ข้อ ๑๐
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้ (๑) พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด (๒) พื้นที่หวงห้าม (๓) พื้นที่หวงกัน
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้ (๑) พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด (๒) พื้นที่หวงห้าม (๓) พื้นที่หวงกัน
ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเก็บและใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดเท่านั้น
ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ไว้ในห้องนิรภัยหรือห้องมั่นคงที่มีการตรวจจับและการหน่วงเวลาการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง บริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ต้องใส่กุญแจและเปิดสัญญาณเตือนภัยไว้ตลอดเวลา เว้นแต่ขณะเข้ามาเอาวัสดุนิวเคลียร์ตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ในกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์อยู่นอกบริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์โดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทดแทนเช่นเดียวกับกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์นั้นอยู่ในบริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์
ข้อ ๑๓ ในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) มีเครื่องกีดขวาง หรืออุปกรณ์ป้องกันการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ที่เป็นเอกเทศจากพื้นที่อื่น (๒) มีทางเข้าออกเดียว เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการให้มีทางเข้าออกมากกว่าหนึ่งทาง และต้องให้มีการรักษาการทางเข้าออกนั้น ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉินต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจากภายนอกได้ (๓) มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัยที่ทางเข้าออกและทางออกฉุกเฉิน ถ้าบริเวณใดในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ใช้งาน ต้องมีการปิดพื้นที่และเปิดระบบสัญญาณเตือนภัยที่จะเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าออกหรือเคลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ที่ปิดอยู่นั้น (๔) มีการระบุกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าในตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) ก่อนการเริ่มใช้งานเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ ที่ปิดการใช้งาน หรือหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตความผิดปกติของเครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ดังกล่าวด้วย (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๑๔ ในพื้นที่หวงห้าม ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) มีเครื่องกีดขวางอย่างน้อยสองชั้น แยกเป็นเอกเทศจากเครื่องกีดขวางของพื้นที่อื่น และในระหว่างเครื่องกีดขวางแต่ละชั้นต้องจัดให้มีระบบตรวจจับการบุกรุกด้วย โดยเครื่องกีดขวางชั้นนอกสุดต้องสามารถทนต่อการพุ่งชนของยานพาหนะได้ และเครื่องกีดขวางชั้นในสุดต้องสามารถตรวจและเตือนให้ทราบเมื่อมีความพยายามเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม และสามารถหน่วงเวลาการออกจากพื้นที่หวงห้ามของบุคคลและยานพาหนะที่ไม่มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้งคำนึงถึงมาตรการป้องกันและรับมือการจู่โจมและการโจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นด้วย (๒) มีทางเข้าออกเท่าที่จำเป็นและมีการรักษาการทุกแห่ง ในกรณีที่มีทางออกฉุกเฉินต้องไม่สามารถเปิดเข้ามาจากภายนอกได้ (๓) มีระบบสัญญาณเตือนภัยที่มีทั้งไฟสัญญาณแสงวับวาบและเสียงเตือนภัยที่ทางเข้าออกและทางออกฉุกเฉิน (๔) จัดให้มีสถานีเตือนภัย (๕) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงห้ามเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงห้ามจากระบบโทรทัศน์วงจรปิด (๖) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๑๕ ในพื้นที่หวงกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการดำเนินการและมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามอย่างน้อยในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) มีเครื่องกีดขวางล้อมอยู่โดยรอบและบริเวณทั้งสองด้านของเครื่องกีดขวางต้องเป็นพื้นที่โล่ง รวมถึงมีไฟส่องสว่างเพียงพอสำหรับสังเกตการณ์พฤติกรรมที่นำไปสู่การบุกรุกได้ (๒) มีระบบสัญญาณเตือนภัยสำหรับตรวจและเตือนให้ทราบเมื่อมีการเข้าใกล้หรือล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงกัน และต้องมีการประเมินเหตุของสัญญาณเตือนภัยโดยพลันเพื่อตอบสนองต่อเหตุนั้นอย่างทันท่วงที (๓) มีการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่หวงกันเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่หวงกันจากระบบโทรทัศน์วงจรปิด (๔) การดำเนินการหรือมาตรการอื่นใดตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๑๖ สถานีเตือนภัย ได้แก่ สถานีเตือนภัยกลางและสถานีเตือนภัยสำรอง ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่หวงห้าม และมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เฝ้าระวัง บันทึก และประเมินสัญญาณเตือนภัย (๒) ตอบสนองต่อสัญญาณเตือน (๓) ติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้และผู้เกี่ยวข้อง ในกรณีที่สถานีเตือนภัยกลางไม่สามารถทำหน้าที่ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สถานีเตือนภัยสำรองทำหน้าที่แทนสถานีเตือนภัยกลาง
