กฎกระทรวง การอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่มิใช่สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. ๒๕๖๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๕ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๕๙
ข้อ ๓ ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามกฎกระทรวงนี้ ไม่หมายความรวมถึงยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่เป็นสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง
ข้อ ๔ การยื่นคำขอ การแจ้ง หรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาต และการชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ สำนักงาน อย.
กระทรวงสาธารณสุข หรือสถานที่อื่นตามที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ คำขอ ใบอนุญาต และใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๒ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต
ข้อ ๖ การอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ให้ทำได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (๒) เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์หรือการบำบัดหรือรักษาผู้ป่วย (๓)
เพื่อการวิเคราะห์หรือศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
ข้อ ๗ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด
ข้อ ๘ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑)
ข้อ ๙ ผู้ขออนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็น (๑) ผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (๒) ผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา
ผู้ขออนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องเป็นคู่สัญญา หรือเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดซื้อตามที่ระบุไว้ในสัญญาเพื่อการจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ กับสำนักงาน อย.
ข้อ ๑๐ ผู้ขออนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒)
ข้อ ๑๑ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็น (๑) ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) (๒) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีหน้าที่บำบัดรักษาหรือป้องกันโรค หรือสภากาชาดไทย (๓)
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาต (๔)
ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลสัตว์ที่มีผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาต ผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาตตาม (๓) และ (๔)
ต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง หรือใบอนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
ข้อ ๑๒ ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตหรือผู้ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา
ข้อ ๑๓ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม
หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือสภากาชาดไทย ที่มีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ หรือดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจวิเคราะห์ (๒)
สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ และมีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ (๓) หน่วยงานเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่มีโครงการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์
ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและการกำกับดูแลของหน่วยงานตาม (๑)
ข้อ ๑๔ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓)
ข้อ ๑๕ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (๒)
หนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการที่จะระบุไว้ในใบอนุญาตที่ติดอากรแสตมป์แล้ว พร้อมทั้งระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจซึ่งยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของบุคคลนั้น (๓) แผนที่และแผนผังแสดงที่ตั้งของสถานที่ที่ขออนุญาต เส้นทางการเข้าถึง และสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียง
รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานแสดงลักษณะของสถานที่ที่ขออนุญาต (๔) แผนการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง แล้วแต่กรณี รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๕) กรณีขออนุญาตนำเข้า ให้ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ที่ขออนุญาต รวมทั้งวิธีการนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร (๖) กรณีขออนุญาตส่งออก ให้ยื่นหนังสือจากหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางที่แสดงความจำนงขอให้ส่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไปยังประเทศนั้น (๗) ในกรณีขออนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ให้ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ผลิตที่เป็นไปตามมาตรการการควบคุมยาเสพติดที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดกำหนดตามมาตรา ๒๖ (๑) ในด้านการจัดเตรียมสถานที่ และการกำหนดบริเวณการปลูกพืชฝิ่น (ถ้ามี) (๘) ในกรณีขออนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ โดยการปลูก ให้ระบุพิกัดและขนาดพื้นที่ของสถานที่ที่ขออนุญาต
รวมทั้งให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในสถานที่ปลูก โดยหากผู้ขออนุญาตมิได้เป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าวให้แนบหนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าของสถานที่หรือหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในสถานที่ของหน่วยงานของรัฐด้วย
ข้อ ๑๖ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๑) (๒) แผนการจำหน่ายและมาตรการรักษาความปลอดภัย (๓) ข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๑๗ ผู้ขออนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่สัญญากับสำนักงาน อย. เพื่อการจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๓)
เลขที่ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือใบอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยา (๔) กรณีขออนุญาตนำเข้า ให้ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ รายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก
และวิธีการนำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร (๕) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) (๓) (๔) (๗) และ (๘)
ข้อ ๑๘ ผู้ขออนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) ใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ที่ระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๓) เอกสาร สัญญา หรือข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออก (๔) แผนการส่งออก รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๕) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๑๙ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๑) ให้ระบุเลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๒)
ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงการเป็นนิติบุคคล และหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย (๓) กรณีเป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๓) หรือ (๔) ให้ยื่น (ก) ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.๗) และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.๑๙) หรือใบอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาลสัตว์ (สส.๓) และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสัตว์
(สส.๔) แล้วแต่กรณี (ข) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แล้วแต่กรณี ของผู้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ (๔)
กรณีผู้ขออนุญาตตามข้อ ๑๑ (๑) (๓) และ (๔) เป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๕) แผนการจำหน่าย กรณีไม่ใช่การจำหน่ายแก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่เป็นการรักษาเฉพาะราย และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๖) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๐ ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (๒) กรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล ให้ระบุชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล (๓) แผนการมีไว้ในครอบครอง
รายละเอียดแสดงแหล่งที่มาของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๔) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๑ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีขออนุญาตเพื่อการวิเคราะห์ ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงหน้าที่หรือวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการวิเคราะห์
และเอกสารแสดงมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (๒) โครงการศึกษาวิจัยซึ่งระบุชื่อ จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ รวมทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการศึกษาวิจัยดังกล่าว (๓) กรณีขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยในมนุษย์
ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมที่เลขาธิการ อย. ประกาศกำหนด (๔) กรณีขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (๕)
กรณีผู้ขออนุญาตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ยื่นใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๖) กรณีขออนุญาตส่งออก ให้ยื่นใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่ระบุชื่อ
จำนวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ รวมทั้งเอกสาร สัญญา หรือข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออก (๗) ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) (๓) (๔) และ (๘)
ข้อ ๒๒ ผู้ขออนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๓) (๒) แผนการจำหน่ายและมาตรการรักษาความปลอดภัย (๓) ข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานตามข้อ ๑๕ (๒) และ (๓)
ข้อ ๒๓ ผู้ใดประสงค์จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) อาจยื่นขอหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการของยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เพื่อประกอบการพิจารณาจ้างผลิตหรือการจัดซื้อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ของสำนักงาน อย. และการเป็นคู่สัญญาตามข้อ ๙ วรรคสอง ก็ได้
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการ อย. กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การพิจารณาออกหนังสือรับรองการประเมินเอกสารทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการประเมินเอกสารทางวิชาการ
ข้อ ๒๔ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ขออนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น
ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องนั้นไว้ และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ในกรณีที่การยื่นคำขอรับใบอนุญาตมิได้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้อนุญาตและผู้ขออนุญาตลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาต รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
ให้ผู้อนุญาตออกหลักฐานการรับคำขอให้แก่ผู้ขออนุญาต และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับใบอนุญาตหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน
หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ภายในระยะเวลาที่ผู้อนุญาตกำหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้ผู้อนุญาตจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตผลิต ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาต และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน
และให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากผู้อนุญาต ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตนำเข้าและส่งออก
ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน
และให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากผู้อนุญาต ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นว่าควรอนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาตและแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งดังกล่าว
และเมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเห็นว่าไม่ควรอนุญาต ให้ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาตและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ให้ผู้อนุญาตพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามมาตรา ๒๐ ครบถ้วน ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งอนุญาต
