กฎกระทรวง ความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๘ (๑๘) และมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “สถานประกอบการ” หมายความว่า สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย “ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย “คณะกรรมการความปลอดภัย” หมายความว่า
คณะกรรมการความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้วิจัย ผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลอื่นใดโดยผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดได้ ความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้รวมถึง (๑)
การมีศักยภาพในการดำเนินการสถานประกอบการและการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตลอดเวลาที่ประกอบการ (๒) การทวนสอบการออกแบบสถานประกอบการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องมีความเหมาะสม และการจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยอย่างเหมาะสมและเพียงพอ (๓)
การจัดฝึกอบรมและให้ข้อมูลที่จำเป็นและเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๔) การกำหนดขั้นตอนและการเตรียมการในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๕)
การควบคุมความปลอดภัยของวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมดที่มีการใช้ การผลิต หรือการจัดเก็บในสถานประกอบการ รวมทั้งการขนส่งวัสดุดังกล่าว (๖) การจัดการกากกัมมันตรังสีของสถานประกอบการอย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ข้อ ๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีโครงสร้างองค์กร โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กร คณะกรรมการความปลอดภัย ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และเจ้าหน้าที่ฟิสิกส์สุขภาพ
โดยมีจำนวนบุคลากรที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงแผนภูมิโครงสร้างการบริหารจัดการองค์กรที่แสดงสายการบังคับบัญชา คุณสมบัติ และหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่ง
ข้อ ๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการความปลอดภัย” ประกอบด้วย ผู้ชำนาญการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยมีจำนวนที่เพียงพอตามความจำเป็น และไม่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
โดยมีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาหรือเสนอแนะในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การออกแบบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย รวมทั้งแบบและคุณสมบัติของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และส่วนประกอบเกี่ยวกับการควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity) (๒)
เอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๓) การทดลองหรือทดสอบที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๔) การเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ต่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหรือการทดลองที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๕) การฝ่าฝืนขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามที่กำหนดในใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือฝ่าฝืนขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๖) ขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๗)
การทบทวนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามระยะเวลา (๘) รายงานการดำเนินการหรือการแจ้งเหตุต่อสำนักงาน (๙) รายงานการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อมต่อสำนักงาน (๑๐) รายงานปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนได้รับต่อสำนักงาน (๑๑)
รายงานทางเทคนิคเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานประกอบการและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยต่อสำนักงาน (๑๒) รายงานผลการตรวจสอบของสำนักงาน (๑๓) การประเมินความปลอดภัยในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย การทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๑๔)
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๕ ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) บริหารงานด้านการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๒) จัดการฝึกอบรมและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๓) จัดการซ่อมบำรุง ทดสอบ
ประเมินผลและตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามระยะเวลาการใช้งาน และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๖ ในกรณีเกิดเหตุที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้สำนักงานทราบโดยทันที และจัดทำรายงานสรุปสถานการณ์และผลการแก้ไขตามแผนการแก้ไขให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันเกิดเหตุ
ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอัคคีภัย และฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนการตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และต้องฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หากเป็นการฝึกซ้อมกรณีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบเป็นอันตรายสูงสุดตามที่กำหนดในแผนให้ฝึกซ้อมอย่างน้อยทุกสองปี
ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายอื่นจากการปฏิบัติงานนอกเหนือจากแผนป้องกันอันตรายจากรังสี
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแผนจัดการความเสื่อมของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เพื่อให้โครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสามารถทำงานได้โดยปลอดภัยตลอดอายุของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับวิธีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและการปฏิบัติงานกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้แก่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและผู้ทำการทดลองหรือใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ใดทำการทดลองหรือใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยมิได้
เว้นแต่การทดลองหรือใช้ประโยชน์ตามรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของการทดลองหรือใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยของผู้นั้นโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยแล้ว ทั้งนี้ ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุขั้นตอนการปฏิบัติงาน อุปกรณ์
