我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์

ป0008-2B-0113子法規・公布 2022-07-19・全 20 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๘๔ (พ.ศ. ๒๕๖๕) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ ด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่จะมีข้อความกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น “เอกสารหลักฐานหรือหนังสือ” หมายความว่า แบบ รายงาน บัญชี ใบกำกับภาษี ใบรับ รวมถึงเอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใด ที่ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใด ต้องมี จัดทำ หรือใช้ตามที่บัญญัติในประมวลรัษฎากร หรือต้องใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากร “แบบ” หมายความว่า แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แบบนำส่งภาษีเงินได้ แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะ และให้หมายความรวมถึงแบบอื่นใดที่อธิบดีกำหนดให้จัดทำขึ้น “รายงาน” หมายความว่า รายงานประจำปี รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ รายงานมูลค่าของฐานภาษี รายงานสินค้าและวัตถุดิบ รายงานเกี่ยวกับกิจการที่ทำการแทน และรายงานแสดงรายรับก่อนหักรายจ่ายที่ต้องเสียภาษี และให้หมายความรวมถึงรายงานอื่นใดที่อธิบดีกำหนดให้จัดทำขึ้น “บัญชี” หมายความว่า บัญชีงบดุล บัญชีทำการ บัญชีกำไรขาดทุน บัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีรายรับก่อนหักรายจ่าย หรือบัญชีพิเศษ และให้หมายความรวมถึงบัญชีอื่นใดที่อธิบดีกำหนดให้จัดทำขึ้น “ผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้เสียภาษีอากร ผู้ประกอบการจดทะเบียน ผู้มีหน้าที่ออกใบรับ หรือบุคคลใด ให้ดำเนินการจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษา แบบ รายงาน บัญชี ใบกำกับภาษี ใบรับ เอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใดแทนโดยได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร

หมวด ๑ การดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรที่ใช้ในการติดต่อกับผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใด ต้องมีกระบวนการอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) การพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้เสียภาษีอากร ผู้ประกอบการจดทะเบียน ผู้มีหน้าที่ออกใบรับ หรือบุคคลใด ซึ่งติดต่อกับกรมสรรพากร โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (๒) วิธีการที่ทำให้สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประเภท ลักษณะหรือรูปแบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสามารถแสดงได้ว่าเจ้าของลายมือชื่อรับรองข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (๓) กระบวนการที่ทำให้เอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่กรมสรรพากรได้รับอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม โดยสามารถแสดงหรืออ้างอิงเพื่อใช้ในภายหลัง และยังคงความครบถ้วนของข้อความในเอกสารหลักฐานหรือหนังสือนั้น (๔) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของระบบอิเล็กทรอนิกส์ (๕) กำหนดเวลาเริ่มต้นหรือสิ้นสุดการทำการของระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือแก่กรมสรรพากร (๖) วิธีการแจ้งการได้รับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้กรมสรรพากรใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ในการเก็บรักษาเอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ได้มีการยื่นหรือส่งให้แก่กรมสรรพากรโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร โดยเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ ตลอดจนข้อความในเอกสารหลักฐานหรือหนังสือนั้น ปรากฏอย่างถูกต้องและคงอยู่ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในขณะที่ได้รับ และในภายหลังสามารถเข้าถึงได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด

หมวด ๒ เอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากร

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การจัดทำและการยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดอาจดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือดำเนินการโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้ ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดจะมอบหมายให้ตัวแทนหรือผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนก็ได้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เสียภาษีอากรผู้ใดประสงค์จะยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือแก่กรมสรรพากร โดยการเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ให้ยื่นคำขออนุญาตเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออธิบดี โดยผู้เสียภาษีอากรนั้นต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีกระบวนการตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓) (๒) มีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียภาษีอากรที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งเสมอ ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นคำขออนุญาตเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออธิบดี โดยต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีกระบวนการตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓) (๒) มีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งเสมอ ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอนุญาต ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรและลบชื่อออกจากประกาศตามวรรคสาม

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดทำเอกสารหลักฐานหรือหนังสือตามข้อ ๕ ให้กระทำในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อ ๙

ข้อ ๙ การยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือของผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดให้แก่กรมสรรพากร โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ให้ถือว่ากรมสรรพากรได้รับตามวันและเวลาที่เอกสารหลักฐานหรือหนังสือได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร และให้กรมสรรพากรออกหลักฐานยืนยันการรับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือดังกล่าวเข้าสู่ระบบให้แก่ผู้ยื่นหรือผู้ส่งด้วย ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นหรือผู้ส่งนั้นได้รับรองความถูกต้องและครบถ้วนของข้อความที่ปรากฏในเอกสารหลักฐานหรือหนังสือนั้น

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับข้อ ๑๘ เอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคลต้องมี จัดทำ หรือเก็บรักษาไว้ เพื่อการภาษีอากร และได้มีการจัดทำต้นฉบับในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือได้มีการแปลงให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการเก็บรักษาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

