我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ. 2567 หมวด ๒ อาคาร โครงสร้างอาคาร และฐานราก

ข้อ ๑๑–ข้อ ๒๔共 14 條

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่สถานที่ก่อสร้างสถานประกอบการมีความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัยหรือสึนามิ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการและระบบการป้องกันเหตุดังกล่าวที่มีความแข็งแรงและเหมาะสม มีความสูงเพียงพอจากระดับน้ำที่ประเมินสูงสุดจากการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคารประเภท ๔ หรืออาคารประเภท ๕ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมสาขาที่เกี่ยวข้องที่กรมโยธาธิการและผังเมือง สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือสมาคมวิชาชีพทางวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ กำหนด

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การออกแบบโครงสร้างอาคารประเภท ๔ และอาคารประเภท ๕ ให้ผู้ออกแบบและคำนวณคำนึงถึงการจัดรูปแบบเรขาคณิตให้มีเสถียรภาพในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ความในข้อ ๑๕ ถึงข้อ ๒๔ ให้ใช้บังคับกับอาคารประเภท ๑ อาคารประเภท ๒ และอาคารประเภท ๓

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนดหรือมาตรฐานที่เลขาธิการประกาศกำหนด (๑) เหล็กเสริม (๒) สารผสมเพิ่มหรือน้ำยาผสมคอนกรีต (concrete admixture) (๓) มอร์ตาร์และคอนกรีตพิเศษ (special mortars and concrete) (๔) วัสดุรองรับจุดเชื่อมต่อ (bearings used in support joints) (๕) วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอื่นที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ แบบโครงสร้างอาคาร และแบบระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของโครงสร้าง ระบบ และส่วนประกอบที่สำคัญต่อความปลอดภัยตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๗) ต้องผ่านการรับรองโดยผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกร ตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การออกแบบโครงสร้างอาคาร ผู้ออกแบบและคำนวณต้องออกแบบเป็นรูปแบบเรขาคณิตให้มีเสถียรภาพในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคาร ให้ผู้ออกแบบและคำนวณใช้วิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก หรือวิธีหน่วยแรงที่ยอมให้

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคารตามวิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุก ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) สมการที่ใช้ในการคำนวณ (๒) ค่าของแรงสูงสุดที่คำนวณจากชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุก (๓) ตัวคูณความต้านทานหรือตัวคูณลดกำลัง (๔) การวิเคราะห์ผลการคำนวณ

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคารตามวิธีหน่วยแรงที่ยอมให้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) สมการที่ใช้ในการคำนวณ (๒) ค่าหน่วยแรงสูงสุดที่คำนวณจากชุดตัวคูณน้ำหนักบรรทุก (๓) การวิเคราะห์ผลการคำนวณ

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การออกแบบและการคำนวณโครงสร้างอาคารตามวิธีตัวคูณความต้านทานและน้ำหนักบรรทุกหรือวิธีหน่วยแรงที่ยอมให้ ให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกปกติ น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติ น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติแบบสุดขีด และน้ำหนักบรรทุกที่เกิดจากเหตุไม่ปกติ ดังต่อไปนี้ (๑) น้ำหนักบรรทุกปกติ คำนวณจากผลรวมของน้ำหนักและแรง ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักบรรทุกคงที่ของอาคาร (ข) น้ำหนักบรรทุกจร (ค) น้ำหนักพิกัดของเครน (ง) แรงที่เกิดจากน้ำหนักและแรงดันของของเหลว (จ) แรงที่เกิดจากน้ำหนักและแรงดันของดิน น้ำในดิน หรือวัสดุปริมาณมวล (ฉ) น้ำหนักบรรทุกจรหลังคา (ช) น้ำหนักบรรทุกจากน้ำฝนและอื่น ๆ (ซ) แรงที่เกิดจากปฏิกิริยาของระบบท่อระหว่างการใช้งานปกติ (ฌ) ผลจากอุณหภูมิและน้ำหนักบรรทุกระหว่างการใช้งานปกติ (๒) น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติ คำนวณจากผลรวมของน้ำหนักและแรง ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักบรรทุกปกติตาม (๑) (ข) แรงที่เกิดจากการทำงานเมื่อเกิดแผ่นดินไหว (ค) แรงลม (๓) น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติแบบสุดขีด คำนวณจากผลรวมของน้ำหนักและแรง ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติตาม (๒) (ข) แรงที่เกิดจากการดับเครื่องปฏิกรณ์หรือการหยุดทำงานจากแรงแผ่นดินไหว (๔) น้ำหนักบรรทุกที่เกิดจากเหตุไม่ปกติ คำนวณจากผลรวมของน้ำหนักและแรง ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักบรรทุกรุนแรงจากธรรมชาติแบบสุดขีดตาม (๓) (ข) ความแตกต่างของแรงดันสูงสุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (maximum differential pressure load generated by the postulated accident) (ค) แรงปฏิกิริยาที่เกิดจากท่อหรืออุปกรณ์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ (ง) แรงจากอุณหภูมิเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (จ) แรงจากลำของไหลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (jet impingement load generated by the postulated accident) (ฉ) แรงกระแทกจากวัสดุพุ่งกระแทก (missile impact load) (ช) แรงที่เกิดจากการแตกของท่อพลังงานสูงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ โครงสร้างหลักและส่วนต่าง ๆ ของอาคารต้องสามารถรับแรงต้านทานและโมเมนต์ดัดที่เกิดขึ้นทั้งในกรณีเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างปกติและกรณีผิดปกติ

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ค่าความแข็งแรงของคอนกรีตในโครงสร้างอาคาร ต้องมีค่ากำลังอัดประลัยที่อายุ ๒๘ วัน ไม่น้อยกว่า ๒๓๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร โดยทดสอบจากตัวอย่างคอนกรีตรูปทรงกระบอกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๕๐ มิลลิเมตร สูง ๓๐๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคารและฐานราก เพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ผู้ออกแบบและคำนวณต้องออกแบบและคำนวณให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) สมการที่ใช้ในการคำนวณ (๒) ค่าการออกแบบต้านทานแผ่นดินไหว (๓) คุณสมบัติของคอนกรีตเสริมเหล็ก (๔) การวิเคราะห์ผลการคำนวณ การออกแบบและคำนวณตามวรรคหนึ่งต้องใช้ค่าตามรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์หรือรายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะตั้งสถานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี แล้วแต่กรณี หรือค่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่เลขาธิการประกาศกำหนด ในกรณีที่เป็นอาคารที่ติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ต้องสามารถทนต่อแผ่นดินไหวได้อย่างน้อย ๐.๑ เท่าของความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).