ข้อ ๖ การอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ให้ทำได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (๒) เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์หรือการบำบัดหรือรักษาผู้ป่วย (๓)
เพื่อการวิเคราะห์หรือศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
ข้อ ๗ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด
ข้อ ๘ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑)
ข้อ ๙ ผู้ขออนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็น (๑) ผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (๒) ผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา
ผู้ขออนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องเป็นคู่สัญญา หรือเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดซื้อตามที่ระบุไว้ในสัญญาเพื่อการจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ กับสำนักงาน อย.
ข้อ ๑๐ ผู้ขออนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒)
ข้อ ๑๑ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็น (๑) ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) (๒) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีหน้าที่บำบัดรักษาหรือป้องกันโรค หรือสภากาชาดไทย (๓)
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาต (๔)
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลสัตว์ที่มีผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาต ผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาตตาม (๓) และ (๔)
ต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง หรือใบอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
ข้อ ๑๒ ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา
ข้อ ๑๓ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม
หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือสภากาชาดไทย ที่มีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ หรือดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจวิเคราะห์ (๒)
สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ และมีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ (๓) หน่วยงานเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่มีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและการกำกับดูแลของหน่วยงานตาม (๑)
ข้อ ๑๔ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓)
ข้อ ๑๕ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (๒)
หนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (๓) แผนที่และแผนผังแสดงที่ตั้งของสถานที่ที่ขออนุญาต เส้นทางการเข้าถึง และสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียง
รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานแสดงลักษณะของสถานที่ที่ขออนุญาต (๔) แผนการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง แล้วแต่กรณี รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๕) กรณีขออนุญาตนำเข้า ให้ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ที่ขออนุญาต รวมทั้งวิธีการนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร (๖) กรณีขออนุญาตส่งออก ให้ยื่นหนังสือจากหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางที่แสดงความจำนงขอให้ส่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไปยังประเทศนั้น (๗) ในกรณีขออนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ให้ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตที่เป็นไปตามมาตรการการควบคุมยาเสพติดที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดกำหนดตามมาตรา ๒๖ (๑) ในด้านการจัดเตรียมสถานที่ และการกำหนดบริเวณการปลูกพืชฝิ่น (ถ้ามี) (๘) ในกรณีขออนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ โดยการปลูก ให้ระบุพิกัดและขนาดพื้นที่ของสถานที่ที่ขออนุญาต
รวมทั้งให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสถานที่ปลูก โดยหากผู้ขออนุญาตมิได้เป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าวให้แนบหนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าของสถานที่หรือหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในสถานที่ของหน่วยงานของรัฐด้วย
ข้อ ๑๖ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) (๒) แผนการจำหน่ายและมาตรการรักษาความปลอดภัย (๓) ข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๑๗ ผู้ขออนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่สัญญากับสำนักงาน อย. เพื่อการจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๓)
เลขที่ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือใบอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (๔) กรณีขออนุญาตนำเข้า ให้ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ รายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก
และวิธีการนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร (๕) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) (๓) (๔) (๗) และ (๘)
ข้อ ๑๘ ผู้ขออนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) ใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ที่ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๓) เอกสาร สัญญา หรือข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออก (๔) แผนการส่งออก รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๕) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๑๙ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๑) ให้ระบุเลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๒)
ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (๓) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๓) หรือ (๔) ให้ยื่น (ก) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.๗) และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.๑๙) หรือใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ (สส.๓) และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์
(สส.๔) แล้วแต่กรณี (ข) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แล้วแต่กรณี ของผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ (๔)
กรณีผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๑) (๓) และ (๔) เป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๕) แผนการจำหน่าย กรณีไม่ใช่การจำหน่ายแก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่เป็นการรักษาเฉพาะราย และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๖) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๐ ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (๒) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๓) แผนการมีไว้ในครอบครอง
รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๔) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๑ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีขออนุญาตเพื่อการวิเคราะห์ ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงหน้าที่หรือวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการวิเคราะห์
และเอกสารแสดงมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (๒) โครงการศึกษาวิจัยซึ่งระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ รวมทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการศึกษาวิจัยดังกล่าว (๓) กรณีขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์
ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมที่เลขาธิการ อย. ประกาศกำหนด (๔) กรณีขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (๕)
กรณีผู้ขออนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ยื่นใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๖) กรณีขออนุญาตส่งออก ให้ยื่นใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่ระบุชื่อ
จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ รวมทั้งเอกสาร สัญญา หรือข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออก (๗) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) (๓) (๔) และ (๘)
ข้อ ๒๒ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) (๒) แผนการจำหน่ายและมาตรการรักษาความปลอดภัย (๓) ข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๓ ผู้ใดประสงค์จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) อาจยื่นขอหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เพื่อประกอบการพิจารณาจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ของสำนักงาน อย. และการเป็นคู่สัญญาตามข้อ ๙ วรรคสอง ก็ได้
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการ อย. กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การพิจารณาออกหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ
ข้อ ๒๔ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น
ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อนุญาตและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
ให้ผู้อนุญาตออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน
หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตผลิต ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน
และให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากผู้อนุญาต ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตนำเข้าและส่งออก
ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน
และให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากผู้อนุญาต ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นว่าควรอนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งดังกล่าว
และเมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นว่าไม่ควรอนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาตและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต
ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต และเมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).