ข้อ ๑๗ สถานีเตือนภัย ประกอบด้วย (๑) ห้องหรืออาคารที่มีความมั่นคงแข็งแรง ประตู หน้าต่าง เพดาน และพื้นห้องหรืออาคารต้องสามารถป้องกันกระสุนจากอาวุธปืนได้ และไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในห้องจากภายนอกพื้นที่หวงห้ามได้ รวมทั้งไม่มีระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการตามปกติของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อันอาจรบกวนหน้าที่ของสถานีเตือนภัย (๒) มีแผงควบคุมอุปกรณ์เตือนภัยและมีการแสดงผลโดยระบุถึง (ก) ประเภทสัญญาณเตือนภัย เช่น สัญญาณตรวจจับการบุกรุก สัญญาณฉุกเฉิน (ข) ที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณเตือนภัย (ค) สถานะการทำงานของอุปกรณ์เตือนภัย (๓) มีมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการทำสำรอง (redundancy) เพื่อให้สถานีเตือนภัยยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น และมีเครื่องสำรองไฟฟ้า รวมทั้งมีการป้องกันการลักลอบเข้าถึงข้อมูล การเฝ้าระวังการล่อลวง และการปลอมแปลง (๔) มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสัญญาณเตือนภัย เริ่มต้นการตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยกำลังตอบโต้ และฝ่ายสถานที่ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) มีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทั้งชนิดมีสายและชนิดไร้สาย รวมถึงจัดให้มีระบบสายส่งสำรองและระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับอุปกรณ์เตือนภัยและสถานีเตือนภัย
ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้อุปกรณ์เตือนภัยทั้งหมดมีลักษณะหรือการทำงานที่สามารถบ่งชี้หรือมีการแจ้งเตือนให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์รู้หรือควรรู้ได้ทันทีว่าอุปกรณ์เตือนภัยดังกล่าวเกิดความชำรุดบกพร่องหรือมีการแก้ไขดัดแปลงโดยไม่ชอบ
ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการทดสอบ ประเมินประสิทธิภาพ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและอุปกรณ์เตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ผู้รับใบอนุญาตต้องมีแผนสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารหรืออุปกรณ์เตือนภัยตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้การได้
ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และมีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ติดบัตรประจำตัวหรือวิธีการอื่นที่คล้ายคลึงกัน บัตรประจำตัวหรือวิธีการอื่นตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรูปถ่าย ชื่อ และตำแหน่งของผู้ถือบัตร พื้นที่ที่สามารถเข้าออกได้ เลขที่บัตร วันที่บัตรหมดอายุ
ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม หรือพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไม่ได้ เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้ลงทะเบียนผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมแล้ว และในการเข้าพื้นที่ดังกล่าวผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมต้องติดบัตรผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชมและมีบุคลากรตามข้อ ๒๐ อยู่ด้วยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว การลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุชื่อ หน่วยงาน วัน เวลา และวัตถุประสงค์ของผู้ติดต่อหรือผู้เยี่ยมชม รวมทั้งผู้ซึ่งประสงค์จะติดต่อ
ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบและตรวจค้นบุคคลที่จะผ่านเข้าพื้นที่หวงกัน เพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ หรือการนำวัสดุหรืออุปกรณ์ต้องห้าม เข้าไปในพื้นที่หวงกัน รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์ โลหะ และวัตถุระเบิดไว้ประจำที่ทางเข้าพื้นที่หวงกันด้วย
