ข้อ ๕ สถานประกอบการต้องได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามหลักความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ดังต่อไปนี้ (๑) การควบคุมอันตรกิริยานิวเคลียร์และรังสี (๒) การระบายความร้อนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ (๓) ความสามารถกักเก็บวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ รวมทั้งการกำบังรังสีที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ (๔)
การป้องกันมิให้ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ประชาชนโดยรอบสถานประกอบการ และบุคคลอื่น ได้รับรังสีเกินกว่าขีดจำกัดปริมาณรังสีตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยทางรังสี (๕) การป้องกันการรั่วไหลของวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก
ทั้งในสภาวะการทำงานปกติและสภาวะเกิดอุบัติเหตุ ตามที่ระบุในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้นหรือรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสีฉบับเบื้องต้น แล้วแต่กรณี (๖) แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหลักความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี ดังต่อไปนี้
(ก) หลักการป้องกันเชิงลึก (defense in depth) (ข) หลักความปลอดภัยแม้ในภาวะล้มเหลว (fail safe) (๗) ระบุส่วนที่เป็นโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยที่ติดตั้งในสถานประกอบการที่มีระบบทำงานสำรองที่ทำงานต่างกัน และทำงานอย่างเป็นอิสระต่อกัน (๘)
รองรับการทำงานที่ประสานและสอดคล้องกันระหว่างความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (๙) รองรับการจัดการความเสื่อมสภาพของสถานประกอบการ โดยต้องสามารถตรวจสอบ ปรับเทียบ ทดสอบสมรรถนะ ซ่อมบำรุง ซ่อมแซม และเปลี่ยนทดแทนของโครงสร้าง ระบบ
และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตาม (๗) ได้ (๑๐) รองรับกรณีการเกิดอุบัติเหตุและการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินตามกฎกระทรวงว่าด้วยการดำเนินการด้านความปลอดภัยของผู้รับใบอนุญาต กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (๑๑)
มีระบบอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะรองรับงานจัดการกากกัมมันตรังสีและกิจกรรมการเลิกดำเนินกิจการในอนาคต รวมทั้งรองรับกรณีการหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระยะยาวหรือในระหว่างรอการรื้อถอนเลิกใช้งานถาวร (๑๒) มีการต่อประสานระหว่างคนและเครื่องจักร (human-machine interface)
ที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้อุปกรณ์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่องจักรต่าง ๆ โดยมีแผงควบคุมทางกายภาพ ปุ่มและไฟแสดงสถานะ และหน้าจอแสดงผลในการควบคุม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๑๓) ใช้ผลการวิเคราะห์ความปลอดภัยแบบดีเทอมินิสติก (deterministic safety analysis)
ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการทางนิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานต้องใช้ผลการวิเคราะห์ความปลอดภัยแบบความน่าจะเป็น (probabilistic safety analysis) ด้วย
ข้อ ๖ การก่อสร้างสถานประกอบการต้องพิจารณาและดำเนินการตามหลักความปลอดภัยตามลำดับ (graded approach) ที่อาจแตกต่างกันตามประเภทของสถานประกอบการ โดยคำนึงถึงปัจจัย ดังต่อไปนี้ (๑) ขนาดกำลังของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (๒) รายการและปริมาณรังสีที่เกิดขึ้น (๓)
ปริมาณและการเสริมสมรรถนะของวัสดุนิวเคลียร์พิเศษและวัสดุนิวเคลียร์ที่สามารถเกิดการแตกตัวได้ (๔) เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ผ่านการใช้งาน ระบบแรงดันสูง ระบบทำความร้อน และการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (๕) ประเภทของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (๖)
ชนิดและมวลของตัวหน่วงนิวตรอน ตัวสะท้อนนิวตรอน และสารหล่อเย็น (๗) ปริมาณของรีแอคติวิตีที่เกิดขึ้นได้และอัตราการเกิดรีแอคติวิตี การควบคุมรีแอคติวิตี และคุณลักษณะด้านความปลอดภัย (๘) คุณภาพของสิ่งก่อสร้างเพื่อการกักกันทางรังสี (๙) การดำเนินการสถานประกอบการ (๑๐) การประเมินสถานที่ตั้ง
รวมถึงอันตรายภายนอกที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ตั้งของสถานประกอบการและกลุ่มประชากร
ข้อ ๗ โครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๗) ต้องได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานตามหน้าที่ ทั้งในกรณีเกิดเหตุผิดปกติหรือเกิดอุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติและภัยจากการกระทำของบุคคล
ตามลักษณะของอุบัติเหตุที่นำมาใช้เป็นพื้นฐานการออกแบบที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับเบื้องต้น และรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์
หรือรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะตั้งสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี รายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสีฉบับเบื้องต้น และรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสีฉบับสมบูรณ์ แล้วแต่กรณี
และสามารถทดสอบหรือพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการที่น่าเชื่อถือ
ข้อ ๘ การออกแบบ การสร้าง การทดสอบ การติดตั้ง และการตรวจสอบโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามข้อ ๕ (๗) ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานที่เลขาธิการประกาศกำหนด ในกรณีที่โครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง
มิได้ผลิตสำเร็จทั้งหมดจากโรงงานผู้ผลิต การสร้าง การประกอบ และการติดตั้ง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตอาจติดตั้งโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามข้อ ๕ (๗) ตามมาตรฐานอื่นนอกจากที่กำหนดในข้อ ๘ ได้ แต่ต้องมีเอกสารรับรองมาตรฐานอื่นนั้นจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ มาตรฐานอื่นของโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในข้อ ๘
ข้อ ๑๐ โครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๗) ต้องติดตั้งตามแบบในแผนการก่อสร้างและติดตั้งระบบอุปกรณ์ที่ได้ยื่นพร้อมคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง สถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).