ข้อ ๑๖ สถานีเตือนภัย ได้แก่ สถานีเตือนภัยกลางและสถานีเตือนภัยสำรอง ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่หวงห้าม และมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เฝ้าระวัง บันทึก และประเมินสัญญาณเตือนภัย (๒) ตอบสนองต่อสัญญาณเตือน (๓) ติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้และผู้เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่สถานีเตือนภัยกลางไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สถานีเตือนภัยสำรองทำหน้าที่แทนสถานีเตือนภัยกลาง
ข้อ ๑๗ สถานีเตือนภัย ประกอบด้วย (๑) ห้องหรืออาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง ประตู หน้าต่าง เพดาน และพื้นห้องหรืออาคารต้องสามารถป้องกันกระสุนจากอาวุธปืนได้ และไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในห้องจากภายนอกพื้นที่หวงห้ามได้
รวมทั้งไม่มีระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตามปกติของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจรบกวนหน้าที่ของสถานีเตือนภัย (๒) มีแผงควบคุมอุปกรณ์เตือนภัยและมีการแสดงผลโดยระบุถึง (ก) ประเภทสัญญาณเตือนภัย เช่น สัญญาณตรวจจับการบุกรุก สัญญาณฉุกเฉิน (ข) ที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนภัย (ค)
สถานะการทำงานของอุปกรณ์เตือนภัย (๓) มีมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการทำสำรอง (redundancy) เพื่อให้สถานีเตือนภัยยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น และมีเครื่องสำรองไฟฟ้า รวมทั้งมีการป้องกันการลักลอบเข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวังการล่อลวง และการปลอมแปลง (๔)
มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสัญญาณเตือนภัย เริ่มต้นการตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยกำลังตอบโต้ และฝ่ายสถานที่ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) มีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทั้งชนิดมีสายและชนิดไร้สาย
รวมถึงจัดให้มีระบบสายส่งสำรองและระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับอุปกรณ์เตือนภัยและสถานีเตือนภัย
ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้อุปกรณ์เตือนภัยทั้งหมดมีลักษณะหรือการทำงานที่สามารถบ่งชี้หรือมีการแจ้งเตือนให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์รู้หรือควรรู้ได้ทันทีว่าอุปกรณ์เตือนภัยดังกล่าวเกิดความชำรุดบกพร่องหรือมีการแก้ไขดัดแปลงโดยไม่ชอบ
ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบ ประเมินประสิทธิภาพ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและอุปกรณ์เตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ผู้รับใบอนุญาตต้องมีแผนสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารหรืออุปกรณ์เตือนภัยตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้การได้