ข้อ ๓๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีหน่วยรักษาความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อยสามคนปฏิบัติหน้าที่ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีวิธีปฏิบัติสำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (๑) โครงสร้างการบังคับบัญชา (๒) หน้าที่โดยละเอียดของบุคลากรในหน่วยรักษาความปลอดภัย (๓)
ขั้นตอนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่มีภัยคุกคามต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ยับยั้งผู้บุกรุกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๒) ตรวจจับการบุกรุก (๓) ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๔)
เสริมมาตรการที่มีอยู่ในระบบการคุ้มครองทางกายภาพของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (๕) ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยทันที
ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้มีการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อไม่ให้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรมกระทำได้สำเร็จ ให้ผู้รับใบอนุญาตและหน่วยกำลังตอบโต้ร่วมกันประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติ
และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ อุตสาหกรรม หรือภัยคุกคาม
รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดการประเมินความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพต่อการป้องกันภัยคุกคามที่ออกแบบเพื่อรับมือ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบข้อบกพร่องที่สำคัญจากการประเมินหรือการทดสอบตามวรรคสอง ให้รายงานข้อบกพร่องและการแก้ไขต่อสำนักงาน
ข้อ ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจจับการบุกรุก การประเมินสัญญาณเตือนภัย และการตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัย ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทาง เพื่อสื่อสารเป็นการเฉพาะ ระหว่างสถานีเตือนภัยกับหน่วยกำลังตอบโต้ และระหว่างสถานีเตือนภัยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
โดยต้องจัดให้มีระบบสำรองและการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบวิทยุสื่อสารสองทางด้วย บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยต้องติดต่อสื่อสารกับหน่วยกำลังตอบโต้เป็นระยะตามช่วงเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตกำหนดไว้
ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และหน่วยกำลังตอบโต้ที่พร้อมจะเข้าระงับความพยายามใด ๆ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ บุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานีเตือนภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ๆ
ตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการฝึกและมีอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงการมี การใช้ และการพกพาอาวุธอย่างเพียงพอเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของกฎหมาย
ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการสุ่มลาดตระเวนพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันผู้บุกรุกและตรวจจับการบุกรุก รวมทั้งตรวจตราอุปกรณ์เครื่องมือในระบบการคุ้มครองทางกายภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของระบบการคุ้มครองทางกายภาพและตอบสนองต่อเหตุที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น
ข้อ ๔๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจจับการบุกรุก และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และหน่วยกำลังตอบโต้อย่างเพียงพอ พร้อมที่จะปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม
ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้หน่วยกำลังตอบโต้รู้เกี่ยวกับแผนผังของสถานประกอบการและตำแหน่งที่ตั้งของวัสดุนิวเคลียร์ และมีความรู้อย่างเพียงพอในการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางรังสี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).