ให้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต และเมื่อผู้ขออนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาต ในกรณีที่ผู้อนุญาตมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์
หมวด ๓ การออกใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการแก้ไขรายการในใบอนุญาต
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหาย ถูกทำลาย หรือเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ให้นำความในข้อ ๒๔ และข้อ ๒๖ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอนุญาตให้ออกใบแทนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๒๘ ใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่สามนับจากปีที่ออกใบอนุญาต หากผู้รับอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต
เมื่อได้ยื่นคำขอแล้วจะดำเนินการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้อนุญาตจะแสดงไว้ในรายการต่ออายุในใบอนุญาตเดิมหรือจะออกใบอนุญาตให้ใหม่ก็ได้ ให้นำความในข้อ ๒๔ ข้อ ๒๕ และข้อ ๒๖ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๒๙ ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งประสงค์จะแก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแก้ไขรายการในใบอนุญาต
การแก้ไขรายการในใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการเปลี่ยนผู้รับอนุญาตหรือสถานที่ตามที่ได้รับอนุญาต การอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาต ให้กระทำโดยวิธีสลักหลังใบอนุญาตหรือออกใบอนุญาตให้ใหม่ ให้นำความในข้อ ๒๔ และข้อ ๒๖ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอนุญาตให้แก้ไขรายการในใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
หมวด ๔ การนำเข้าหรือส่งออกในแต่ละครั้ง
ข้อ ๓๐ ผู้รับอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่จะนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ในแต่ละครั้ง ต้องได้รับใบอนุญาตเฉพาะคราวทุกครั้งที่นำเข้าหรือส่งออก
ข้อ ๓๑ การขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ในแต่ละครั้ง ให้ผู้รับอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีการขออนุญาตนำเข้าในแต่ละครั้ง ให้ระบุชื่อ ชนิด จำนวนหรือปริมาณ
และรายละเอียดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ รวมทั้งชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งยาเสพติดให้โทษนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร และวิธีการในการนำยาเสพติดให้โทษนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่เป็นการขออนุญาตนำเข้าตามข้อ ๖ (๑)
ไม่ต้องแสดงชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทำการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งยาเสพติดให้โทษนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร (๒) กรณีการขออนุญาตส่งออกในแต่ละครั้ง ให้ยื่นใบอนุญาตนำเข้าหรือใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะคราวของประเทศผู้รับ หรือหนังสือรับรองซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ นั้นด้วย
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเฉพาะคราว รวมทั้งข้อมูล เอกสาร และหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้ผู้อนุญาตพิจารณาและออกใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเฉพาะคราวยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ให้แก่ผู้ขออนุญาตภายในสามสิบวัน และแจ้งให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต ให้นำความในข้อ
๒๔ และข้อ ๒๖ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเฉพาะคราวด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๓๓ การออกใบอนุญาตตามข้อ ๓๒ ต้องมีสำเนาและคู่ฉบับใบอนุญาต รวมทั้งมีหมายเลขกำกับไว้ที่สำเนาและคู่ฉบับใบอนุญาตด้วย
ข้อ ๓๔ เมื่อออกใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะคราวแล้ว ให้สำนักงาน อย. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) มอบใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตเพื่อจัดส่งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน (๓)
มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบยาเสพติดให้โทษ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๔) มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นให้พนักงานศุลกากรประจำด่านศุลกากรที่นำเข้า เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๕) เก็บคู่ฉบับใบอนุญาตไว้ที่สำนักงาน
อย. จำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ข้อ ๓๕ เมื่อออกใบอนุญาตส่งออกเฉพาะคราวแล้ว ให้สำนักงาน อย. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) มอบใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาต เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน (๒) มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อส่งไปพร้อมยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่ส่งออก (๓) มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับ
เพื่อนำไปยื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบยาเสพติดให้โทษ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๔) มอบสำเนาใบอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตจำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อนำไปยื่นให้พนักงานศุลกากรประจำด่านศุลกากรที่ส่งออก เพื่อใช้ในการตรวจสอบ (๕) ส่งสำเนาใบอนุญาตไปยังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
จำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศผู้รับได้ทำการตรวจสอบและจัดส่งกลับมายังสำนักงาน อย. (๖) เก็บคู่ฉบับใบอนุญาตไว้ที่สำนักงาน อย. จำนวนหนึ่งฉบับ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
ข้อ ๓๖ การนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ในแต่ละครั้ง ให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) นำยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่นำเข้าหรือส่งออกมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจสอบยาเสพติดให้โทษ เพื่อตรวจสอบ (๒) นำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามชนิดที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเฉพาะคราว
และไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเฉพาะคราว หรือหนังสือรับรองของประเทศที่จะนำเข้า ในกรณีที่ไม่สามารถส่งออกได้ตามจำนวนหรือปริมาณดังกล่าว ให้แจ้งต่อผู้อนุญาตเพื่อแก้ไขใบอนุญาตให้ถูกต้องตามจำนวนหรือปริมาณที่ส่งออกจริง (๓) ในกรณีที่เป็นการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่เป็นพืช
ให้แสดงใบรับรองสุขอนามัยพืชตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช ณ ด่านตรวจพืช ด้วย (๔) ในกรณีที่เป็นการนำเข้า ให้จัดส่งสำเนาใบอนุญาตส่งออกหรือสำเนาหนังสือแสดงการอนุญาตส่งออกของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกมาพร้อมกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ หนึ่งฉบับ
ข้อ ๓๗ เพื่อประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้อนุญาตอาจพิจารณายกเว้นการดำเนินการตามข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๕ และข้อ ๓๖ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุผลในการยกเว้นไว้ให้ชัดเจนด้วย
ข้อ ๓๘ ผู้รับอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่ผลิต ที่จัดทำด้วยวัสดุถาวร โดยมีข้อความเป็นอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสมว่าเป็นสถานที่ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒)
จัดให้มีฉลากที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ โดยให้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน และอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ข) ข้อความเป็นอักษรไทยสีแดงว่า “ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕” ที่มีขนาดเห็นได้ชัดเจน (ค) ขนาดบรรจุ
ให้แสดงหน่วยน้ำหนักหรือปริมาตรในระบบเมตริก (ง) วัน เดือน ปี ที่ผลิต และครั้งที่ผลิต (จ) ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิต (๓) ดำเนินการตามแผนการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๔) แจ้งวันและเวลาการเก็บเกี่ยวยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ที่ผลิตโดยการปลูกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันที่เก็บเกี่ยว และให้บันทึกวันและเวลาการเก็บเกี่ยวและปริมาณที่ผลิตได้ในบัญชีและรายงานเพื่อเสนอต่อผู้อนุญาต (๕) ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดให้มีระบบการควบคุมความปลอดภัย (๖)
จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๗) จัดให้มีการเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น และเก็บเป็นสัดส่วนในที่เก็บซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน (๘)
ในกรณีที่ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตาม (๗) ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า (๙) ในกรณีที่เป็นการขนส่งให้แจ้งกำหนดการขนส่งเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันที่ขนส่ง โดยระบุปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง
และผู้ควบคุมการขนส่ง ทั้งนี้ ให้นำหนังสือแจ้งดังกล่าวและสำเนาใบอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ไปพร้อมกับการขนส่งด้วย (๑๐) จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี
และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๑๑) เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน ความใน (๑) (๔) และ (๙) ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตผลิตตามข้อ ๖ (๑) และ (๓) และความใน (๒) และ (๓)
ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตผลิตตามข้อ ๖ (๑)
ข้อ ๓๙ ผู้รับอนุญาตนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่นำเข้า ที่จัดทำด้วยวัสดุถาวร โดยมีข้อความเป็นอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสมว่าเป็นสถานที่นำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒)
จัดให้มีฉลากที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ โดยให้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน และอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ข) ข้อความเป็นอักษรไทยสีแดงว่า “ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕” ที่มีขนาดเห็นได้ชัดเจน (ค) ขนาดบรรจุ
ให้แสดงหน่วยน้ำหนักหรือปริมาตรในระบบเมตริก (ง) วัน เดือน ปี ที่ผลิต และครั้งที่ผลิต (จ) ชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ตั้งของสถานที่นำเข้า (ฉ) ชื่อผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ (๓) ดำเนินการตามแผนการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๔) นำเข้าและเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดให้มีระบบการควบคุมความปลอดภัย (๕) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๖) จัดให้มีการเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น
และเก็บเป็นสัดส่วนในที่เก็บซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน (๗) ในกรณีที่ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตาม (๖) ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า (๘) จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๙) เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน ความใน (๑)
ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตนำเข้าตามข้อ ๖ (๑) และ (๓) และความใน (๒) และ (๓) ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตนำเข้าตามข้อ ๖ (๑)
ข้อ ๔๐ ผู้รับอนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่ส่งออก ที่จัดทำด้วยวัสดุถาวร โดยมีข้อความเป็นอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสมว่าเป็นสถานที่ส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒)
จัดให้มีฉลากที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ โดยให้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน และอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (ก) ชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ข) ข้อความเป็นอักษรไทยสีแดงว่า “ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕” ที่มีขนาดเห็นได้ชัดเจน (ค) ขนาดบรรจุ