ข้อ ๒๓ เพื่อควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดทำบัญชีผู้เข้าถึงหรือผู้ครอบครองกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือจัดให้มีระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ได้ การควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ป้องกันไม่ให้มีการทำกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์สำรอง โดยไม่ได้รับอนุญาต (๒) เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม (๓) เปลี่ยนชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์เมื่อมีหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับชุดกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๒๔ ในกรณีที่บุคลากรตามข้อ ๒๐ ไม่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงกัน พื้นที่หวงห้าม และพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด หรือไม่ได้ทำงานที่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเปลี่ยนกุญแจ ชุดกุญแจ หรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนรหัสกุญแจหรือบัตรผ่านเข้าออกอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์นิรภัย ที่ใช้ในการผ่านเข้าออกที่บุคลากรนั้นรู้หรือเคยครอบครองใหม่ทั้งหมด
ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลใด ทำงานใด ในพื้นที่ใด ในช่วงเวลาใด เพื่อใช้ตรวจสอบและควบคุมการทำงานของบุคคลดังกล่าว การปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้บุคคลอย่างน้อยสองคนปฏิบัติงานร่วมกันตลอดเวลา
ข้อ ๒๖ เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกไปจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจค้นบุคคลทุกคนที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดอย่างน้อยสองรอบ โดยการตรวจค้นรอบแรกให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการตรวจค้นรอบที่สองให้กระทำก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะออกจากพื้นที่หวงกัน
ข้อ ๒๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติในการรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์จากบุคลากรหนึ่งไปยังอีกบุคลากรหนึ่ง และให้บุคลากรทุกคนตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนที่จะรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์ว่าไม่มีเหตุแทรกแซงหรือการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ
ข้อ ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะผ่านเข้าไปในพื้นที่หวงกัน และห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้นำสิ่งของใด ๆ เข้าไปในพื้นที่หวงกัน ยกเว้นสิ่งของที่ได้กำหนดไว้แล้วในตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และมิใช่สิ่งของต้องห้าม
ข้อ ๒๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจสอบสิ่งของที่จะออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว
ข้อ ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) การควบคุมการนำวัสดุนิวเคลียร์เข้ามาและออกจากพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์ (๒) การควบคุมการจัดวางและการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ภายในพื้นที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์ (๓) การควบคุมรายการวัสดุนิวเคลียร์ ปริมาณ และสถานะว่าเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ
ข้อ ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามของยานพาหนะที่ได้รับอนุญาต สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณทางเข้าออกพื้นที่หวงห้าม
ข้อ ๓๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสองคนซึ่งไม่มีสิทธิเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ทำการตรวจยานพาหนะที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบนำวัสดุนิวเคลียร์ออกจากพื้นที่ดังกล่าว
ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้ยานพาหนะของผู้รับใบอนุญาตที่กำหนดให้ใช้เฉพาะภายในพื้นที่หวงกันมีการใช้งานอยู่เฉพาะภายในพื้นที่หวงกันเท่านั้น เว้นแต่มีกรณีซ่อมบำรุงหรือเหตุฉุกเฉิน ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการควบคุมดูแลผู้ขับขี่และการใช้ยานพาหนะในพื้นที่หวงกัน ให้เป็นไปตามตารางงานของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อ ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้ามาในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้เฉพาะในพื้นที่หวงกันเท่านั้น และต้องมีการตรวจจับอาวุธ ระเบิด รวมถึงวัสดุหรืออุปกรณ์ต้องห้าม ก่อนที่ยานพาหนะจะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่บนยานพาหนะตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่หวงกัน ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่อนุญาตให้ยานพาหนะของบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และการขึ้นลงยานพาหนะต้องกระทำในจุดที่ห่างจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด
ข้อ ๓๕ ห้ามผู้รับใบอนุญาตอนุญาตให้บุคคลภายนอกนำยานพาหนะเข้ามาจอดในพื้นที่ของสถานประกอบการ เว้นแต่เป็นการอนุญาตให้จอดยานพาหนะชั่วคราวเพื่อขนส่งบุคคลหรือสิ่งของ