หมวด ๓ ใบกำกับภาษีและใบรับ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีหรือใบรับ นอกจากที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในหมวดนี้ ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับ ทั้งนี้ ตามรายชื่อที่อธิบดีประกาศ อาจจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีหรือใบรับโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับจะมอบหมายให้ตัวแทนตามหมวด ๔ แห่งประมวลรัษฎากร หรือผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับแก่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตัวแทน และข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดำเนินการตามหมวดนี้ด้วย ผู้ประกอบการจดทะเบียน ผู้มีหน้าที่ออกใบรับ ตัวแทนตามหมวด ๔ แห่งประมวลรัษฎากร หรือผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ต้องมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใบกำกับภาษีหรือใบรับมีข้อความถูกต้องครบถ้วนเช่นเดียวกับขณะที่มีการจัดทำ ส่ง หรือรับ รวมทั้งสามารถตรวจสอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในใบกำกับภาษีหรือใบรับได้

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับดำเนินการตามข้อ ๘ และดำเนินการดังต่อไปนี้เพิ่มเติมด้วย (๑) ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในใบกำกับภาษีหรือใบรับ โดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (๒) ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้และสามารถแสดงข้อความในภายหลังได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งสามารถตรวจสอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในใบกำกับภาษีหรือใบรับได้ (๓) มีรูปแบบ ขนาด และประเภทของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือหน่วยงานอื่นที่อธิบดีประกาศรายชื่อจะให้การรับรองใบกำกับภาษีหรือใบรับแทนการใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ตาม (๑) ก็ได้

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีการมอบหมายตามข้อ ๑๒ วรรคสอง ให้ดำเนินการจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามที่กำหนดในข้อ ๑๓ โดยให้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ได้รับมอบหมายแทน

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับดำเนินการส่งใบกำกับภาษีหรือใบรับที่จัดทำขึ้นตามข้อ ๑๓ ให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีกำหนด และให้ผลของการส่งและรับเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กรณีใบกำกับภาษีหรือใบรับที่จัดทำขึ้นตามข้อ ๑๓ วรรคหนึ่ง หากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการไม่ประสงค์ให้ส่งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับดำเนินการทำสิ่งพิมพ์ออกของใบกำกับภาษีหรือใบรับนั้นตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งให้แทน ทั้งนี้ ต้องมีข้อความระบุในสิ่งพิมพ์ออกนั้นว่าได้มีการส่งข้อมูลใบกำกับภาษีหรือใบรับดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับแจ้งข้อมูลใบกำกับภาษีหรือใบรับที่จัดทำขึ้นตามข้อ ๑๓ ตามรายการที่กำหนดในมาตรา ๘๖/๔ มาตรา ๘๖/๙ มาตรา ๘๖/๑๐ หรือมาตรา ๑๐๕ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี ให้แก่กรมสรรพากรโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับด้วย การแจ้งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรตามวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับใบกำกับภาษีอย่างย่อ

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับประสงค์จะยกเลิกใบกำกับภาษีหรือใบรับฉบับเดิมและออกใบกำกับภาษีหรือใบรับขึ้นใหม่แทนใบกำกับภาษีหรือใบรับที่ได้จัดทำและส่งให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ให้จัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับฉบับใหม่ โดยให้ระบุรายการดังต่อไปนี้เพิ่มเติมด้วย (๑) ข้อความยกเลิกใบกำกับภาษีหรือใบรับฉบับเดิม (๒) เลขที่และวันเดือนปีที่จัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับฉบับเดิม (๓) คำอธิบายโดยย่อถึงสาเหตุในการจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับฉบับใหม่ เมื่อได้จัดทำใบกำกับภาษีหรือใบรับขึ้นใหม่ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ดำเนินการส่งให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ มาใช้บังคับด้วย

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับ รวมถึงตัวแทนตามมาตรา ๘๖/๒ แห่งประมวลรัษฎากร ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ในการเก็บรักษาใบกำกับภาษีหรือใบรับที่ได้จัดทำขึ้นหรือได้รับ โดยใบกำกับภาษีหรือใบรับตลอดจนข้อความในใบกำกับภาษีหรือใบรับนั้นปรากฏอย่างถูกต้องและคงอยู่ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในขณะที่จัดทำ ส่ง หรือได้รับ และสามารถเข้าถึงได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด บทเฉพาะกาล

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ถือว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับซึ่งได้รับอนุญาตจากอธิบดีให้จัดทำหรือส่งใบกำกับภาษีหรือใบรับโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เป็นผู้ที่อยู่ในรายชื่อที่อธิบดีประกาศตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมีการทำธุรกรรมด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง ประกอบกับมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติให้บรรดาหมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร แบบ ใบกำกับภาษี รายงาน เอกสารหลักฐานหรือหนังสืออื่นใด ที่ต้องมี จัดทำ หรือใช้ ตามที่บัญญัติในประมวลรัษฎากรและบรรดาเอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดต้องใช้ในการติดต่อกับกรมสรรพากร อาจกระทำด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查