ให้แสดงหน่วยน้ำหนักหรือปริมาตรในระบบเมตริก (ง) วัน เดือน ปี ที่ผลิต และครั้งที่ผลิต (จ) ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิต (ฉ) ชื่อผู้ส่งออกและสถานที่ตั้งของสถานที่ส่งออก (ช) คำว่า “Thailand” (๓) ดำเนินการตามแผนการส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๔) ส่งออกและเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดให้มีระบบการควบคุมความปลอดภัย (๕) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๖) จัดให้มีการเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น
และเก็บเป็นสัดส่วนในที่เก็บซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน (๗) ในกรณีที่ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตาม (๖) ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า (๘) จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๙) เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน ความใน (๑)
ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตส่งออกตามข้อ ๖ (๑) และ (๓) และความใน (๒) และ (๓) ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับอนุญาตส่งออกตามข้อ ๖ (๑)
ข้อ ๔๑ ผู้รับอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีจำหน่ายเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ต้องจัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร ณ สถานที่จำหน่าย ที่จัดทำด้วยวัสดุถาวร
โดยมีข้อความเป็นอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสมว่าเป็นสถานที่จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๒) ดูแลให้มีฉลากยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนตามที่ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าจัดไว้ (๓) จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามที่ได้รับอนุญาตให้แก่ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก
หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๔) กรณีจำหน่ายเพื่อการรักษาผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วย ต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง สั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่ตนให้การรักษา แล้วแต่กรณี (๕) จำหน่ายและเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดให้มีระบบการควบคุมความปลอดภัย (๖) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๗)
จัดให้มีการเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น และเก็บเป็นสัดส่วนในที่เก็บซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน (๘) ในกรณีที่ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตาม (๗) ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า (๙)
จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๑๐)
เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน
ข้อ ๔๒ ผู้รับอนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้มีฉลากยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนตามที่ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าจัดไว้ (๒) มีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามที่ได้รับอนุญาต (๓) มีไว้ในครอบครองและเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕
ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดให้มีระบบการควบคุมความปลอดภัย (๔) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๕) จัดให้มีการเก็บยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น
และเก็บเป็นสัดส่วนในที่เก็บซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน (๖) ในกรณีที่ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตาม (๕) ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า (๗)
จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามที่ได้รับอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๘)
เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน
ข้อ ๔๓ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่สามารถดำเนินการตามข้อ ๓๘ (๓) ข้อ ๓๙ (๓) หรือข้อ ๔๐ (๓) ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งขอแก้ไขแผนการผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการ อย.
กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๔ การจัดทำบัญชีและการจัดทำรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้มีรายละเอียดและเป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ อย. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๕ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษฉบับละ๑๐,๐๐๐บาท ในประเภท ๕ (๒) ใบอนุญาตนำเข้ายาเสพติดให้โทษฉบับละ๑๐,๐๐๐บาท ในประเภท ๕ (๓) ใบอนุญาตส่งออกยาเสพติดให้โทษฉบับละ ๕,๐๐๐บาท ในประเภท ๕ (๔) ใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษฉบับละ ๒,๐๐๐บาท ในประเภท ๕ (๕)
ใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองฉบับละ ๕๐๐บาท ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๖) ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกฉบับละ ๕๐๐บาท เฉพาะคราวยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (๗) การต่ออายุใบอนุญาตตาม (๑) (๒)เท่ากับกึ่งหนึ่ง (๓) (๔) หรือ (๕)ของค่าธรรมเนียม สำหรับใบอนุญาตนั้น
ข้อ ๔๖ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามข้อ ๔๕ แก่สภากาชาดไทย และหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานในกำกับของรัฐที่เป็นนิติบุคคลเว้นแต่รัฐวิสาหกิจ
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๔๗ ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ การขออนุญาตผลิตหรือนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ตามข้อ ๖ (๒) ให้กระทำได้เมื่อผู้ขออนุญาตตามข้อ ๙ เป็นหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือสภากาชาดไทย และขออนุญาตได้เฉพาะยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่เป็นพืชฝิ่นเท่านั้น
ข้อ ๔๘ หนังสือสำคัญแสดงการอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ที่ออกตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๔ หรือในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๕๙
ตั้งแต่วันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๕ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด บัญญัติให้การอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ การนำเข้าหรือส่งออกในแต่ละครั้ง และการควบคุม กำกับดูแล
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).