ข้อ ๓๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีหน่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสามคนปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีวิธีปฏิบัติสำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (๑) โครงสร้างการบังคับบัญชา (๒) หน้าที่โดยละเอียดของบุคลากรในหน่วยรักษาความปลอดภัย (๓) ขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่มีภัยคุกคามต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ยับยั้งผู้บุกรุกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๒) ตรวจจับการบุกรุก (๓) ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๔) เสริมมาตรการที่มีอยู่ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยทันที
ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้มีการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อไม่ให้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรมกระทำได้สำเร็จ ให้ผู้รับใบอนุญาตและหน่วยกำลังตอบโต้ร่วมกันประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติ และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ อุตสาหกรรม หรือภัยคุกคาม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดการประเมินความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพต่อการป้องกันภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบข้อบกพร่องที่สำคัญจากการประเมินหรือการทดสอบตามวรรคสอง ให้รายงานข้อบกพร่องและการแก้ไขต่อสำนักงาน
ข้อ ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจจับการบุกรุก การประเมินสัญญาณเตือนภัย และการตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทาง เพื่อสื่อสารเป็นการเฉพาะ ระหว่างสถานีเตือนภัยกับหน่วยกำลังตอบโต้ และระหว่างสถานีเตือนภัยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยต้องจัดให้มีระบบสำรองและการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบวิทยุสื่อสารสองทางด้วย บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยต้องติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้เป็นระยะตามช่วงเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตกำหนดไว้
ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และหน่วยกำลังตอบโต้ที่พร้อมจะเข้าระงับความพยายามใด ๆ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการฝึกและมีอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงการมี การใช้ และการพกพาอาวุธอย่างเพียงพอเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของกฎหมาย
ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการสุ่มลาดตระเวนพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันผู้บุกรุกและตรวจจับการบุกรุก รวมทั้งตรวจตราอุปกรณ์เครื่องมือในระบบการคุ้มครองทางกายภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบการคุ้มครองทางกายภาพและตอบสนองต่อเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น
ข้อ ๔๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจจับการบุกรุก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และหน่วยกำลังตอบโต้อย่างเพียงพอ พร้อมที่จะปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม
ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้หน่วยกำลังตอบโต้รู้เกี่ยวกับแผนผังของสถานประกอบการและตำแหน่งที่ตั้งของวัสดุนิวเคลียร์ และมีความรู้อย่างเพียงพอในการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางรังสี
ข้อ ๔๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบหรืออาจกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย บัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ และระบบสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอย่างน้อยต้องสามารถรับมือได้ตามภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ
ข้อ ๔๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำและดำเนินการตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และจัดให้มียุทธศาสตร์การป้องกันเชิงลึกที่สามารถตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืนระบบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วย ให้ปรับปรุงและพัฒนาแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นตามผลการประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยง อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๔๖ ให้ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและประเมินเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามแผนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแจ้งสำนักงานโดยเร็ว หมวด ๒ วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ และประเภทที่ ๔
ข้อ ๔๗ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดพื้นที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ออกเป็นพื้นที่หวงห้ามและพื้นที่หวงกัน และต้องจัดเก็บหรือใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ภายในพื้นที่หวงห้ามเท่านั้น ให้นำความในข้อ ๑๔ ถึงข้อ ๒๕
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).