ข้อ ๑๖
ข้อ ๑๖ ในหมวดนี้ “ข้อกำหนดพิเศษ” (Special arrangement) หมายความว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดโดยเลขาธิการสำหรับการขนส่งที่มีลักษณะพิเศษซึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามหมวดนี้ได้
ข้อ ๑๖ ในหมวดนี้ “ข้อกำหนดพิเศษ” (Special arrangement) หมายความว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดโดยเลขาธิการสำหรับการขนส่งที่มีลักษณะพิเศษซึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามหมวดนี้ได้
ข้อ ๑๗ ในการขนส่ง ผู้ส่งของและผู้รับขนส่งต้องปฏิบัติตามหมวดนี้ เว้นแต่การขนส่งดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษ ให้ผู้ส่งของและผู้รับขนส่งปฏิบัติตามข้อกำหนดพิเศษ
ข้อ ๑๘ เลขาธิการจะกำหนดข้อกำหนดพิเศษได้ก็ต่อเมื่อผู้ส่งของหรือผู้รับขนส่งมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจปฏิบัติตามหมวดนี้ และได้เสนอมาตรการทดแทนจนเป็นที่พอใจแก่เลขาธิการแล้วว่า มีความปลอดภัยในการขนส่งโดยใช้มาตรการทดแทนที่ไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ และในกรณีที่เป็นการขนส่งระหว่างประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลของประเทศที่มีการขนส่งต้องเห็นชอบให้ใช้ข้อกำหนดพิเศษนี้ด้วย
ข้อ ๑๙ ผู้ส่งของมีหน้าที่ก่อนการขนส่ง ดังต่อไปนี้ (๑) จำแนกประเภทวัสดุที่ขนส่งตามข้อ ๔ (๒) ใช้ภาชนะบรรจุที่ได้รับการผลิตตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด และได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตภาชนะบรรจุ (๓) เลือกใช้หีบห่อให้สอดคล้องกับประเภทวัสดุที่ขนส่งตามแบบหีบห่อที่กำหนดในข้อ ๕ และเป็นไปตามข้อกำหนดของการใช้หีบห่อตามข้อ ๖ และข้อ ๗ และมีสำเนาใบรับรองแบบหีบห่อและสำเนาคู่มือการปิดหีบห่อ รวมถึงการเตรียมการอื่นใดที่จำเป็นสำหรับจัดส่งภายใต้เงื่อนไขใบรับรองแบบหีบห่อ (๔) ทำเครื่องหมายหรือติดป้ายแสดงสัญลักษณ์ทางรังสีและประเภทหีบห่อหรือหีบห่อภายนอก บนหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้าตามแบบท้ายกฎกระทรวง ทั้งนี้ การทำเครื่องหมายและวิธีการติดป้าย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการประกาศกำหนด (๕) ระบุรายการสำคัญบนหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกตามข้อ ๙ (๖) จัดทำเอกสารกำกับการขนส่งตามข้อ ๑๐ (๗) จัดให้มีหลักฐานการได้รับอนุมัติตามข้อ ๑๑ ในกรณีที่มีการขนส่งระหว่างประเทศ (๘) ตรวจสอบหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกให้เป็นไปตามข้อ ๒๐ (๙) ควบคุมการจัดวางวัสดุที่ขนส่งให้เป็นไปตามข้อ ๒๑ (๑๐) ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าหีบห่อได้รับความเสียหายหรือเกิดการรั่วซึม ต้องจำกัดการเข้าถึงหีบห่อและประเมินขอบเขตการปนเปื้อนและระดับรังสีจากหีบห่อโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ (๑๑) ไม่ส่งหีบห่อที่ได้รับความเสียหายหรือมีวัสดุที่บรรจุอยู่ภายในรั่วไหลเกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕) จนกว่าจะได้รับการแก้ไขหรือปรับสภาพและการขจัดการปนเปื้อน แต่อาจขนย้ายหีบห่อดังกล่าวไปยังสถานที่ชั่วคราวที่ยอมรับได้ภายใต้การดูแลของผู้ส่งของ
