มาตรา ๑๔๔
มาตรา ๑๔๔ ให้เรียกเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่สำหรับบำรุงความผาสุกของราษฎรในท้องที่ เงินนี้ให้เรียกว่า “เงินช่วยบำรุงท้องที่”
มาตรา ๑๔๔ ให้เรียกเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่สำหรับบำรุงความผาสุกของราษฎรในท้องที่ เงินนี้ให้เรียกว่า “เงินช่วยบำรุงท้องที่”
มาตรา ๑๔๕ การเรียกเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่ซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร
มาตรา ๑๔๖ ในลักษณะนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “ที่ดิน” ให้กินความถึงทางน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ ฯลฯ “เจ้าพนักงานสำรวจ” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
มาตรา ๑๔๗ เงินช่วยบำรุงท้องที่นั้น เมื่อเก็บมาได้เท่าใด ให้จ่ายบำรุงท้องที่ตามเกณฑ์ดังนี้ (๑) บำรุงท้องที่ภายในเขตตำบลร้อยละ ๖๐ (๒) บำรุงท้องที่ภายในเขตอำเภอร้อยละ ๒๐ (๓) บำรุงท้องที่ภายในเขตจังหวัดร้อยละ ๒๐ (๔) ถ้าเงินช่วยบำรุงท้องที่นี้เก็บในเขตเทศบาล ก็ให้บำรุงท้องที่ภายในตำบลในเขตเทศบาลนั้นร้อยละ ๕๐ และบำรุงท้องที่โดยทั่วไปภายในเขตเทศบาลนั้นร้อยละ ๕๐ เงินบำรุงท้องที่ตาม (๑)ถ้าที่ประชุมกำนันในท้องที่อำเภอใด โดยนายอำเภอเป็นประธานลงมติเสียงข้างมากเห็นสมควรจะโอนเงินไปจ่ายบำรุงตำบลอื่นในท้องที่อำเภอเดียวกัน และถ้าคณะกรมการจังหวัดอนุมัติตามมตินั้นแล้วก็ให้ทำได้
มาตรา ๑๔๘ การใช้จ่ายเงินช่วยบำรุงท้องที่นี้ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีจะได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔๙ บุคคลใดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือครอบครองอยู่ในที่ดินซึ่งไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนคนใด บุคคลนั้นมีหน้าที่เสียเงินช่วยบำรุงท้องที่ปีละ ๑ ครั้งสำหรับที่ดินแปลงนั้น ตามประเภทชั้นของที่ดินและอัตราในบัญชีท้ายลักษณะนี้
มาตรา ๑๕๑ ที่ดินซึ่งมีราคาปานกลางสูงกว่าไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ถือว่าไม่ใช่ที่ดินสำหรับอยู่อาศัย และไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๑๕๐
มาตรา ๑๕๒ ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกันกับโรงเรือนซึ่งต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือภาษีโรงร้าน ตึก แพ นั้น ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่
มาตรา ๑๕๓ ที่ดินดังต่อไปนี้ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่ (๑) พระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (๒) สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และที่ดินของรัฐบาลซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์ (๓) ที่ดินของเทศบาล ซึ่งใช้ในกิจการของเทศบาลหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์ (๔) ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษาสาธารณะหรือการกุศลสาธารณะ (๕) ที่ดินที่ใช้เฉพาะในศาสนกิจศาสนาโดยใดศาสนาหนึ่งหรือพระอาราม หรือสำนักสงฆ์ หรือที่ธรณีสงฆ์ หรือสถานวัดบาทหลวงสถานพักสอนศาสนา หรือที่ศาลเจ้า (๖) สุสาน และฌาปนสถาน (๗) ที่ดินทำทางรถไฟ การประปา หรือการไฟฟ้า (๘) ที่ดินซึ่งรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงยกเว้น
