค่าเช่าหรือรับ สินค้าอันอยู่ที่ท่าสินค้า โดยที่เจ้าของ ลงลายมือชื่อ หรือมีผู้อื่นลงลายมือ ชื่อแทนในเมื่อขายหรือโอนทรัพย์สิน อันปรากฏในตราสารนั้น ๕ สตางค์ ผู้ออกคำสั่ง ผู้ออกคำสั่ง ๒๑. ตัวแทน ก. มอบอำนาจเฉพาะการ ๕ บาท ตัวการ ตัวการ ข.
มอบอำนาจทั่วไป ๑๐ บาท ตัวการ ตัวการ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร การตั้งตัวแทนในกรณีสหกรณ์เป็นตัวการ ๒๒. คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ก. ในกรณีซึ่งพิพาทกันด้วยจำนวนเงิน หรือราคาทุกจำนวนเงิน ๑๐๐ บาท หรือเศษของ ๑๐๐ บาท ๑๐ สตางค์ อนุญาโต ตุลาการ อนุญาโต ตุลาการ ข. ในกรณีซึ่งไม่กล่าวถึงจำนวนเงิน หรือราคา ๑๐ บาท
อนุญาโต ตุลาการ อนุญาโต ตุลาการ ๒๓. คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร คือ เอกสารซึ่งมีข้อความอย่างเดียวกันกับต้น ฉบับหรือต้นสัญญา และผู้กระทำ ตราสารได้ลงลายมือชื่อไว้อย่างเดียว กับต้นฉบับ ก. ถ้าต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน ๕๐ สตางค์ เท่ากับอากรที่ ต้องเสียสำหรับ ต้นฉบับ (๑)
ถ้าไม่มีบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญา คนที่เสียอากรสำหรับต้นฉบับ ต้องเป็นผู้เสีย คนเดียวกับ ผู้ขีดฆ่า ต้นฉบับ ข. ถ้าเกิน ๕๐ สตางค์ ๕๐ สตางค์ (๒) ถ้ามีบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญา บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ต้องเป็นผู้เสียภาษีอากร ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นสหกรณ์ ๒๔.
หนังสือบริคณห์สนธิ ของบริษัทจำกัด ที่ส่งต่อนายทะเบียน ๕๐ บาท ผู้เริ่มก่อการ ผู้เริ่มก่อการ ๒๕. ข้อบังคับของบริษัทจำกัด ที่ส่งต่อ นายทะเบียน ๕๐ บาท กรรมการ กรรมการ ๒๖. ข้อบังคับใหม่หรือสำเนาหนังสือ บริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท จำกัดซึ่งเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ส่งต่อ นายทะเบียน ๑๐ บาท กรรมการ กรรมการ
๒๗. หนังสือสัญญาห้างหุ้นส่วน ก. หนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน ๑๐ บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน ข. หนังสือสัญญาที่แก้ไขสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน ๒ บาท ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน ๒๘. ใบรับ (เว้นแต่เอกสารการโพยก๊วน ตามข้อ ๓๑) ออกตามจำนวนเงินในใบรับ ก. สำหรับมูลค่าเกินกว่า ๕ บาท แต่ไม่เกิน
๒๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ข. สำหรับมูลค่าเกินกว่า ๒๐ บาท ทุก ๒๐ บาท หรือเศษของ ๒๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ค. ใบรับในการเช่าซื้อหรือการขายที่จำต้องออกตามความในมาตรา ๑๐๕ ทุกจำนวน ๒๐ บาท หรือเศษของ๒๐ บาท ๑๐ สตางค์ ผู้ออกใบรับ ผู้ออกใบรับ ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก.
การรับเงินซึ่งมีการรับแสดงไว้ในตราสารนั้นเอง และตราสารนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้วในลักษณะตราสารอย่างอื่น ทั้งขณะเมื่อได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ การรับที่มีแสดงไว้นั้นเป็นองค์ของตราสารนั้นอยู่แล้ว ข. การสลักหลังตั๋วเงินแสดงการรับเงินในตั๋วนั้นทั้งจำนวน
เว้นแต่การสลักหลังแสดงการรับเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินออกให้ในลักษณะกู้ยืมเงิน ค. การรับตั๋วเงินซึ่งมิใช่เป็นการชำระหรือประกันหนี้ ง. การรับเงินซึ่งออกในการซื้อขายหรือโอนเงินตราทางธนาคารหรือทางองค์การของรัฐบาล จ. การรับเงินบำนาญ บำเหน็จ ค่าจ้างหรือเบี้ยทดแทนรายจ่ายซึ่งรัฐบาลหรือนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง ฉ.
