ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ ปฏิบัติหน้าที่ในห้องควบคุมการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตลอดเวลาที่มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๑) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วไป และ (๒) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อาวุโส
หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ควบคุม จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘/๑) ประกอบกับมาตรา ๙๔
ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบการตลอดเวลาที่มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย จำนวนเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘/๑) ประกอบกับมาตรา ๙๓
ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ฟิสิกส์สุขภาพปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยด้วย
ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้เป็นไปตามขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์และเงื่อนไขในใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการความปลอดภัย
ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ขีดจำกัดด้านความปลอดภัย (safety limits) ข้อมูลการตั้งระบบความปลอดภัย (safety system settings) และข้อกำหนดสำหรับการเฝ้าระวัง (limiting conditions)
ให้เป็นไปตามรายงานการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการตามมาตรา ๖๒ รายงานการทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือรายงานการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการตามมาตรา ๖๓
รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ และหากมีประวัติการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยก็ต้องกำหนดค่าพารามิเตอร์ให้สอดคล้องกับประวัติการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยด้วย
ข้อ ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำเอกสารแสดงขั้นตอนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบระบายความร้อน ระบบควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity) ระบบการกักกั้นการแพร่กระจายของนิวไคลด์กัมมันตรังสี (confinement of the radioactive material) หรือระบบอื่นที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยได้
แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหรือรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตามวิธีการที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยปฏิบัติในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว
ขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์ตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการความปลอดภัย
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) หากการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไม่เป็นไปตามขีดจำกัดด้านความปลอดภัย
ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหยุดการทำงานเองได้และอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนดำเนินการแก้ไขและแจ้งเหตุให้สำนักงานทราบทันที พร้อมทั้งจัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขต่อสำนักงานภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด (๒)
หากการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับการเฝ้าระวัง ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการใด ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและแจ้งเหตุให้สำนักงานทราบทันที พร้อมทั้งจัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขต่อสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พบความผิดปกติ ในกรณีตาม (๑)
ห้ามผู้รับใบอนุญาตเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเครื่องนั้น เว้นแต่ได้รับการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานแล้ว
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).