我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติประถมศึกษา พุทธศักราช 2478 (ยกเลิก) ส่วนที่ ๓ การควบคุมโรงเรียนประชาบาล

มาตรา ๓๕–มาตรา ๔๕共 12 條

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ภาคเรียน หลักสูตร การสอน หนังสือเครื่องใช้ในการสอน การเรียน วินัย ระเบียบการปกครองโรงเรียน ความสมควรและการสุขาภิบาลแห่งสถานที่ของโรงเรียน ให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎกระทรวง

มาตรา ๓๕ ทวิ

มาตรา ๓๕ ทวิ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๕ ในท้องถิ่นที่มีฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับโอนโรงเรียนประชาบาลไปจัดการแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอำนาจออกข้อบัญญัติจังหวัดในกิจการต่อไปนี้ (๑) การปกครองโรงเรียน (๒) การเงินและทรัพย์สินของโรงเรียน (๓) การทำประมาณการรายได้และงบประมาณรายจ่ายของโรงเรียน (๔) การจัดสถานที่เรียนและเครื่องใช้ในโรงเรียน (๕) การตรวจตรากิจการของโรงเรียน (๖) การบัญชีทุกอย่างในโรงเรียน (๗) การอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการโรงเรียน

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ นายอำเภอเป็นผู้ตั้งและถอนครูโรงเรียนประชาบาลที่ประชาชนจัดตั้งด้วยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัด คุณสมบัติและวิทยฐานะของครูโรงเรียนประชาบาลที่ประชาชนจัดตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ทรัพย์สินที่มีผู้ให้หรือสั่งไว้ในพินัยกรรมเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนโดยมีเงื่อนไข หรือภาระติดพันโรงเรียนประชาบาลที่ประชาชนจัดตั้งหรือนายอำเภอแล้วแต่ประเภทของโรงเรียน จะรับได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบของข้าหลวงประจำจังหวัด

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการศึกษาข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจตั้งและถอนกรรมการศึกษาได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ กรรมการศึกษามีหน้าที่ (๑) รับปรึกษาหารือในการจัดและดำเนินการศึกษา (๒) ตรวจตราดูแลงบประมาณบัญชีเงิน และสอดส่องความเป็นไปของโรงเรียนประชาบาลที่ประชาชนจัดตั้ง (๓) ช่วยเหลือนายอำเภอในส่วนโรงเรียนประชาบาลที่นายอำเภอจัดตั้ง หมวดที่ ๔ โรงเรียนเทศบาล

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เมื่อท้องถิ่นใดมีฐานะเป็นเทศบาลแล้ว ให้โอนโรงเรียนประชาบาลรวมทั้งทรัพย์สินของโรงเรียนมาเป็นของเทศบาลนั้น

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ท้องถิ่นใดมีฐานะเป็นเทศบาลแล้ว ให้เทศบาลมีหน้าที่จัดตั้งและดำรงโรงเรียนประถมศึกษาด้วยเงินรายได้ของเทศบาลนั้น และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๕,๓๖,๓๘,๓๙ และ ๔๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่อำนาจการตั้งและถอนครูตามมาตรา ๓๖ อำนาจการตั้งและถอนกรรมการศึกษาตามมาตรา ๓๘ ให้เป็นอำนาจของนายกมนตรีแห่งเทศบาลนั้น

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ การจัดการประถมศึกษาของเทศบาลนั้นให้มีคณะกรรมการอำนวยการศึกษาตามจำนวนที่คณะเทศมนตรีจะได้กำหนด แต่ต้องไม่ต่ำกว่าห้าคนและไม่เกินสิบเอ็ดคน ให้นายกเทศมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่ง และให้มีผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยหนึ่งคนเป็นกรรมการ นอกนั้นให้คณะเทศมนตรีเป็นผู้เลือก

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ คณะกรรมการอำนวยการศึกษา มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมการเงินและทรัพย์สินของโรงเรียนให้เรียบร้อย (๒) ทำงบประมาณรายรับรายจ่ายของโรงเรียนแยกเป็นรายโรงเรียน (๓) จัดสถานที่เรียนและเครื่องใช้ให้พอควรแก่การ (๔) ตรวจตรากิจการของโรงเรียนเป็นครั้งคราว และให้รายงานถึงกิจการของโรงเรียนต่อคณะเทศมนตรีทุกภาคเรียน (๕) ทำรายงานประจำปีแสดงกิจการของโรงเรียนยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตามกำหนดเวลาและตามแบบของกระทรวงศึกษาธิการ (๖) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๕ ท้องถิ่นใดมีฐานะเป็นเทศบาลแล้ว เทศบาลมีอำนาจออกเทศบัญญัติในกิจการต่อไปนี้ (๑) การปกครองโรงเรียน (๒) การเงินและทรัพย์สินของโรงเรียน (๓) การทำงบประมาณรายได้รายจ่ายของโรงเรียน (๔) การจัดสถานที่เรียนและเครื่องใช้ในโรงเรียน (๕) การตรวจตรากิจการของโรงเรียน (๖) การบัญชีทุกอย่างในโรงเรียน (๗) การอื่น ๆ ที่เกี่ยวด้วยการจัดการโรงเรียน

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ท้องถิ่นใดมีฐานะเป็นเทศบาลแล้ว รัฐบาลอาจมอบอำนาจตามมาตรา ๙,๑๐,๑๑,๑๒,๑๓,๑๔ และ ๑๕ ให้เทศบาลจัดการได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อรัฐบาลมอบอำนาจเช่นว่านั้นให้เทศบาลจัดการแล้วความในพระราชบัญญัตินี้ส่วนที่กำหนดว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกมนตรี การมอบอำนาจให้เทศบาลจัดการนั้น ให้เป็นไปตามที่จะได้มีบทพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).