ข้อ ๕ การจัดทำและการยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือ ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดอาจดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือดำเนินการโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้ ผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดจะมอบหมายให้ตัวแทนหรือผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแทนก็ได้
ข้อ ๖ ผู้เสียภาษีอากรผู้ใดประสงค์จะยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือแก่กรมสรรพากร โดยการเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ให้ยื่นคำขออนุญาตเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออธิบดี โดยผู้เสียภาษีอากรนั้นต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีกระบวนการตามข้อ
๓ (๑) (๒) และ (๓) (๒) มีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียภาษีอากรที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งเสมอ ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นคำขออนุญาตเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออธิบดี โดยต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีกระบวนการตามข้อ ๓ (๑) (๒) และ (๓) (๒)
มีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งเสมอ
ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอนุญาต ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรและลบชื่อออกจากประกาศตามวรรคสาม
ข้อ ๘ การจัดทำเอกสารหลักฐานหรือหนังสือตามข้อ ๕ ให้กระทำในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตามมาตรฐานที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๙ การยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือของผู้เสียภาษีอากรหรือบุคคลใดให้แก่กรมสรรพากร โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ให้ถือว่ากรมสรรพากรได้รับตามวันและเวลาที่เอกสารหลักฐานหรือหนังสือได้เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
และให้กรมสรรพากรออกหลักฐานยืนยันการรับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือดังกล่าวเข้าสู่ระบบให้แก่ผู้ยื่นหรือผู้ส่งด้วย ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นหรือผู้ส่งนั้นได้รับรองความถูกต้องและครบถ้วนของข้อความที่ปรากฏในเอกสารหลักฐานหรือหนังสือนั้น
ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับข้อ ๑๘ เอกสารหลักฐานหรือหนังสือที่ประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคลต้องมี จัดทำ หรือเก็บรักษาไว้ เพื่อการภาษีอากร และได้มีการจัดทำต้นฉบับในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือได้มีการแปลงให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ให้ดำเนินการเก็บรักษาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).