เครื่องมือ และหากมีวัสดุที่ผ่านการฉายรังสีแล้วให้ระบุวิธีการจัดการด้วย ในกรณีผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่าการทดลองหรือใช้ประโยชน์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ให้เสนอผลการพิจารณาดังกล่าวต่อคณะกรรมการความปลอดภัยพิจารณาต่อไป ในกรณีคณะกรรมการความปลอดภัยไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ให้ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเสนอผลการพิจารณาของผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและของคณะกรรมการความปลอดภัยต่อผู้รับใบอนุญาต การพิจารณาของผู้รับใบอนุญาตให้เป็นที่สุด
ข้อ ๑๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีห้องควบคุมและอุปกรณ์สำหรับควบคุมการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมทั้งจัดให้มีระบบที่ใช้สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สามารถใช้งานได้ ในกรณีมีห้องควบคุมสำรอง
ผู้รับใบอนุญาตต้องมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้วย
ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานได้โดยสะดวก มีการรักษาความสะอาดและบำรุงรักษาให้พื้นที่ปฏิบัติงานมีอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี มีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงาน และมีการติดป้ายแสดงให้เห็นถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
ข้อ ๑๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบจัดทำและจัดเก็บเอกสาร บันทึกและรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเพื่อประโยชน์ต่อการเตรียมรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ การซ่อมบำรุงและการเลิกดำเนินการสถานประกอบการ
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บเอกสารเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย การก่อสร้าง การติดตั้งและทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย การเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย การซ่อมบำรุง และการจัดการความเสื่อม รวมทั้งแบบแปลนการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
และการดัดแปลงแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยไว้จนกว่าเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะสั่งให้สถานประกอบการพ้นจากการควบคุม สำหรับเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลรายละเอียดและประวัติการรับรังสีของผู้ปฏิบัติงาน ข้อมูลรายละเอียดของการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อม
การตรวจวัดระดับรังสีและการปนเปื้อนทางรังสีบนพื้นผิวในบริเวณที่ปฏิบัติงาน ข้อมูลรายละเอียดของการจัดการกากกัมมันตรังสีจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย รวมทั้งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุ วิธีการในการแก้ไขและผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้อง
ต้องจัดเก็บไว้อย่างน้อยห้าปี ผู้รับใบอนุญาตจะจัดเก็บเอกสารในรูปแบบของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการรวบรวมประสบการณ์จากการดำเนินการหรือเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเครื่องอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อศึกษาและพัฒนาให้การเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยของผู้รับใบอนุญาตเป็นไปอย่างปลอดภัย
ข้อ ๑๗ การแจ้งและการรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการและสถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับมาที่สำนักงาน (๒)
แจ้งหรือยื่นเอกสารที่สำนักงาน หรือ (๓) วิธีการและสถานที่อื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด แบบการแจ้งและการรายงานตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด
หมวด ๒ การเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ ปฏิบัติหน้าที่ในห้องควบคุมการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตลอดเวลาที่มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๑) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วไป และ (๒) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อาวุโส
หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ควบคุม จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘/๑) ประกอบกับมาตรา ๙๔
ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานประกอบการตลอดเวลาที่มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย จำนวนเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘/๑) ประกอบกับมาตรา ๙๓
ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ฟิสิกส์สุขภาพปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยด้วย
ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้เป็นไปตามขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์และเงื่อนไขในใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการความปลอดภัย
ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ขีดจำกัดด้านความปลอดภัย (safety limits) ข้อมูลการตั้งระบบความปลอดภัย (safety system settings) และข้อกำหนดสำหรับการเฝ้าระวัง (limiting conditions)
ให้เป็นไปตามรายงานการทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการตามมาตรา ๖๒ รายงานการทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือรายงานการทดสอบการบรรจุวัสดุนิวเคลียร์หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการตามมาตรา ๖๓
รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ และหากมีประวัติการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยก็ต้องกำหนดค่าพารามิเตอร์ให้สอดคล้องกับประวัติการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยด้วย
ข้อ ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำเอกสารแสดงขั้นตอนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบระบายความร้อน ระบบควบคุมรีแอคติวิตี (reactivity) ระบบการกักกั้นการแพร่กระจายของนิวไคลด์กัมมันตรังสี (confinement of the radioactive material) หรือระบบอื่นที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยได้
แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหรือรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตามวิธีการที่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้องที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยปฏิบัติในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว
ขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขหรือควบคุมสถานการณ์ตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการความปลอดภัย
ข้อ ๒๗ ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) หากการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไม่เป็นไปตามขีดจำกัดด้านความปลอดภัย
ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหยุดการทำงานเองได้และอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนดำเนินการแก้ไขและแจ้งเหตุให้สำนักงานทราบทันที พร้อมทั้งจัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขต่อสำนักงานภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด (๒)
หากการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับการเฝ้าระวัง ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการใด ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและแจ้งเหตุให้สำนักงานทราบทันที พร้อมทั้งจัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขต่อสำนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พบความผิดปกติ ในกรณีตาม (๑)
ห้ามผู้รับใบอนุญาตเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเครื่องนั้น เว้นแต่ได้รับการประเมินความปลอดภัยจากสำนักงานแล้ว
หมวด ๓ การซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยตามแผนและรายการการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยได้แจ้งแผนดังกล่าวเป็นหนังสือให้สำนักงานทราบแล้ว แผนตามวรรคหนึ่ง
ต้องอยู่บนพื้นฐานของรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ และสอดคล้องกับขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยในแผนการซ่อมบำรุงต้องระบุกรณีการเปลี่ยนแปลงสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไปจากสภาพการเดินเครื่องตามปกติ เช่น
การถอดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้เพื่อการซ่อมบำรุง รวมถึงขั้นตอนการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม อีกทั้งต้องปรากฏแผนการตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือการซ่อมบำรุงเพื่อแก้ไขความผิดปกติด้วย
ข้อ ๒๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งการซ่อมบำรุงประจำปีให้สำนักงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนการซ่อมบำรุงประจำปี และรายงานผลการซ่อมบำรุงประจำปีดังกล่าวให้สำนักงานทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ซ่อมบำรุงประจำปีแล้วเสร็จ
ข้อ ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการเพื่อให้ความถี่ในการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของแต่ละโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เป็นไปตามผลการทดสอบและการตรวจสอบที่ผ่านมา และเป็นไปตามค่าความน่าเชื่อถือที่ระบุในแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และควบคุมให้การใช้งานอุปกรณ์และเครื่องมือนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสม
ข้อ ๓๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลให้ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยรับผิดชอบการซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้ความปลอดภัยเป็นไปตามที่ระบุไว้ในขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องเสนอผลการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยประเมินความสอดคล้องกับค่าความปลอดภัยของระบบและขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ทั้งนี้
ให้เปรียบเทียบผลการทดสอบปัจจุบันและการตรวจสอบที่ผ่านมา
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ผลการซ่อมบำรุง การทดสอบตามระยะเวลา และการตรวจสอบสภาพของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยไม่เป็นไปตามค่าความปลอดภัยของระบบหรือขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ผู้รับใบอนุญาตต้องแก้ไขให้กลับสู่ค่าความปลอดภัยของระบบหรือขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และรายงานผลที่ไม่เป็นไปตามค่าความปลอดภัยของระบบหรือขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยต่อคณะกรรมการความปลอดภัยและสำนักงาน พร้อมทั้งทบทวนแผนการซ่อมบำรุง
ให้ผู้รับใบอนุญาตหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยชั่วคราวจนกว่าจะแก้ไขให้เป็นไปตามค่าความปลอดภัยของระบบหรือขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และจะเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยต่อไปได้ต้องได้รับอนุมัติจากผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
โดยมีการรับรองผลการตรวจสอบและทดสอบตามมาตรฐานกำหนด
หมวด ๔ การจัดการแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
ข้อ ๓๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องวิเคราะห์ความปลอดภัยและจัดทำแผนการจัดการแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยเสนอให้เลขาธิการให้ความเห็นชอบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวัน และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนดังกล่าวให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่จัดการแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยแล้วเสร็จ
ข้อ ๓๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลให้ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ภายในสถานประกอบการ การเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์นอกสถานประกอบการ
ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขนส่งที่ออกตามความในมาตรา ๙๙
ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่สอดคล้องกับขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย โดยกำหนดรายละเอียดตั้งแต่การบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
การนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ออกจากแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และการตรวจสอบเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยต้องนำไปจัดเก็บในสถานที่ที่มีการระบายความร้อนจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อย่างเพียงพอ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ต้องมีตัวประกอบพหุคูณยังผล (effective multiplication factor หรือ keff) ไม่เกิน ๐.๙
ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องตรวจสอบว่าแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ รวมทั้งมีระบบคัดกรองและการจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ไม่สมบูรณ์เพื่อมิให้มีการแพร่กระจายของนิวไคลด์กัมมันตรังสี ซึ่งอย่างน้อยต้องมีการถ่ายเทความร้อนและการป้องกันอันตรายจากรังสีที่เพียงพอ
และการควบคุมให้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์อยู่ในภาวะต่ำกว่าวิกฤต
ข้อ ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมให้การบรรจุและการขนส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขนส่งที่ออกตามความในมาตรา ๙๙ และพันธกรณีระหว่างประเทศ
ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการป้องกันอันตรายจากรังสีที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นในสถานประกอบการ ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยทางรังสีที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘) ประกอบกับมาตรา ๙๑
ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นในสถานประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยทางรังสี ทั้งนี้ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยทางรังสีที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๘) ประกอบกับมาตรา ๙๑
ข้อ ๔๒ ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นในสถานประกอบการมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับรังสีเกินขีดจำกัดปริมาณรังสีที่กำหนดไว้ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งผู้ปฏิบัติงาน บุคคลอื่นในสถานประกอบการ และสำนักงานทราบโดยทันที (๒)
สั่งให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นดังกล่าวหยุดปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับรังสีออกจากบริเวณที่มีการปนเปื้อนทางรังสี และประเมินอันตรายจากรังสีทันที (๓) ประเมินปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นในสถานประกอบการได้รับ
หากมีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัสดุกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกหรือปฏิบัติงานในบริเวณที่มีการปนเปื้อนทางรังสี (๔) ตรวจสอบหาสาเหตุของการได้รับรังสีเกินขีดจำกัดปริมาณรังสีที่กำหนด (๕) แก้ไขเหตุของการได้รับรังสีเกินขีดจำกัดปริมาณรังสีที่กำหนดและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก (๖) จัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ
วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไข ให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบเหตุที่ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลอื่นในสถานประกอบการได้รับรังสีเกินขีดจำกัดปริมาณรังสีที่กำหนด
ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจวัดระดับรังสีในสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจวัดระดับรังสีพื้นหลังก่อนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๒) ตรวจวัดระดับรังสีในสิ่งแวดล้อมและปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงาน บุคคลอื่นในสถานประกอบการ และประชาชน
ได้รับโดยตรงในระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๔๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบว่ามีระดับรังสีหรือมีการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีออกจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเกินเกณฑ์การปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีทางอากาศและทางน้ำท้ายกฎกระทรวงว่าด้วยการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสีที่ออกตามความในมาตรา ๘ (๑๓) ประกอบกับมาตรา ๗๘
ผู้รับใบอนุญาตต้องหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยชั่วคราวและแจ้งให้สำนักงานทราบโดยทันที พร้อมทั้งดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบหาสาเหตุของความผิดปกติ (๒) แก้ไขให้กลับสู่ภาวะปกติ (๓) จัดทำเอกสารรายงานสาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลการแก้ไขให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พบความผิดปกติ
หมวด ๕ การหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๔๕ ในหมวดนี้ “การหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย” (extended shutdown) หมายความว่า การหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยโดยไม่มีแผนการเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยหรือไม่มีแผนการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
แต่ไม่รวมถึงการหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเพื่อวัตถุประสงค์ในการซ่อมบำรุงหรือในการปรับปรุงแก้ไขเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
ข้อ ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามแผนการหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย และดำเนินการทางเทคนิคเพื่อให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ซึ่งแผนดังกล่าวต้องประกอบด้วย (๑) การนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ออกจากแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
และการเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย (๒) วิธีการและมาตรการในการถอดอุปกรณ์ออกจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและระบบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเก็บรักษาอุปกรณ์ดังกล่าว (๓) การปรับปรุงรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
และขีดจำกัดและเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๔) การจัดการเกี่ยวกับเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และกากกัมมันตรังสีในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (๕) การเฝ้าระวังทั่วไปและการตรวจสอบตามระยะเวลา การทดสอบ และการซ่อมบำรุงเพื่อให้โครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบต่าง ๆ
ของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย (๖) การปรับปรุงแผนการตอบสนองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีเท่าที่จำเป็น (๗) การจัดสรรบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเพื่อดูแลรักษาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๑๘) และมาตรา ๙๑ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).