ข้อ ๒๐ การตรวจสอบหีบห่อหรือหีบห่อภายนอก ให้ผู้ส่งของตรวจสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) นิวไคลด์กัมมันตรังสีเป็นไปตามที่กำหนดให้ใช้ได้กับหีบห่อนั้น (๒) วัสดุที่จะขนส่งอยู่ในรูปหรือสถานะทางกายภาพหรือทางเคมีตามที่กำหนดให้ใช้ได้กับหีบห่อนั้น (๓) จำกัดระดับรังสี ณ จุดใด ๆ บนพื้นผิวภายนอกหีบห่อแบบ Excepted ไม่เกิน ๕ ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง (๔) จำกัดปริมาณวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำและวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในหีบห่อแบบ IP-1 หีบห่อแบบ IP-2 หีบห่อแบบ IP-3 หรือวัตถุหรือกองวัตถุ เพื่อให้ระดับรังสีที่ระยะ ๓ เมตรจากหีบห่อหรือวัตถุที่ไม่มีการกำบัง ไม่เกิน ๑๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง (๕) ควบคุมการปนเปื้อนแบบไม่ติดแน่นบนพื้นผิวภายนอกที่เกินกว่า ๓๐๐ ตารางเซนติเมตร ของหีบห่อ หีบห่อภายนอก ตู้สินค้า ภาชนะบรรจุขนาดกลาง ถัง และยานพาหนะขนส่งให้น้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ และไม่เกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสี ดังต่อไปนี้ (ก) ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร สำหรับวัสดุที่สลายตัวให้รังสีบีตา รังสีแกมมา และรังสีแอลฟาที่มีความเป็นพิษต่ำ (ข) ๐.๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร สำหรับวัสดุที่สลายตัวให้รังสีแอลฟาอื่น ๆ (๖) หีบห่อแบบ B(U) หีบห่อแบบ B(M) และหีบห่อแบบ C ต้องถูกเก็บไว้จนกว่าจะเข้าใกล้ภาวะสมดุลพอที่จะแสดงให้เห็นถึงการเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับอุณหภูมิและความดัน เว้นแต่ได้รับการยกเว้นจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตภาชนะบรรจุที่ใช้สำหรับหีบห่อนั้น และผ่านการตรวจสอบหรือการทดสอบแล้วว่า ส่วนปิดคลุม วาล์ว และส่วนเปิดอื่นใดทั้งหมดในระบบกักเก็บซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ที่อยู่ภายในอาจเล็ดลอดออกมาได้รับการปิดผนึกอย่างถูกต้อง (๗) หีบห่อที่บรรจุวัสดุฟิสไซล์ ต้องตรวจวัดองค์ประกอบไอโซโทปและทดสอบการปิดผนึกกันน้ำ (๘) อุปกรณ์ยึดติดสำหรับใช้ยกหีบห่อสามารถใช้การได้
ข้อ ๒๑ การจัดวางวัสดุที่ขนส่ง ให้ผู้ส่งของควบคุมการจัดวางวัสดุให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมค่ากัมมันตภาพรวมในห้องเก็บสินค้าของเรือหรือยานพาหนะขนส่งอื่น ดังต่อไปนี้ (ก) การขนส่งวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำและวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในหีบห่อแบบ IP-1 หีบห่อแบบ IP-2 หีบห่อแบบ IP-3 หรือกรณีขนส่งโดยไม่บรรจุหีบห่อ ค่ากัมมันตภาพต้องไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ข) การขนส่งวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในกลุ่ม SCO-III หากค่ากัมมันตภาพเกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แผนการขนส่งต้องปรากฏข้อควรระวังที่ต้องใช้ระหว่างการขนส่งเพื่อให้ระดับความปลอดภัยโดยรวมไม่ต่ำกว่าระดับความปลอดภัยตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) ในกรณีที่เป็นการขนส่งวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำหรือวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวที่เป็นหรือมีวัสดุฟิสไซล์ (ก) ต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้า ที่จัดเก็บในระหว่างการขนถ่ายในที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติในกลุ่มเกิน ๕๐ และต้องจัดวางของที่ส่งแต่ละกลุ่มให้ห่างกันอย่างน้อย ๖ เมตร (ข) ในกรณีที่ผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติบนยานพาหนะขนส่งหรือในตู้สินค้าเกิน ๕๐ แต่ไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดวางของที่ขนส่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย ๖ เมตรจากหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีวัสดุฟิสไซล์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ๆ ที่บรรทุกวัสดุ
