ข้อ ๑๙ ผู้ส่งของมีหน้าที่ก่อนการขนส่ง ดังต่อไปนี้ (๑) จำแนกประเภทวัสดุที่ขนส่งตามข้อ ๔ (๒) ใช้ภาชนะบรรจุที่ได้รับการผลิตตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด และได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตภาชนะบรรจุ (๓) เลือกใช้หีบห่อให้สอดคล้องกับประเภทวัสดุที่ขนส่งตามแบบหีบห่อที่กำหนดในข้อ ๕
และเป็นไปตามข้อกำหนดของการใช้หีบห่อตามข้อ ๖ และข้อ ๗ และมีสำเนาใบรับรองแบบหีบห่อและสำเนาคู่มือการปิดหีบห่อ รวมถึงการเตรียมการอื่นใดที่จำเป็นสำหรับจัดส่งภายใต้เงื่อนไขใบรับรองแบบหีบห่อ (๔) ทำเครื่องหมายหรือติดป้ายแสดงสัญลักษณ์ทางรังสีและประเภทหีบห่อหรือหีบห่อภายนอก บนหีบห่อ หีบห่อภายนอก
หรือตู้สินค้าตามแบบท้ายกฎกระทรวง ทั้งนี้ การทำเครื่องหมายและวิธีการติดป้าย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการประกาศกำหนด (๕) ระบุรายการสำคัญบนหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกตามข้อ ๙ (๖) จัดทำเอกสารกำกับการขนส่งตามข้อ ๑๐ (๗) จัดให้มีหลักฐานการได้รับอนุมัติตามข้อ ๑๑
ในกรณีที่มีการขนส่งระหว่างประเทศ (๘) ตรวจสอบหีบห่อหรือหีบห่อภายนอกให้เป็นไปตามข้อ ๒๐ (๙) ควบคุมการจัดวางวัสดุที่ขนส่งให้เป็นไปตามข้อ ๒๑ (๑๐) ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าหีบห่อได้รับความเสียหายหรือเกิดการรั่วซึม
ต้องจำกัดการเข้าถึงหีบห่อและประเมินขอบเขตการปนเปื้อนและระดับรังสีจากหีบห่อโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ (๑๑) ไม่ส่งหีบห่อที่ได้รับความเสียหายหรือมีวัสดุที่บรรจุอยู่ภายในรั่วไหลเกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕) จนกว่าจะได้รับการแก้ไขหรือปรับสภาพและการขจัดการปนเปื้อน
แต่อาจขนย้ายหีบห่อดังกล่าวไปยังสถานที่ชั่วคราวที่ยอมรับได้ภายใต้การดูแลของผู้ส่งของ
ข้อ ๒๐ การตรวจสอบหีบห่อหรือหีบห่อภายนอก ให้ผู้ส่งของตรวจสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) นิวไคลด์กัมมันตรังสีเป็นไปตามที่กำหนดให้ใช้ได้กับหีบห่อนั้น (๒) วัสดุที่จะขนส่งอยู่ในรูปหรือสถานะทางกายภาพหรือทางเคมีตามที่กำหนดให้ใช้ได้กับหีบห่อนั้น (๓) จำกัดระดับรังสี ณ จุดใด ๆ บนพื้นผิวภายนอกหีบห่อแบบ Excepted ไม่เกิน
๕ ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง (๔) จำกัดปริมาณวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำและวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในหีบห่อแบบ IP-1 หีบห่อแบบ IP-2 หีบห่อแบบ IP-3 หรือวัตถุหรือกองวัตถุ เพื่อให้ระดับรังสีที่ระยะ ๓ เมตรจากหีบห่อหรือวัตถุที่ไม่มีการกำบัง ไม่เกิน ๑๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง (๕)
ควบคุมการปนเปื้อนแบบไม่ติดแน่นบนพื้นผิวภายนอกที่เกินกว่า ๓๐๐ ตารางเซนติเมตร ของหีบห่อ หีบห่อภายนอก ตู้สินค้า ภาชนะบรรจุขนาดกลาง ถัง และยานพาหนะขนส่งให้น้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ และไม่เกินขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสี ดังต่อไปนี้ (ก) ๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร สำหรับวัสดุที่สลายตัวให้รังสีบีตา
