มาตรา ๖ เด็กทุกคนที่มีอายุย่างเข้าปีที่แปด ต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาจนกว่าจะมีอายุย่างเข้าปีที่สิบห้า เว้นแต่เป็นผู้สอบได้ชั้นประถมศึกษาปีที่หก ตามหลักสูตรประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามหลักสูตรอื่นที่รัฐมนตรีเห็นว่าเทียบเท่า แต่ถ้าในตำบลใด
ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรบังคับให้เด็กเข้าเรียนเมื่อเด็กมีอายุครบหกปีบริบูรณ์ หรือเมื่อเด็กมีอายุมากกว่านั้นแต่ต้องไม่เกินอายุครบแปดปีบริบูรณ์ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจประกาศกำหนดอายุเพื่อบังคับเด็กเข้าเรียนได้ การนับอายุให้นับตามปีปฏิทิน
มาตรา ๗ โรงเรียนประชาบาลและโรงเรียนเทศบาลสอนให้โดยไม่เรียกเก็บค่าสอน ส่วนโรงเรียนรัฐบาลนั้นอาจเรียกเก็บค่าสอนได้ตามอัตราที่รัฐมนตรีได้กำหนดไว้
มาตรา ๘ การเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา ให้หมายความดังนี้ (๑) เด็กผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีตามความในมาตรา ๑๒ ต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา (๒) เด็กต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาจริง ๆ เดือนหนึ่งไม่ขาดเรียนเกินเจ็ดวันโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร (๓) (ยกเลิก)
มาตรา ๙ ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กคนใดร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ยกเว้นเด็กคนนั้นจากการเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา โดยเหตุที่เด็กคนนั้นได้รับการศึกษาอยู่ในครอบครัวของตน และเมื่อนายอำเภอได้พิจารณาเห็นชอบตามเกณฑ์ในกฎกระทรวงที่ได้กำหนดไว้แล้ว ให้นายอำเภอสั่งยกเว้นได้
บิดามารดาหรือผู้ปกครองต้องส่งเด็กที่ได้รับการยกเว้นนั้นให้ศึกษาธิการอำเภอสอบไล่ความรู้ปีละหนึ่งครั้ง ถ้าปรากฏว่าเด็กนั้นไม่มีความรู้เพียงพอตามหลักสูตรประโยคประถมศึกษาตอนต้นหรือประโยคประถมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วแต่กรณี หรือหลักสูตรอื่นที่รัฐมนตรีเห็นว่าเทียบเท่า
หรือเมื่อมีเหตุอื่นอันสมควร ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งถอนการยกเว้นนั้นก็ได้
มาตรา ๑๐ เมื่อบิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กคนใดร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรว่า การเป็นอยู่ของตนจำต้องอาศัยใช้เด็กนั้นชั่วคราวหรือจำต้องใช้เด็กสำหรับการอาชีพ ซึ่งมิฉะนั้นจะทำไปไม่ได้ทีเดียว และเมื่อนายอำเภอสอบสวนปรากฏความจริง
ก็มีอำนาจผ่อนผันเด็กคนนั้นจากการเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาได้ปีหนึ่งไม่เกินสองเดือน ข้าหลวงประจำจังหวัดจะสั่งถอนการผ่อนผันที่นายอำเภอได้ให้ไปนั้นเมื่อใดก็ได้ เมื่อมีเหตุผลอันสมควร
มาตรา ๑๑ นายอำเภอมีอำนาจยกเว้นเด็กที่มีลักษณะดังต่อไปนี้จากการเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา (๑) เด็กที่บกพร่องในส่วนกำลังกาย หรือกำลังความคิดหรือเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคติดต่อ (๒)
เด็กที่อยู่ห่างจากโรงเรียนประถมศึกษาที่สอนให้เปล่าเกินสามพันเมตรหรือที่ไม่สามารถจะไปถึงโรงเรียนได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ (๓) เด็กที่จำเป็นต้องหาเลี้ยงบิดามารดาหรือผู้ปกครองซึ่งทุพพลภาพไม่มีหนทางหาเลี้ยงชีพ และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดูแทน (๔)
เด็กที่มีความเป็นอยู่อันไม่เหมาะสมที่จะเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา การยกเว้นตามข้อ (๓) นี้ ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองที่ทุพพลภาพมีเด็กที่ต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาพร้อมกันหลายคน คงยกเว้นให้แต่คนเดียว เมื่อปรากฏว่าเด็กพ้นจากลักษณะที่ได้รับการยกเว้นดังกล่าวแล้ว ให้นายอำเภอสั่งถอนการยกเว้นนั้น
ข้าหลวงประจำจังหวัดจะสั่งถอนการยกเว้นที่นายอำเภอได้ให้ไว้นั้นเมื่อใดก็ได้ เมื่อมีเหตุผลอันสมควร
มาตรา ๑๒ ภายในเดือนธันวาคมและมกราคมทุกรอบปี ให้นายอำเภอประกาศแก่ราษฎรในท้องที่ของตนให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กที่มีอายุถึงเขตที่จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมต่อไป ไปแจ้งความตามรายการสำรวจเด็กต่อเจ้าพนักงานยังสถานที่ในตำบลและภายในเวลาที่นายอำเภอกำหนดไว้
การแจ้งความตามความในมาตรานี้ หรือการทำคำร้องใด ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
มาตรา ๑๓ ให้นายอำเภอแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษรแก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กที่ได้สำรวจตามมาตรา ๑๒ ให้ส่งเด็กนั้นเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาในวันเปิดเรียนภาคต้นของปีต่อไปตามที่นายอำเภอจะได้กำหนดไว้ในใบแจ้งความนั้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยเป็นอุปสรรคขัดขวางไว้
ถ้าปรากฏว่ามีเด็กที่ยังมิได้เข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ให้นายอำเภอแจ้งความเป็นหนังสือแก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กนั้น ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภายในกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันรับแจ้งความ
มาตรา ๑๔ เมื่อปรากฏว่าเด็กคนใดยังมิได้เรียนอยู่ในโรงเรียนตามแจ้งความของนายอำเภอตามมาตรา ๑๓ หรือขาดเรียนเป็นการฝ่าฝืนต่อมาตรา ๘ (๒) ให้นายอำเภอแจ้งความเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง บังคับให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองนำเด็กนั้นไปเข้าเรียน
มาตรา ๑๕ เมื่อบิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กคนใดร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เด็กซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ตำบลหนึ่งหรืออำเภอหนึ่งไปเรียนยังโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งอยู่ในท้องที่อีกตำบลหนึ่งหรืออำเภอหนึ่ง และเมื่อนายอำเภอสอบสวนเห็นสมควรแล้วก็มีอำนาจสั่งได้
มาตรา ๑๖ ครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาต้องจัดให้มี (๑) ทะเบียนนักเรียน (๒) บัญชีเรียกชื่อ (๓) สมุดหมายเหตุรายวัน ตามแบบของกระทรวงธรรมการ กับทั้งต้องทำให้ทันเวลาและถูกต้องตามข้อบังคับของกระทรวงธรรมการด้วย
มาตรา ๑๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบความเป็นไปในโรงเรียนประถมศึกษาได้ทุกเมื่อ และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนต้องให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานในการนั้นทุกอย่าง
มาตรา ๑๘ การสอบไล่ประโยคประถมศึกษานั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงธรรมการเป็นผู้สอบ และให้สอบไล่ทุกวิชาแห่งหลักสูตรประถมศึกษาของกระทรวงธรรมการ หรือหลักสูตรอื่นที่รัฐมนตรีเห็นว่าเทียบเท่ากัน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).