ข้อ ๒๒ เมื่อจะมีการขนส่ง ผู้ส่งของต้องมอบเอกสารกำกับการขนส่งที่ลงลายมือชื่อและวันที่ให้แก่ผู้รับขนส่ง โดยผู้ส่งของต้องเก็บสำเนาดังกล่าวอย่างน้อยสามเดือนนับจากวันที่การขนส่งเสร็จสิ้นลง
ข้อ ๒๓ ผู้ส่งของต้องพร้อมแสดงใบรับแจ้งการขนส่งและเอกสารราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อผู้รับขนส่งก่อนการขนของขึ้นและการถ่ายของลง
ข้อ ๒๔ ผู้ส่งของต้องไม่ใช้ตู้สินค้า ภาชนะบรรจุขนาดกลาง ถัง รวมทั้งภาชนะบรรจุอื่นใด หรือหีบห่อภายนอกที่เคยใช้ขนส่งวัสดุ ในการจัดเก็บหรือขนส่งสินค้าอื่น ๆ เว้นแต่ระดับการปนเปื้อนต่ำกว่าขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕)
ข้อ ๒๕ ห้ามผู้รับขนส่งรับขนส่งวัสดุ เว้นแต่ผู้รับขนส่งซึ่งได้รับเอกสารกำกับการขนส่งและเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ และวัสดุที่จะขนส่งนั้นถูกต้องตรงกับเอกสารกำกับการขนส่งและเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ นั้น
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งมอบวัสดุที่ขนส่ง ผู้รับขนส่งต้องเก็บรักษาวัสดุนั้นในสถานที่ที่ปลอดภัยและแจ้งสำนักงานให้ทราบโดยเร็วที่สุดเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป
ข้อ ๒๗ ในการขนถ่ายตู้สินค้าและการกองหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้า ผู้รับขนส่งต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) จำกัดจำนวนหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้าบนยานพาหนะขนส่งเดียวกัน ให้ค่าดัชนีการขนส่งบนยานพาหนะขนส่งไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่เป็นการขนส่งภายใต้เงื่อนไขการขนส่งเฉพาะ หรือการขนส่งวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำในกลุ่ม LSA-I (๒) ระดับรังสีภายใต้สภาพการขนส่งตามปกติต้องไม่เกิน ๒ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ณ จุดใด ๆ บนพื้นผิวภายนอกยานพาหนะขนส่ง และไม่เกิน ๐.๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ที่ระยะห่าง ๒ เมตร จากพื้นผิวภายนอกยานพาหนะขนส่ง เว้นแต่ของที่ขนส่งภายใต้การขนส่งเฉพาะทางถนนหรือทางราง ที่ได้จำกัดปริมาณรังสีรอบยานพาหนะขนส่งตามข้อ ๓๖ (๒) และ (๓) (๓) ผลรวมของดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติในตู้สินค้าหรือบนยานพาหนะขนส่งต้องไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒๘ ผู้รับขนส่งต้องทำการขนส่งหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกที่มีดัชนีการขนส่งเกิน ๑๐ หรือของที่ขนส่งที่มีดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติเกิน ๕๐ ภายใต้การขนส่งเฉพาะเท่านั้น
ข้อ ๒๙ ผู้รับขนส่งจะขนส่งวัสดุฟิสไซล์ได้เฉพาะวัสดุฟิสไซล์ที่มีลักษณะและปริมาณดังต่อไปนี้ และต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๐ (๑) ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๕ สูงสุดไม่เกินร้อยละ ๑ โดยมวล และผลรวมของพลูโตเนียมและยูเรเนียม ๒๓๓ ไม่เกินร้อยละ ๑ ของมวลยูเรเนียม ๒๓๕ โดยนิวไคลด์ฟิสไซล์ต้องกระจายตัวอย่างทั่วถึงเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งวัสดุ และปราศจากผลึกยูเรเนียม ๒๓๕ ในรูปโลหะ ออกไซด์ หรือคาร์ไบด์ (๒) สารละลายยูรานิลไนเตรต ที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๕ สูงสุดไม่เกินร้อยละ ๒ โดยมวล และผลรวมของพลูโตเนียมและยูเรเนียม ๒๓๓ ไม่เกินร้อยละ ๐.