มาตรา ๑๕๔ ให้คณะกรรมการจังหวัดตั้งกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางของที่ดินในตำบลหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยบุคคลในท้องที่นั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ดินในเขตเทศบาลให้มีนายอำเภอ ๑ ผู้ทรงวุฒิ ๑ และเทศมนตรีหรือผู้แทน ๑ (๒) ในกรณีที่ดินนอกเขตเทศบาลให้มีนายอำเภอ ๑ ผู้ทรงวุฒิ ๑ และกำนัน ๑ ถ้าราคาที่ดินในเขตนั้นแตกต่างกันมาก ก็ให้กำหนดเขตเป็นหน่วย ๆ ภายในตำบลนั้นเพื่อประโยชน์แก่การตีราคาปานกลางให้เที่ยงธรรม
มาตรา ๑๕๕ การตีราคาปานกลางนั้นมิให้คำนวณราคาโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งเพาะปลูกเข้าด้วย
มาตรา ๑๕๖ เมื่อคณะกรรมการตีราคาปานกลางแล้ว ให้เสนอการตีราคานั้นต่อคณะกรมการจังหวัดพิจารณา แล้วให้คณะกรมการจังหวัดนำเข้าปรึกษาสภาจังหวัด เมื่อสภาจังหวัดเห็นชอบด้วยหรือแก้ไขประการใดแล้ว ก็ให้คณะกรมการจังหวัดประกาศประเภทและชั้นของที่ดินนั้นไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอและตำบลนั้น ๆ ในกรณีที่ไม่มีสภาจังหวัด เมื่อคณะกรรมการตีราคาปานกลางแล้วให้เสนอการตีราคานั้นต่อคณะกรรมการจังหวัดพิจารณา เมื่อคณะกรรมการจังหวัดเห็นชอบด้วยหรือแก้ไขประการใดแล้ว ก็ให้คณะกรรมการจังหวัดประกาศประเภทและชั้นของที่ดินนั้นไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และตำบล นั้น ๆ
มาตรา ๑๕๗ การกำหนดชั้นของที่ดินคราวหนึ่ง ๆ ให้ใช้ได้ไม่เกิน ๕ ปี ภายในเวลา ๕ ปี นับแต่วันประกาศ เมื่อมีเหตุแสดงว่าราคาที่ดินที่ได้ตีราคาไว้นั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้สั่งให้คณะกรมการจังหวัดกำหนดชั้นของที่ดินนั้นเสียใหม่ หรือคณะกรมการจังหวัดจะกำหนดชั้นของที่ดินนั้นใหม่เสียเองก็ได้ และต้องปฏิบัติตามความในมาตรา ๑๕๖ ถ้ามีการกำหนดชั้นของที่ดินใหม่ตามความในวรรค ๒ ให้การกำหนดชั้นใหม่นี้มีผลปฏิบัติในปีรุ่งขึ้นเป็นต้นไป
มาตรา ๑๕๘ การสำรวจรังวัดพื้นที่ดินและการแจ้งให้ผู้ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่มาเสียเงิน ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๕๙ ในการสำรวจรังวัดพื้นที่ดิน ให้ผู้ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่ชี้เขตบอกจำนวนพื้นที่ดิน และให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานสำรวจตามสมควร
มาตรา ๑๖๐ ผู้ใดไม่ชี้เขตหรือไม่ยอมบอกจำนวนพื้นที่ดิน หรือชี้เขตหรือบอกจำนวนพื้นที่ดินขาดจากจำนวนที่เป็นจริง เจ้าพนักงานสำรวจอาจสำรวจเอาเองตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง
มาตรา ๑๖๑ ที่ดินซึ่งใช้ในการเพาะปลูกพืช ถ้าการเพาะปลูกในบริเวณนั้นเสียหายมากผิดปกติ หรือทำไม่ได้ด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป ให้คณะกรมการจังหวัดมีอำนาจพิจารณายกเว้นหรือลดหย่อนเงินช่วยบำรุงท้องที่ได้ตามสมควร ที่ดินซึ่งใช้ในการเพาะปลูกพืชดังกล่าวในวรรคก่อน จะต้องเป็นที่ดินนอกเขตเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร หรือนอกเขตที่ดินประเภท ๓ ตามบัญชีประเภทและชั้นของที่ดินท้ายลักษณะนี้ ที่ดินซึ่งใช้ในการเพาะปลูกพืชตามที่อำเภอกำหนดให้ ถ้าการเพาะปลูกในบริเวณนั้นเสียหายมากผิดปกติ หรือทำไม่ได้ด้วยเหตุพันวิสัย ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่
มาตรา ๑๖๒ ที่ดินของเจ้าของเดียวและมีเขตติดต่อกัน ซึ่งถ้าคิดเงินช่วยบำรุงท้องที่ตามอัตราเต็มจำนวนเป็นเงินเกินกว่า ๑ บาทแล้ว แม้จะได้รับการลดหย่อนตามมาตรา ๑๖๑ ก็ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่อย่างต่ำปีละ ๑ บาท และถ้าเงินช่วยบำรุงท้องที่ซึ่งต้องเสียมีเศษต่ำกว่า ๕ สตางค์ ให้ปัดขึ้นเป็น ๕ สตางค์
