ข้อ ๒๕
ข้อ ๒๕ ข้อกำหนดในหมวดนี้ ให้ใช้บังคับกับอาคารประเภท ๑ อาคารประเภท ๒ อาคารประเภท ๓ และอาคารประเภท ๔
ข้อ ๒๕ ข้อกำหนดในหมวดนี้ ให้ใช้บังคับกับอาคารประเภท ๑ อาคารประเภท ๒ อาคารประเภท ๓ และอาคารประเภท ๔
ข้อ ๒๖ โครงสร้างอาคารและวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร ต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟที่มีอัตราการทนไฟ ดรรชนีการลามไฟ ดรรชนีการกระจายควัน และค่าฟลักซ์การแผ่รังสีความร้อนวิกฤตตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๒๗ อาคารต้องมีที่กำบังรังสี (shielding) ที่ทำจากวัสดุไม่ติดไฟ เว้นแต่มีมาตรการป้องกันเพลิงไหม้เพิ่มเติมมารองรับ
ข้อ ๒๘ อาคารต้องมีการอุดหรือปิดล้อมช่องท่อและช่องว่างระหว่างท่อที่ผ่านพื้นหรือผนังด้วยวัสดุทนไฟทั้งหมด
ข้อ ๒๙ อาคารที่มีท่อลมที่เชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นของอาคาร ท่อลมดังกล่าวต้องทำจากวัสดุที่ไม่ติดไฟที่มีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง
ข้อ ๓๐ อาคารต้องมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ที่เป็นระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และมีระบบระบายน้ำหรือกักเก็บน้ำที่เกิดจากการดับเพลิงแยกเป็นอิสระจากระบบบำบัดน้ำเสีย น้ำทิ้งจากถังปฏิกรณ์ (reactor vessel) หรือบ่อปฏิกรณ์ (reactor pool) หรือการระบายน้ำทิ้งอื่น ๆ
ข้อ ๓๑ ระบบป้องกันเพลิงไหม้ของอาคารต้องสามารถกักเก็บวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ที่อาจรั่วไหลจากการเกิดเพลิงไหม้และควันไฟที่ปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๓๒ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติตามข้อ ๓๐ ต้องมีปริมาณการส่งจ่ายน้ำจากสายฉีดน้ำดับเพลิงด้วยอัตราการไหลไม่น้อยกว่า ๓๑.๕๕ ลิตรต่อวินาที และต้องสามารถฉีดดับเพลิงติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง สำหรับอาคารประเภท ๑ หรือไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง สำหรับอาคารประเภท ๒ อาคารประเภท ๓ หรืออาคารประเภท ๔
ข้อ ๓๓ ที่เก็บน้ำสำรองของอาคารต้องมีการจัดเตรียมให้เพียงพอสำหรับจ่ายน้ำดับเพลิงทั้งหมด และต้องออกแบบให้สามารถเติมน้ำแบบอัตโนมัติให้เต็มที่เก็บน้ำสำรองเพื่อให้พร้อมจ่ายน้ำดับเพลิงตามความต้องการของระบบดับเพลิงอัตโนมัติได้ ภายในเวลาไม่เกิน ๘ ชั่วโมง
ข้อ ๓๔ อาคารต้องมีปั๊มสูบน้ำดับเพลิงทั้งแบบเครื่องยนต์ดีเซลและแบบระบบไฟฟ้า ในกรณีที่ปั๊มสูบน้ำดับเพลิงตัวหนึ่งตัวใดไม่ทำงาน ปั๊มสูบน้ำดับเพลิงแต่ละตัวต้องสามารถส่งน้ำดับเพลิงตามที่ระบุในข้อ ๓๒ ในอัตราการไหลที่ร้อยละ ๑๐๐ อาคารประเภท ๑ นอกจากต้องมีปั๊มสูบน้ำดับเพลิงตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องเพิ่มปั๊มสูบน้ำดับเพลิงสำรองที่สามารถส่งน้ำดับเพลิงตามที่ระบุในข้อ ๓๒ ในอัตราการไหลที่ร้อยละ ๑๐๐ แบบเครื่องยนต์ดีเซล จำนวน ๑ เครื่อง หรือแบบระบบไฟฟ้า จำนวน ๒ เครื่อง ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับต่อกับระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสํารองจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล
ข้อ ๓๕ การออกแบบระบบระบายน้ำที่เกิดจากการดับเพลิงต้องสามารถรองรับ (๑) การหกของของเหลวติดไฟหรือเผาไหม้ได้ซึ่งบรรจุอยู่ในภาชนะที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น (๒) ปริมาณน้ำที่ใช้ในการดับเพลิงตามข้อ ๓๒ (๓) ปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่น เช่น ฝน
ข้อ ๓๖ อาคารต้องมีการระบายน้ำหรือการกักเก็บน้ำที่เกิดจากการดับเพลิงให้เหมาะสม โดยวิธีหนึ่งวิธีใด ดังต่อไปนี้ (๑) ท่อระบายน้ำทิ้ง (floor drain) (๒) ทางหรือร่องระบายน้ำทิ้ง (floor trench) (๓) ประตูทางเข้าออกหรือช่องเปิดในกำแพง (๔) ขอบกั้นสำหรับจำกัด บังคับ หรือควบคุมการระบายน้ำ (๕) ฐานรองอุปกรณ์ (equipment pedestal) (๖) แอ่งน้ำ บ่อน้ำ และเครื่องสูบน้ำแบบแช่ (sump pump)
ข้อ ๓๗ อาคารต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำที่เกิดจากการดับเพลิงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์
ข้อ ๓๘ ในกรณีที่มีการติดตั้งระบบดับเพลิงด้วยก๊าซ ท่อระบายน้ำทิ้ง (floor drain) ของอาคารต้องสามารถกันรั่วไหลของก๊าซดับเพลิงได้ หรือระบบดับเพลิงด้วยก๊าซดังกล่าวต้องมีขนาดเหมาะสมที่สามารถชดเชยก๊าซดับเพลิงที่หายไปทางท่อระบายน้ำทิ้งได้
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).