๐๐๒ ของมวลยูเรเนียม โดยมีอัตราส่วนอะตอมไนโตรเจนต่อยูเรเนียมไม่ต่ำกว่า ๒ (๓) ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะด้วยยูเรเนียม ๒๓๕ สูงสุดไม่เกินร้อยละ ๕ โดยมวล โดยมี (ก) ยูเรเนียม ๒๓๕ ไม่เกิน ๓.๕ กรัมต่อหีบห่อ (ข) ปริมาณพลูโตเนียมและยูเรเนียม ๒๓๓ ทั้งหมดไม่เกินร้อยละ ๑ ของมวลยูเรเนียม ๒๓๕ ต่อหีบห่อ (๔) นิวไคลด์ฟิสไซล์ มีมวลรวมไม่เกิน ๒.๐ กรัมต่อหีบห่อ (๕) นิวไคลด์ฟิสไซล์ มีมวลรวมไม่เกิน ๔๕ กรัม ไม่ว่าจะบรรจุหีบห่อหรือไม่ก็ตาม (๖) วัสดุฟิสไซล์ที่จะอยู่ในสภาวะต่ำวิกฤติ (subcritical) ตลอดการขนส่ง
ข้อ ๓๐ ผู้รับขนส่งต้องจำกัดรายการและปริมาณของวัสดุฟิสไซล์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) มีวัสดุฟิสไซล์ตามข้อ ๒๙ เป็นของที่ขนส่งเพียงรายการเดียว (๒) มีเฉพาะวัสดุฟิสไซล์เพียงรายการเดียวในหีบห่อ เว้นแต่มีการกำหนดไว้ในใบรับรองภาชนะบรรจุเป็นอย่างอื่น (๓) มีวัสดุฟิสไซล์ตามข้อ ๒๙ (๓) ในหีบห่อไม่เกิน ๔๕ กรัม ของนิวไคลด์ฟิสไซล์ (๔) มีวัสดุฟิสไซล์ตามข้อ ๒๙ (๔) ในหีบห่อไม่เกิน ๑๕ กรัม ของนิวไคลด์ฟิสไซล์ (๕) มีวัสดุฟิสไซล์ตามข้อ ๒๙ (๕) ไม่ว่าจะบรรจุหีบห่อหรือไม่ ไม่เกิน ๔๕ กรัมของนิวไคลด์ฟิสไซล์ และอยู่ภายใต้การขนส่งเฉพาะต่อหนึ่งยานพาหนะขนส่ง
ข้อ ๓๑ ผู้รับขนส่งมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) แสดงข้อมูลของวัสดุที่ขนส่งพร้อมกับวัสดุที่ขนส่งจนกว่าจะได้ส่งมอบให้แก่ผู้รับของที่จุดหมายปลายทาง ถ้าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ต้องสามารถพิมพ์ออกมาได้ (๒) เก็บเอกสารกำกับการขนส่งและเอกสารหรือข้อมูลอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้อย่างน้อยสามเดือนนับจากวันที่การขนส่งเสร็จสิ้นลง (๓) เก็บและจัดวางวัสดุที่ขนส่งให้เป็นไปตามข้อ ๓๒ (๔) ควบคุม ตรวจสอบ และขจัดการปนเปื้อนตามข้อ ๒๐ (๕) ข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ (๕) วัดระดับรังสี ดัชนีการขนส่ง ดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติตามข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ และข้อ ๓๖ (๖) ติดป้ายและหมายเลขสหประชาชาติที่ยานพาหนะขนส่งตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการประกาศกำหนด (๗) ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าหีบห่อได้รับความเสียหายหรือเกิดการรั่วซึม ต้องจำกัดการเข้าถึงหีบห่อและประเมินขอบเขตการปนเปื้อนและระดับรังสีจากหีบห่อโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ (๘) ไม่ส่งหีบห่อที่ได้รับความเสียหายหรือมีวัสดุที่บรรจุอยู่ภายในรั่วไหลเกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕) จนกว่าจะได้รับการแก้ไขหรือปรับสภาพและการขจัดการปนเปื้อน แต่อาจขนย้ายหีบห่อดังกล่าวไปยังสถานที่ชั่วคราวที่ยอมรับได้ภายใต้การดูแลของผู้ส่งของ (๙) ดำเนินการขนส่งให้เป็นไปตามข้อ ๒๖ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ และข้อ ๓๙