รังสีแกมมา และรังสีแอลฟาที่มีความเป็นพิษต่ำ (ข) ๐.๔ เบ็กเคอเรลต่อตารางเซนติเมตร สำหรับวัสดุที่สลายตัวให้รังสีแอลฟาอื่น ๆ (๖) หีบห่อแบบ B(U) หีบห่อแบบ B(M) และหีบห่อแบบ C ต้องถูกเก็บไว้จนกว่าจะเข้าใกล้ภาวะสมดุลพอที่จะแสดงให้เห็นถึงการเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับอุณหภูมิและความดัน
เว้นแต่ได้รับการยกเว้นจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศผู้ผลิตภาชนะบรรจุที่ใช้สำหรับหีบห่อนั้น และผ่านการตรวจสอบหรือการทดสอบแล้วว่า ส่วนปิดคลุม วาล์ว และส่วนเปิดอื่นใดทั้งหมดในระบบกักเก็บซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ที่อยู่ภายในอาจเล็ดลอดออกมาได้รับการปิดผนึกอย่างถูกต้อง (๗)
หีบห่อที่บรรจุวัสดุฟิสไซล์ ต้องตรวจวัดองค์ประกอบไอโซโทปและทดสอบการปิดผนึกกันน้ำ (๘) อุปกรณ์ยึดติดสำหรับใช้ยกหีบห่อสามารถใช้การได้
ข้อ ๒๑ การจัดวางวัสดุที่ขนส่ง ให้ผู้ส่งของควบคุมการจัดวางวัสดุให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ควบคุมค่ากัมมันตภาพรวมในห้องเก็บสินค้าของเรือหรือยานพาหนะขนส่งอื่น ดังต่อไปนี้ (ก) การขนส่งวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำและวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในหีบห่อแบบ IP-1 หีบห่อแบบ IP-2 หีบห่อแบบ IP-3
หรือกรณีขนส่งโดยไม่บรรจุหีบห่อ ค่ากัมมันตภาพต้องไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ข) การขนส่งวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวในกลุ่ม SCO-III หากค่ากัมมันตภาพเกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้
แผนการขนส่งต้องปรากฏข้อควรระวังที่ต้องใช้ระหว่างการขนส่งเพื่อให้ระดับความปลอดภัยโดยรวมไม่ต่ำกว่าระดับความปลอดภัยตามตารางที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๒) ในกรณีที่เป็นการขนส่งวัสดุกัมมันตภาพจำเพาะต่ำหรือวัตถุที่มีการปนเปื้อนบนพื้นผิวที่เป็นหรือมีวัสดุฟิสไซล์ (ก) ต้องระมัดระวังไม่ให้กลุ่มหีบห่อ
หีบห่อภายนอก และตู้สินค้า ที่จัดเก็บในระหว่างการขนถ่ายในที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติในกลุ่มเกิน ๕๐ และต้องจัดวางของที่ส่งแต่ละกลุ่มให้ห่างกันอย่างน้อย ๖ เมตร (ข) ในกรณีที่ผลรวมดัชนีความปลอดภัยภาวะวิกฤติบนยานพาหนะขนส่งหรือในตู้สินค้าเกิน ๕๐ แต่ไม่เกินขีดจำกัดตามตารางที่ ๖
ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดวางของที่ขนส่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย ๖ เมตรจากหีบห่อ หีบห่อภายนอก หรือตู้สินค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีวัสดุฟิสไซล์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ๆ ที่บรรทุกวัสดุ
ข้อ ๒๒ เมื่อจะมีการขนส่ง ผู้ส่งของต้องมอบเอกสารกำกับการขนส่งที่ลงลายมือชื่อและวันที่ให้แก่ผู้รับขนส่ง โดยผู้ส่งของต้องเก็บสำเนาดังกล่าวอย่างน้อยสามเดือนนับจากวันที่การขนส่งเสร็จสิ้นลง
ข้อ ๒๓ ผู้ส่งของต้องพร้อมแสดงใบรับแจ้งการขนส่งและเอกสารราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อผู้รับขนส่งก่อนการขนของขึ้นและการถ่ายของลง
ข้อ ๒๔ ผู้ส่งของต้องไม่ใช้ตู้สินค้า ภาชนะบรรจุขนาดกลาง ถัง รวมทั้งภาชนะบรรจุอื่นใด หรือหีบห่อภายนอกที่เคยใช้ขนส่งวัสดุ ในการจัดเก็บหรือขนส่งสินค้าอื่น ๆ เว้นแต่ระดับการปนเปื้อนต่ำกว่าขีดจำกัดการปนเปื้อนทางรังสีตามข้อ ๒๐ (๕)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).