ใบรับที่ธนาคารออกให้ในการส่งเงินฝากกระแสรายวัน ช. ใบรับเงินที่รัฐบาลจ่ายคืน ซ. ใบรับเงินทางธนาณัติ ฌ. ใบรับที่ลูกจ้างและนายจ้างออกให้ซึ่งกันและกัน หรือที่ลูกจ้างออกให้ระหว่างกันและกันสำหรับเงินที่จ่ายรับกันในกิจการของนายจ้างตามหน้าที่
ข้อยกเว้นนี้ให้ใช้ตลอดถึงใบรับที่บุคคลในคณะบุคคลซึ่งกระทำกิจการร่วมกันออกให้ซึ่งกันและกันตามหน้าที่เพื่อดำเนินกิจการของคณะบุคคลนั้น ญ. ใบรับที่ออกในต่างประเทศ เว้นแต่ใบรับเบี้ยประกันภัย ฎ. ใบรับซึ่งผู้ประกอบการเกษตรออกให้ในการจำหน่ายพืชผลอันเกิดจากเกษตรกรรมของตน เช่นข้าวเปลือก ผัก ปลา สัตว์ ของป่า
ฏ. ใบรับเงินจากคลังออมสิน ฐ. ใบรับที่ออกให้ในกรณีที่ขายสินค้า ซึ่งทำในราชอาณาจักรส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักร ฑ. ใบรับที่สหกรณ์และสมาชิกออกให้ซึ่งกันและกัน ฒ. ใบรับชั่วคราวซึ่งออกในการรับเบี้ยประกันภัยครั้งแรก
แต่ถ้าผู้ทรงจะเรียกร้องเอาสิทธิอย่างอื่นนอกจากให้ส่งมอบใบรับตัวจริงแล้วต้องปิดแสตมป์เสียก่อนเช่นเดียวกับที่จะต้องปิดสำหรับใบรับตัวจริง ณ. ใบรับในการไถ่ถอนการจำนองและไถ่ถอนการขายฝากซึ่งได้จดทะเบียนการไถ่ถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ด. ใบรับเงินค่าพันธบัตรเงินกู้ของรัฐบาลที่โอน ต.
ใบรับเงินค่าตั๋วเงินคลังที่โอน ถ. ใบรับเงินสำหรับค่าปริวรรตเงินซึ่งธนาคารเป็นผู้ออก ท. ใบรับออกให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเนื่องในการแลกเปลี่ยนธนบัตร ธ. ใบรับเงินซึ่งธนาคารเพื่อการสหกรณ์เป็นผู้ออก ๒๙. แบบพิมพ์ของรัฐบาล ก . แบบพิมพ์ซึ่งกฎหมายได้กำหนดราคาสูงกว่าฉบับละ ๑๐ สตางค์ ให้ปิดแสตมป์แทนราคา
ตามราคาที่กฎหมายกำหนด ผู้ทำตราสาร เจ้าพนักงานผู้จ่ายแบบพิมพ์ ข . แบบพิมพ์อื่น ๆ ๑๐ สตางค์ ผู้ทำตราสาร เจ้าพนักงานผู้จ่ายแบบพิมพ์ ค . (ยกเลิก) ง . (ยกเลิก) จ . (ยกเลิก) ฉ . (ยกเลิก) ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. ในกรณีสหกรณ์หรือเทศบาลเป็นผู้เสียอากร ข. แบบพิมพ์ซึ่งรัฐบาลขอร้องให้กรอกเพื่อความรู้ของรัฐบาล
โดยผู้กรอกไม่มีความผูกพันตามกฎหมายที่จะพึงต้องปฏิบัติ ค. แบบพิมพ์ซึ่งเจ้าบ้านต้องกรอกตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ ก. แห่งกฎกระทรวงการคลังออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๗) ว่าด้วยเงินช่วยการประถมศึกษา ง. แบบพิมพ์ซึ่งนักเรียนหรือนักศึกษาใช้ตอบข้อสอบ จ. แบบพิมพ์ที่ใช้ในการฝากและถอนเงินคลังออมสิน ฉ.
แบบป.ค. ๔๓ ช. แบบ ป.๒ เรื่องแจ้งความสำรวจเด็กของกระทรวงธรรมการ ซ. แบบ ป.๕ เรื่องส่งเด็กเข้าเรียนของกระทรวงธรรมการ ฌ. แบบพิมพ์ของกองประมวลสถิติ ญ. แบบ ร.ว. ๒๒ เรื่องชี้เขตที่ดินของกรมที่ดินและโลหกิจ ๓๐. เรื่องราวยื่นต่อรัฐบาลหรือเทศบาล ซึ่งร้องขอประโยชน์อันมีมูลค่า ตาม ที่จะได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ๑๐
สตางค์ ผู้กระทำ ตราสาร ผู้กระทำ ตราสาร ๓๑. เอกสารโพยก๊วน ที่แสดงการรับ แลกหรือการรับส่งเงิน ทุก ๕ บาท หรือเศษของ ๕ บาท ๑๐ สตางค์ เจ้าสำนักโพยก๊วน เจ้าสำนักโพยก๊วน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).