มาตรา ๑๖๓ ให้ผู้ต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่เสียเงินนั้นภายใน ๓๐ วันนับแต่วันแจ้งให้เสียเงินตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ในการนี้ ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๖๔ เมื่อกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของผู้เสียเงินช่วยบำรุงท้องที่ได้โอนตกไปยังบุคคลอื่นโดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ร่วมกันในการเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่
มาตรา ๑๖๕ ผู้ใดจงใจไม่ยอมชี้เขตหรือไม่บอกจำนวนพื้นที่ดิน หรือจงใจชี้เขตหรือบอกจำนวนพื้นที่ดินขาดจากจำนวนที่เป็นจริง หรือขัดขวางเจ้าพนักงานสำรวจ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕๐ บาท
มาตรา ๑๖๖ เงินช่วยบำรุงท้องที่ซึ่งต้องเสียตามลักษณะนี้ เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่เสีย ให้ถือว่าเป็นเงินค้าง เพื่อให้ได้รับเงินค้างดังกล่าวนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม บัญชีประเภทและชั้นของที่ดิน ประเภท ๑ ที่ดินนอกเขตเทศบาล ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน อัตราเงินช่วยบำรุงท้องที่ไร่ละ บาท สตางค์ ๑ ไม่เกินไร่ละ ๒๐ บาท - ๑๐ ๒ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๒๐ บาทถึง ๔๐ บาท - ๑๕ ๓ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๔๐ บาทถึง ๖๐ บาท - ๒๐ ๔ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๖๐ บาทถึง ๘๐ บาท - ๒๕ ๕ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๘๐ บาทขึ้นไป - ๓๐ ประเภท ๒ ที่ดินในเขตเทศบาล ชั้น ราคาปานกลางของที่ดิน อัตราเงินช่วยบำรุงท้องที่ไร่ละ บาท สตางค์ ๑ ไม่เกินไร่ละ ๕๐ บาท - ๒๕ ๒ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๕๐ บาท ถึง ๑๐๐ บาท - ๕๐ ๓ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๑๐๐ บาท ถึง ๒๐๐ บาท - ๗๕ ๔ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๒๐๐ บาท ถึง ๔๐๐ บาท ๑ ๐๐ ๕ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๔๐๐ บาท ถึง ๖๐๐ บาท ๑ ๕๐ ๖ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๖๐๐ บาท ถึง ๘๐๐ บาท ๒ ๐๐ ๗ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๘๐๐ บาท ถึง ๑,๒๐๐ บาท ๓ ๐๐ ๘ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๑,๒๐๐ บาท ถึง ๑,๖๐๐ บาท ๔ ๐๐ ๙ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๑,๖๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐ บาท ๕ ๐๐ ๑๐ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๒,๐๐๐ บาท ถึง ๒,๔๐๐ บาท ๖ ๐๐ ๑๑ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๒,๔๐๐ บาท ถึง ๓,๒๐๐ บาท ๗ ๐๐ ๑๒ ตั้งแต่ไร่ละกว่า ๓,๒๐๐ บาทขึ้นไป ๘ ๐๐ ประเภท ๓ ที่ดินตั้งอยู่รอบเขตที่ตั้งสถานีรถไฟ ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งโรงทหาร หรือที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมของรัฐบาลหรือสถานที่อื่นตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ ซึ่งคณะกรรมการตีราคาปานกลางของที่ดินเห็นว่าเจริญแล้ว ให้แบ่งเป็นชั้นแล้วเรียกเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่เท่ากับที่ดินในเขตเทศบาล หมายเหตุ ๑. ที่ดินต้องเสียเงินช่วยบำรุงท้องที่ เศษของไร่ให้คิดในอัตราลดลงตามส่วน ๒. เศษของ ๑ ตารางวาให้ปัดขึ้นเป็น ๑ ตารางวา ๓. เศษของ ๕ สตางค์ให้ปัดขึ้นเป็น ๕ สตางค์
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).