ข้อ ๓๙
ข้อ ๓๙ ข้อกำหนดในหมวดนี้ ให้ใช้บังคับกับอาคารประเภท ๑ อาคารประเภท ๒ อาคารประเภท ๓ และอาคารประเภท ๔
ข้อ ๓๙ ข้อกำหนดในหมวดนี้ ให้ใช้บังคับกับอาคารประเภท ๑ อาคารประเภท ๒ อาคารประเภท ๓ และอาคารประเภท ๔
ข้อ ๔๐ อาคารต้องได้รับการออกแบบให้ระบบระบายอากาศและระบบกรองอากาศ และระบบน้ำทิ้ง สามารถควบคุมกัมมันตรังสีที่ทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามเกณฑ์การปล่อยทิ้งที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสี
ข้อ ๔๑ อาคารต้องได้รับการออกแบบให้สามารถจัดแบ่งพื้นที่สำหรับพื้นที่ภายในตามระดับการปนเปื้อนทางรังสี (radioactive contamination) ที่พิจารณาจากปริมาณรังสีที่ปนเปื้อนบนพื้นผิวและปนเปื้อนในอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการสำหรับการระบายอากาศ ดังต่อไปนี้ (๑) แบ่งพื้นที่ภายในอาคารเป็น ๔ ประเภท โดยใช้เกณฑ์ของระดับปริมาณรังสีที่ปนเปื้อน และกำหนดให้มีการปรับความดันอากาศในแต่ละพื้นที่ ดังต่อไปนี้ (ก) พื้นที่สีขาว คือ พื้นที่ส่วนที่ไม่มีการใช้วัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์และไม่ควรมีการปนเปื้อนทางรังสี เช่น พื้นที่ต้อนรับ สำนักงาน ห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือห้องน้ำ ไม่ต้องมีการปรับระดับความดันของห้อง (ข) พื้นที่สีเขียว คือ พื้นที่การทำงานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนปฏิบัติการที่จะไม่มีการปนเปื้อนทางรังสีในกรณีการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างปกติ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติเหตุอาจมีการปนเปื้อนทางรังสีเพียงเล็กน้อย โดยมีระดับค่ากัมมันตภาพต่อพื้นที่ที่เกิดจากรังสีแอลฟาไม่เกิน ๐.๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร หรือที่เกิดจากรังสีบีตาหรือรังสีแกมมาไม่เกิน ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร และกำหนดให้มีความดันลบระหว่าง ๘๐ ถึง ๑๐๐ ปาสกาล (ค) พื้นที่สีเหลือง คือ พื้นที่การทำงานในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และส่วนปฏิบัติการที่มีรังสีค่อนข้างสูงและอาจมีการปนเปื้อนทางรังสีในระดับปานกลาง โดยมีระดับค่ากัมมันตภาพต่อพื้นที่ที่เกิดจากรังสีแอลฟาเกิน ๐.๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร หรือที่เกิดจากรังสีบีตาหรือรังสีแกมมาเกิน ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๔๐ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร และกำหนดให้มีความดันลบระหว่าง ๑๒๐ ถึง ๑๔๐ ปาสกาล (ง) พื้นที่สีแดง คือ พื้นที่ที่มีรังสีสูงมากและอาจมีการปนเปื้อนทางรังสีในระดับสูง เช่น พื้นที่สำหรับซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ห้องหรือตู้ปฏิบัติการกับวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ (hot cell หรือ glove box) โดยมีระดับค่ากัมมันตภาพต่อพื้นที่ที่เกิดจากรังสีแอลฟาเกิน ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร หรือที่เกิดจากรังสีบีตาหรือรังสีแกมมาเกิน ๔๐ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร และกำหนดให้มีความดันลบระหว่าง ๒๒๐ ถึง ๓๐๐ ปาสกาล (๒) มีการกั้นผนังหรือประตูระหว่างพื้นที่แต่ละประเภทไม่ให้อากาศผ่านเข้าออกโดยมิได้ควบคุม (๓) การจัดแบ่งพื้นที่ต้องไม่ขัดขวางระบบป้องกันเพลิงไหม้ การจัดแบ่งพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง ต้องสามารถปรับประเภทของพื้นที่ได้ชั่วคราวตามลักษณะการใช้งานของพื้นที่นั้น เช่น พื้นที่ส่วนทำการซ่อมบำรุงตามปกติอยู่ในพื้นที่สีเหลือง หากมีการถอดชิ้นส่วนที่มีรังสีสูงมาซ่อมบำรุง อาจปรับเป็นสีแดงได้
ข้อ ๔๒ การออกแบบระบบระบายอากาศภายในอาคาร ต้องทำให้สามารถตรวจสอบระบบหมุนเวียนอากาศได้ และมีแผนการตรวจสอบ เฝ้าตรวจ และซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งต้องออกแบบให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ทำให้อากาศไหลจากพื้นที่ที่ไม่มีการปนเปื้อนทางรังสีหรือมีการปนเปื้อนทางรังสีน้อยกว่าไปสู่พื้นที่ที่มีการปนเปื้อนทางรังสีมากกว่าเสมอ โดยการปรับระดับความดันอากาศของแต่ละพื้นที่ตามประเภทพื้นที่ที่กำหนดไว้ และความแตกต่างของความดันอากาศในแต่ละพื้นที่ต้องต่างกันอย่างน้อย ๔๐ ปาสกาล (๒) ควบคุมพื้นที่ที่มีรังสีให้มีแรงดันเป็นลบ เพื่อทำให้มั่นใจว่าอากาศที่มีการปนเปื้อนทางรังสีจะไม่ไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมนอกจากช่องทางระบายอากาศที่ออกแบบไว้ (๓) ป้องกันการเกิดลมหมุน (eddy) อันจะทำให้อากาศที่มีการปนเปื้อนทางรังสีไหลย้อนกลับได้ โดยอัตราการไหลของอากาศระหว่างพื้นที่ต้องไม่เกิน ๑.๐ เมตรต่อนาที (๔) ทางเข้าของอากาศสำหรับพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนทางรังสีต้องมีเครื่องกรองอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นสะสม อันจะเป็นการเพิ่มปริมาณรังสีได้ (๕) ทำให้อากาศที่มีการปนเปื้อนทางรังสีที่อาจรั่วไหลจากการเกิดเพลิงไหม้ออกจากระบบระบายอากาศหรือปล่อยทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสี
ข้อ ๔๓ ระบบระบายอากาศของห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และพื้นที่ควบคุมการเข้าออก ต้องออกแบบให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีการตรวจวัดระดับรังสีในอากาศ (airborne radioactivity) ภายในห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตลอดเวลา (๒) การระบายอากาศในห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีการปรับภาวะอากาศด้วยระบบการปรับภาวะอากาศ ต้องมีการนำอากาศภายนอกเข้ามาในพื้นที่ปรับภาวะอากาศหรือดูดอากาศจากภายในพื้นที่ปรับภาวะอากาศออกไป ในอัตราไม่น้อยกว่า ๒ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงต่อตารางเมตร (๓) กรณีที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกิดอุบัติเหตุ ระบบระบายอากาศของห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้องสามารถทำงานได้และสามารถกันไม่ให้อากาศที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีเข้ามาในห้องควบคุม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้อย่างปลอดภัย (๔) กรณีเกิดเหตุการณ์ภายนอกที่รุนแรง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ห้องควบคุมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงานต้องมีระบบระบายอากาศที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
ข้อ ๔๔ การนำอากาศจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ต้องออกแบบให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ตำแหน่งของช่องนำอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารต้องห่างจากท่อระบายอากาศทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ดูดอากาศที่อาจปนเปื้อนทางรังสีกลับเข้าไป ทั้งนี้ ระยะห่างจากท่อระบายอากาศทิ้งและความสูงจากพื้นดินขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมา (๒) ระบบดูดอากาศภายนอกเข้าสู่อาคารต้องมีการกรองอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้ดูดฝุ่นเข้ามา อันอาจทำปฏิกิริยาทางนิวเคลียร์และก่อให้เกิดเป็นวัสดุกัมมันตรังสีได้ (๓) ติดตั้งห้องล็อกอากาศ (air lock chamber) ในบริเวณทางเข้าจากภายนอกสู่พื้นที่ที่อาจมีการปนเปื้อนทางรังสี
ข้อ ๔๕ การปล่อยอากาศออกสู่ภายนอกอาคาร ต้องออกแบบให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ติดตั้งระบบตรวจวัดรังสีที่ส่วนท้ายของท่อระบายอากาศทิ้งก่อนปล่อยอากาศออกสู่ภายนอกอาคาร (๒) ติดตั้งชุดแผ่นปรับลม (dampers) หรือวาล์วในท่อทางออก เพื่อปิดกั้นอากาศในท่อไม่ให้ออกสู่สิ่งแวดล้อมในกรณีที่ระบบกรองอากาศทำงานผิดปกติหรือในสภาวะเกิดอุบัติเหตุ (๓) ทางออกของอากาศจากพื้นที่ที่ไม่มีรังสีและพื้นที่ที่มีรังสีแยกจากกัน และอากาศที่ระบายออกจากพื้นที่ที่มีรังสีต้องได้รับการกรองอย่างมีประสิทธิภาพก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
ข้อ ๔๖ การบำบัดอากาศที่ออกจากอาคารสู่สิ่งแวดล้อม ต้องออกแบบให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีระบบกรองอากาศที่สามารถกรองวัสดุกัมมันตรังสีและวัสดุนิวเคลียร์ที่ปนเปื้อนในอากาศที่ระบายออกจากพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนทางรังสี ตามลักษณะทางกายภาพของวัสดุที่ปนเปื้อน เช่น ที่เป็นละอองอนุภาค (particulate aerosols) ที่ระเหยได้ (volatile) หรือกึ่งระเหยได้ (semi-volatile) (๒) มีตัวกรองอากาศคุณภาพสูงสำหรับใช้กรองละอองอนุภาค และต้องมีประสิทธิภาพในการกรอง ดังต่อไปนี้ (ก) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๙.๙๙ ที่อนุภาคขนาด ๐.๓ ไมโครเมตร สำหรับอาคารที่มีการใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการผลิตพลังงาน (ข) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๙.๙๕ ที่อนุภาคขนาด ๐.๓ ไมโครเมตร สำหรับอาคารที่มีการใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย (ค) สำหรับอาคารอื่น ให้ประเมินจากปริมาณรังสีในอากาศที่จะปลดปล่อย โดยพิจารณาทั้งในกรณีการดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์ตามปกติและกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ (๓) มีระบบดักจับไอโอดีน ระบบดักจับทริเทียม หรือระบบดักจับรูทีเนียม สำหรับสถานประกอบการที่มีไอโอดีน ทริเทียม หรือรูทีเนียมปนเปื้อนในอากาศที่จะปลดปล่อย แล้วแต่กรณี
ข้อ ๔๗ สถานประกอบการต้องออกแบบระบบน้ำทิ้งที่มีการปนเปื้อนทางรังสีแยกออกจากระบบน้ำทิ้งที่ไม่มีการปนเปื้อนทางรังสี และไม่ให้น้ำทิ้งที่มีการปนเปื้อนทางรังสีนั้นไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เว้นแต่จะได้มีการบำบัดให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการปล่อยทิ้งกากกัมมันตรังสี
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).