ข้อ ๓๒ การเก็บและจัดวางวัสดุที่ขนส่ง ผู้รับขนส่งต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดวางวัสดุที่ขนส่งอย่างปลอดภัยและอยู่ห่างจากบุคคลและสิ่งของ ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ปฏิบัติงานที่ประจำอยู่ในพื้นที่ทำงานเป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การรับปริมาณรังสี ๕ มิลลิซีเวิร์ตต่อปีและตัวแปรการจำลองแบบเคร่งครัด (conservative model parameter) (ข) ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้เป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การรับปริมาณรังสี ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปีและตัวแปรการจำลองแบบเคร่งครัด (ค) ฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้ล้างเป็นระยะทางที่คำนวณ โดยใช้เกณฑ์การได้รับรังสีสำหรับฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้ล้างจากการขนส่งวัสดุ ๐.๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อฟิล์มถ่ายภาพดังกล่าวที่จัดส่ง (ง) สินค้าอันตรายอื่น (๒) แยกหีบห่อและหีบห่อภายนอกประเภท II-YELLOW หรือประเภท III-YELLOW จากห้องที่มีผู้โดยสาร เว้นแต่เป็นห้องที่จัดไว้เฉพาะสำหรับผู้มีหน้าที่ดูแลหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกดังกล่าว (๓) อาจเก็บหรือจัดวางหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกที่ไม่มีอัตราการถ่ายเทความร้อน (heat flux) หรือมีอัตราการถ่ายเทความร้อนบนพื้นผิวเฉลี่ยไม่เกิน ๑๕ วัตต์ต่อตารางเมตร ไว้กับสินค้าทั่วไปที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ไม่ได้อยู่ในกระสอบหรือถุงได้ โดยไม่มีข้อกำหนดการเก็บรักษาเป็นพิเศษ เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในใบรับรองภาชนะบรรจุจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกนั้น (๔) ระมัดระวังไม่ให้กลุ่มหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้าที่บรรจุวัสดุฟิสไซล์ ที่จัดเก็บในระหว่างการขนถ่ายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติในแต่ละกลุ่มเกิน ๕๐ และผู้รับขนส่งต้องจัดวางหีบห่อ หีบห่อภายนอก และตู้สินค้าแต่ละกลุ่มให้ห่างกันอย่างน้อย ๖ เมตร (๕) ในกรณีที่ผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติบนยานพาหนะขนส่งหรือในตู้สินค้าเกิน ๕๐ แต่ไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดวางของที่ขนส่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย ๖ เมตรจากหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีวัสดุฟิสไซล์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ๆ ที่บรรทุกวัสดุ
ข้อ ๓๓ ผู้รับขนส่งต้องตรวจสอบระดับการปนเปื้อนในยานพาหนะขนส่งและอุปกรณ์ที่ใช้เป็นประจำที่ใช้ในการขนส่งวัสดุตามกฎกระทรวงนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยความถี่ในการตรวจสอบต้องเหมาะสมกับโอกาสการปนเปื้อนและระยะเวลาการขนส่ง
ข้อ ๓๔ ผู้รับขนส่งต้องขจัดการปนเปื้อนบนยานพาหนะขนส่ง อุปกรณ์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดโดยเร็วที่สุด หากการปนเปื้อนนั้นเกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีที่ระบุไว้ในข้อ ๒๐ (๕) หรือมีระดับรังสีเกิน ๕ ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมงที่พื้นผิว และไม่สามารถนำยานพาหนะขนส่ง หรืออุปกรณ์นั้นมาใช้ได้ จนกว่าการปนเปื้อนหรือระดับรังสีต่ำกว่าค่าที่กำหนดดังกล่าว
ข้อ ๓๕ การขนส่งวัสดุโดยไม่บรรจุหีบห่อตราบเท่าที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการขนส่งเฉพาะนั้น พื้นผิวภายในตู้สินค้า ภาชนะบรรจุขนาดกลาง ถัง หรือยานพาหนะขนส่งดังกล่าว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕) และข้อ ๓๔
