我的書籤免費註冊

พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 หมวด ๒ การเก็บภาษีส่วนเพิ่ม

มาตรา ๒๔–มาตรา ๕๒共 29 條

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “นิติบุคคลแม่ลำดับกลาง” หมายความว่า นิติบุคคลในเครือหนึ่งที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลในเครืออื่นที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด นิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน สถานประกอบการถาวร หรือนิติบุคคลเพื่อการลงทุน “นิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน” หมายความว่า นิติบุคคลในเครือที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลในเครืออื่นที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกัน และ (๒) มีบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมมากกว่าร้อยละยี่สิบ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด สถานประกอบการถาวร หรือนิติบุคคลเพื่อการลงทุน “นิติบุคคลเพื่อการลงทุน” หมายความว่า (๑) กองทุนเพื่อการลงทุนหรือเครื่องมือเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (๒) นิติบุคคลที่ (ก) ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าถูกถือโดยนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะตาม (๑) โดยตรง หรือผ่านนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะเช่นว่านั้นเป็นทอด ๆ และ (ข) ได้ดำเนินการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ในการถือครองทรัพย์สินหรือลงทุน เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลเพื่อการลงทุนตาม (๑) หรือ (๓) นิติบุคคลที่มูลค่าในนิติบุคคลดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบห้าถูกถือโดยนิติบุคคลอื่นที่มีลักษณะตาม (๑) และรายได้เกือบทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นเงินปันผลหรือส่วนเกินทุนหรือส่วนตํ่ากว่าทุนจากส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของที่ไม่ถูกรวมในการคำนวณผลกำไรหรือผลขาดทุนตามมาตรา ๓๑ “ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ” หมายความว่า ส่วนได้เสียในทุนที่มีสิทธิในกำไรเงินทุน หรือทุนสำรองของนิติบุคคลหรือของสถานประกอบการถาวรที่นิติบุคคลหลักมีอยู่ “ส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุม” หมายความว่า ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลหนึ่ง ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น (๑) ถูกกำหนดให้นำรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลดังกล่าวมารวมกับรายการของตนด้วยวิธีรายการต่อรายการตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ หรือ (๒) พึงถูกกำหนดให้นำรายการเช่นว่านั้นมารวมกับรายการของตนด้วยวิธีรายการต่อรายการ หากผู้มีส่วนได้เสียนั้นได้จัดทำงบการเงินรวม ทั้งนี้ ในกรณีของนิติบุคคลหลักและสถานประกอบการถาวร ให้ถือว่านิติบุคคลหลักมีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมในสถานประกอบการถาวรของตน “ระบบภาษีที่จัดเก็บเมื่อจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น” หมายความว่า ระบบภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดเก็บภาษีเงินได้จากบริษัทซึ่งจะต้องเสียภาษีเมื่อได้จ่ายกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือเมื่อถือได้ว่าจ่ายกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือเมื่อมีรายจ่ายบางรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ (๒) จัดเก็บภาษีในอัตราที่เท่ากับหรือมากกว่าอัตราภาษีขั้นตํ่า และ (๓) ใช้บังคับก่อนวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ “มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ” หมายความว่า (๑) มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Reporting Standards) หรือ (๒) หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ “มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาต” หมายความว่า หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไปในประเทศหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับจากหน่วยงานผู้มีอำนาจเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชีของประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ “หน่วยงานผู้มีอำนาจเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี” หมายความว่า หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศหนึ่งในการกำหนด จัดทำ หรือยอมรับมาตรฐานการบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ในการรายงานข้อมูลทางการเงินสำหรับประเทศนั้น “งบการเงินรวม” หมายความว่า (๑) งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลหนึ่งตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับซึ่งได้กำหนดให้นำเสนอรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลนั้น และนิติบุคคลอื่น ๆ ที่นิติบุคคลนั้นมีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุม รวมเป็นหนึ่งหน่วยเศรษฐกิจ (๒) งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลหลักตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ ในกรณีของกลุ่มนิติบุคคลตาม (๒) ของบทนิยามคำว่า “กลุ่มนิติบุคคล” ตามมาตรา ๔ (๓) งบการเงินที่จัดทำโดยนิติบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) ตามมาตรฐานการบัญชีอื่นที่ไม่ใช่มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ แต่ได้ปรับปรุงตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศแล้ว เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ หรือ (๔) งบการเงินที่พึงได้จัดทำขึ้นโดยนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับหรือมาตรฐานการบัญชีอื่น แต่ได้ปรับปรุงตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศแล้ว เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ หากนิติบุคคลนั้นได้ถูกกำหนดให้จัดทำงบการเงินเช่นว่านั้นในกรณีที่ไม่มีงบการเงินตาม (๑) ถึง (๓) “ความคลาดเคลื่อนของการนำเสนอข้อมูลที่มีนัยสำคัญ” หมายความว่า ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการปรับใช้มาตรฐานการบัญชีหนึ่งที่ทำให้เกิดผลต่างโดยรวมมากกว่าจำนวนเงินตราไทยเทียบเท่าเจ็ดสิบห้าล้านยูโรในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้รับจากการปรับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Reporting Standards) “ภาษีที่อยู่ในขอบข่าย” หมายความว่า (๑) จำนวนภาษีที่ถูกบันทึกในงบการเงินของนิติบุคคลในเครือแต่ละราย (ก) ที่คำนวณจากรายได้หรือกำไรของนิติบุคคลในเครือนั้น (ข) ที่คำนวณจากรายได้หรือกำไรของนิติบุคคลในเครืออื่นที่นิติบุคคลในเครือนั้นมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ (๒) จำนวนภาษีที่จัดเก็บภายใต้ระบบภาษีที่จัดเก็บเมื่อจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น (๓) จำนวนภาษีที่จัดเก็บแทนที่ภาษีเงินได้นิติบุคคล (๔) จำนวนภาษีที่จัดเก็บโดยอ้างอิงถึงกำไรสะสมและทุน รวมถึงภาษีที่จัดเก็บจากหลายองค์ประกอบซึ่งขึ้นอยู่กับกำไรและทุน จำนวนภาษีดังกล่าวไม่รวมถึงจำนวนภาษี ดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลแม่ได้รับรู้ตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๒) จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครือได้รับรู้ตามหลักการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๓) จำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครือได้รับรู้หรือเกิดจากการปรับปรุงรายการตามกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ (๔) จำนวนภาษีเงินปันผลที่ขอคืนได้ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด (๕) ภาษีที่บริษัทประกันภัยได้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ “กฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า กฎหมายของประเทศหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับกฎการรวมเงินได้ (Income Inclusion Rule) ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศและได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ “ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า การจัดเก็บภาษีขั้นตํ่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายของประเทศหนึ่งซึ่ง (๑) ได้กำหนดเงินได้รวมสุทธิภายหลังจากการหักส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิสำหรับนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศดังกล่าวในลักษณะเดียวกันกับที่มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศกำหนด (๒) ได้เพิ่มภาระภาษีภายในประเทศที่คำนวณจากเงินได้รวมสุทธิภายหลังจากการหักส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิตาม (๑) เพื่อให้เป็นไปตามอัตราภาษีขั้นตํ่า สำหรับประเทศนั้นและนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง (๓) เป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ และประเทศนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์ใดที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าว และ (๔) ได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ “กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์” หมายความว่า กฎหมายของประเทศหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือ (Undertaxed Payments Rule) ตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศและได้รับการรับรองโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ การพิจารณาประเทศที่เป็นที่ตั้งของนิติบุคคลรายหนึ่ง หรือสถานประกอบการถาวรแห่งหนึ่งนั้น ให้พิจารณาดังนี้ (๑) กรณีนิติบุคคลที่ไม่ใช่สถานประกอบการถาวร ให้พิจารณาดังนี้ (ก) หากนิติบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีตามกฎหมายของประเทศใด โดยการพิจารณาผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีนั้นเป็นการพิจารณาจากสถานจัดการ สถานที่จัดตั้ง หรือหลักเกณฑ์อื่นที่ลักษณะคล้ายคลึงกัน ให้ถือว่านิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ในประเทศนั้น (ข) หากนิติบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีตามกฎหมายของประเทศใดเลย ให้ถือว่านิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นถูกก่อตั้งขึ้น ทั้งนี้ กรณีที่นิติบุคคลใดมีแหล่งที่ตั้งมากกว่าหนึ่งประเทศ ให้อธิบดีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลดังกล่าว ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (๒) กรณีสถานประกอบการถาวร ให้พิจารณาดังนี้ (ก) หากเป็นสถานประกอบการถาวรตาม (๑) ของบทนิยามคำว่า “สถานประกอบการถาวร” ตามมาตรา ๔ ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่พิจารณาว่าสถานประกอบธุรกิจนั้นเป็นสถานประกอบการถาวรและอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในประเทศดังกล่าวตามความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรที่มีผลใช้บังคับและปรับใช้ได้แก่กรณี (ข) หากเป็นสถานประกอบการถาวรตาม (๒) ของบทนิยามคำว่า “สถานประกอบการถาวร” ตามมาตรา ๔ ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่สถานประกอบการถาวรนั้นอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีจากยอดสุทธิเนื่องด้วยเหตุของการประกอบกิจการในประเทศนั้น (ค) หากเป็นสถานประกอบการถาวรตาม (๓) ของบทนิยามคำว่า “สถานประกอบการถาวร” ตามมาตรา ๔ ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่สถานประกอบการถาวรนั้นมีที่ตั้งอยู่ (ง) หากเป็นสถานประกอบการถาวรตาม (๔) ของบทนิยามคำว่า “สถานประกอบการถาวร” ตามมาตรา ๔ ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งแยกเป็นเอกเทศจากประเทศอื่นที่นิติบุคคลในเครืออื่นตั้งอยู่ ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะเป็นอื่นได้ แต่ต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ ในกรณีที่นิติบุคคลใดได้เปลี่ยนแหล่งที่ตั้งระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีที่พิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม ให้ถือว่านิติบุคคลดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ในวันเริ่มแรกของรอบระยะเวลาบัญชีที่พิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม

ส่วนที่ ๑ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ นิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่รายได้รวมทั้งหมดตามงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนเงินตราไทยเทียบเท่าเจ็ดร้อยห้าสิบล้านยูโรในอย่างน้อยสองรอบระยะเวลาบัญชีในช่วงสี่รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้ารอบระยะเ วลาบัญชีปัจจุบันที่พิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามพระราชกำหนดนี้ กรณีรอบระยะเวลาบัญชีตามวรรคหนึ่งของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นมีระยะเวลาที่ไม่ใช่สิบสองเดือนในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ปรับปรุงเกณฑ์รายได้รวมขั้นต่ำตามวรรคหนึ่งตามสัดส่วน โดยให้สอดคล้องกับระยะเวลาของรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว กรณีที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นเกิดจากหรือได้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การพิจารณาการอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามวรรคหนึ่งของนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติดังกล่าวอาจกำหนดเป็นอื่นโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาก็ได้ แต่ต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ นิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ ไม่ให้รวมถึงนิติบุคคลดังต่อไปนี้เฉพาะที่มีลักษณะตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (๑) หน่วยงานของรัฐ (๒) องค์การระหว่างประเทศ (๓) องค์การไม่แสวงหากำไร (๔) กองทุนบำนาญ (๕) กองทุนเพื่อการลงทุนที่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด (๖) เครื่องมือเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด (๗) นิติบุคคลอื่นตามที่ได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของนิติบุคคลตาม (๗) อาจแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอให้นิติบุคคลนั้นเป็นนิติบุคคลในเครือตามมาตรา ๒๖ ก็ได้ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ระยะเวลา และรูปแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

ส่วนที่ ๒ การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้นิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่งตามมาตรา ๒๖ มีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่ม โดยคำนวณจากภาษีส่วนเพิ่มสำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นที่เกิดขึ้นในประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าเป็นรายรอบระยะเวลาบัญชี รอบระยะเวลาบัญชีตามวรรคหนึ่ง หมายถึง (๑) รอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลในเครือรายนั้นที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติใช้ในการจัดทำงบการเงินรวม หรือ (๒) ปีปฏิทิน สำหรับกรณีนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดพึงจัดทำงบการเงินรวมตาม (๔) ของบทนิยามคำว่า “งบการเงินรวม” ตามมาตรา ๒๔