ข้อ ๓๖ สำหรับการขนส่งภายใต้การขนส่งเฉพาะที่เป็นการขนส่งทางถนนหรือทางราง ระดับรังสีต้องไม่เกินปริมาณ ดังต่อไปนี้ (๑) ๑๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ณ จุดใด ๆ บนพื้นผิวภายนอกของหีบห่อหรือหีบห่อภายนอก และอาจเกิน ๒ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) ยานพาหนะขนส่งมีส่วนบรรทุกที่ป้องกันการเข้าถึงของบุคคลซึ่งไม่ได้รับอนุญาตระหว่างการขนส่งในสภาพปกติ (ข) มีข้อกำหนดในการติดตรึงหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกให้อยู่กับที่ภายในส่วนบรรทุกของยานพาหนะขนส่งตลอดเวลาการขนส่งในสภาพปกติ (ค) ไม่มีการถ่ายของขึ้นหรือการถ่ายของลงระหว่างการขนส่ง (๒) ๒ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ณ จุดใด ๆ ด้านนอกรถ รวมถึงด้านบนและด้านล่าง หรือในกรณีที่เป็นรถที่เปิดโล่ง (open vehicle) ณ จุดใด ๆ บนระนาบแนวตั้งที่คาดการณ์ไว้จากขอบด้านนอกของยานพาหนะขนส่งบนพื้นผิวด้านบนของของที่ขนส่ง และบนพื้นผิวด้านล่างที่ต่ำลงของยานพาหนะขนส่ง (๓) ๐.๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ณ จุดใด ๆ ที่ระยะ ๒ เมตรจากระนาบแนวตั้งด้านข้างยานพาหนะขนส่ง หรือหากของที่ขนส่งอยู่บนรถที่เปิดโล่ง ณ จุดใด ๆ ที่ระยะ ๒ เมตรจากระนาบแนวตั้งจากขอบด้านนอกยานพาหนะขนส่ง
ข้อ ๓๗ ในกรณีที่เป็นการขนส่งวัสดุโดยรถยนต์ ผู้รับขนส่งต้องไม่ให้บุคคลอื่นใดอยู่บนรถที่ขนส่งหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้าที่ติดป้ายประเภท II-YELLOW หรือประเภท III-YELLOW นอกจากผู้ขับขี่และผู้ช่วยผู้ขับขี่
ข้อ ๓๘ ในกรณีที่เป็นการขนส่งวัสดุโดยเรือ ผู้รับขนส่งต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามขนส่งหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกที่มีระดับรังสีพื้นผิวเกิน ๒ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) อยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษ หรือ (ข) อยู่ภายใต้การขนส่งเฉพาะบนหรือในยานพาหนะขนส่งทางถนนหรือทางรางและไม่มีการขนย้ายลงมาจากยานพาหนะขนส่งดังกล่าวตลอดเวลาที่อยู่บนเรือ (๒) การขนส่งวัสดุโดยเรือบรรทุกพิเศษ เนื่องจากแบบเรือหรือเหตุผลการเช่าเหมาลำเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ในการขนส่งวัสดุ จะได้รับยกเว้นจากข้อกำหนดที่ระบุไว้ในข้อ ๓๐ ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก) แผนงานการป้องกันอันตรายจากรังสีสำหรับการขนส่งต้องได้รับการอนุมัติโดยหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศที่เรือนั้นชักธง และเมื่อได้รับการร้องขอโดยหน่วยงานกำกับดูแลในท่าเรือที่จอด (ข) การเตรียมการเก็บสัมภาระต้องกำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับการเดินทางทั้งหมด รวมถึงของที่ต้องถ่ายขึ้นท่าเรือระหว่างการเดินทาง (ค) การถ่ายของขึ้น การขนส่ง และการถ่ายของลง ต้องได้รับการดูแลโดยบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติในการขนส่งวัสดุตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓๙ ในกรณีที่เป็นการขนส่งวัสดุทางอากาศ ผู้รับขนส่งต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามขนส่งหีบห่อแบบ B(M) และวัสดุ ภายใต้การขนส่งเฉพาะโดยอากาศยานโดยสาร (๒) ห้ามขนส่งหีบห่อแบบ B(M) หีบห่อใด ๆ ที่ต้องระบายความร้อนสู่ภายนอก โดยระบบระบายความร้อนเสริม หีบห่อภายใต้การควบคุมการปฏิบัติระหว่างการขนส่ง และหีบห่อที่บรรจุวัสดุที่เป็นของเหลวติดไฟได้ (๓) ห้ามขนส่งหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกที่มีระดับรังสีพื้นผิวเกิน ๒ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง เว้นแต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษ
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).