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ การพิจารณาว่าประเทศใดเป็นประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าตามมาตรา ๒๘ ให้พิจารณาเป็นรายรอบระยะเวลาบัญชีสำหรับแต่ละกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าตามวรรคหนึ่งให้หมายความว่า ประเทศที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่งซึ่งปรากฏข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้ (๑) มีเงินได้รวมสุทธิที่คำนวณได้ตามมาตรา ๓๐ ในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง และ (๒) มีอัตราภาษีที่แท้จริงที่คำนวณได้ตามมาตรา ๓๒ ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นน้อยกว่าอัตราภาษีขั้นตํ่า นิติบุคคลในเครือทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าดังกล่าวของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้น ให้ถือเป็นนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ เงินได้รวมสุทธิของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง ให้เป็นจำนวนบวกที่คำนวณได้จากผลรวมของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือดังกล่าวแต่ละรายที่มีผลกำไรเช่นว่านั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หักด้วยผลรวมของผลขาดทุนตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือดังกล่าวแต่ละรายที่มีผลขาดทุนเช่นว่านั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผลกำไรหรือผลขาดทุนของนิติบุคคลในเครือรายหนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง ให้มีจำนวนเท่ากับกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามงบการเงินของนิติบุคคลในเครือรายดังกล่าว สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ที่ได้ปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามงบการเงินตามวรรคหนึ่งให้หมายความว่า กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้หรือพึงใช้จัดทำงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ แต่ต้องเป็นจำนวนก่อนการตัดรายการระหว่างนิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติดังกล่าว ทั้งนี้ หากไม่สามารถกำหนดกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเช่นว่านั้นได้อย่างสมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ ให้หมายความถึงกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่นิติบุคคลในเครือแต่ละรายอาจกำหนดได้ตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับหรือมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องปรากฏข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้ (๑) งบการเงินของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายนั้นได้ปรับใช้มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับหรือมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวในการจัดทำงบการเงิน (๒) ข้อมูลในงบการเงินนั้นมีความน่าเชื่อถือ และ (๓) รายการรายได้ รายจ่าย หรือธุรกรรมใดที่มีผลแตกต่างถาวรมากกว่าจำนวนเงินตราไทยเทียบเท่าหนึ่งล้านยูโร อันเกิดขึ้นจากการปรับใช้มาตรฐานการบัญชีอื่นนอกเหนือจากมาตรฐานการบัญชีที่ปรับใช้ในการจัดทำงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด ที่ได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของมาตรฐานการบัญชีที่ปรับใช้ในการจัดทำงบการเงินรวมดังกล่าวแล้ว

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ อัตราภาษีที่แท้จริงของแต่ละกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่ง สำหรับแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณจากผลรวมของภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงตามมาตรา ๓๓ ของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว หารด้วยเงินได้รวมสุทธิที่คำนวณได้ตามมาตรา ๓๐ ของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว อัตราภาษีที่แท้จริงตามวรรคหนึ่งไม่ให้นำภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงและผลกำไรหรือขาดทุนตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายที่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลเพื่อการลงทุนมารวมในการคำนวณ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงของนิติบุคคลในเครือแต่ละราย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง ให้เป็นจำนวนเท่ากับภาษีที่อยู่ในขอบข่ายของนิติบุคคลในเครือแต่ละราย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นที่ได้ปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ภาษีส่วนเพิ่มสำหรับแต่ละกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่เกิดขึ้นในประเทศที่จัดเก็บภาษีต่ำประเทศหนึ่ง คำนวณได้โดยนำเงินได้รวมสุทธิตามมาตรา ๓๐ ของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นในประเทศดังกล่าว มาคำนวณตามอัตราภาษีส่วนเพิ่มของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นในประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติอาจเลือกหักส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิตามที่กำหนดในมาตรา ๓๕ ออกจากเงินได้รวมสุทธิดังกล่าวก็ได้ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ระยะเวลา และรูปแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด อัตราภาษีส่วนเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้หมายความว่า ผลต่างที่เป็นบวกของอัตราภาษีขั้นตํ่า หักด้วยอัตราภาษีที่แท้จริงที่คำนวณได้ตามมาตรา ๓๒ ของแต่ละกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติในประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าประเทศหนึ่ง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งของแต่ละกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งประเทศใด ให้เป็นจำนวนเท่ากับผลรวมของจำนวน ดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละห้าของผลรวมค่าตอบแทนลูกจ้างของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว และ (๒) ร้อยละห้าของผลรวมมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ แต่ไม่รวมค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนของนิติบุคคลในเครือที่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลเพื่อการลงทุนในการคำนวณดังกล่าว รัฐมนตรีอาจประกาศเพิ่มอัตราร้อยละของค่าตอบแทนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนตามวรรคหนึ่งก็ได้ แต่ต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ กรณีที่นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติถูกกำหนดให้หรือได้รับอนุญาตให้ปรับปรุงรายการที่ใช้ในการคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริงตามมาตรา ๓๒ และภาษีส่วนเพิ่มตามมาตรา ๓๔ ที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งหรือหลายรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาแล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปรับปรุงอัตราภาษีที่แท้จริงที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ ถ้ามีจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่เคยได้คำนวณไว้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาแล้วนั้น ให้ถือว่าจำนวนของภาษีส่วนเพิ่มที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศดังกล่าวสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่พิจารณาหน้าที่การเสียภาษีส่วนเพิ่ม และให้นิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติตามมาตรา ๒๖ มีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่ม โดยคำนวณจากจำนวนของภาษีส่วนเพิ่มที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าประเทศนั้นเป็นประเทศที่จัดเก็บภาษีตํ่าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันหรือไม่ก็ตาม

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ แม้ว่ากลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งไม่มีเงินได้รวมสุทธิตามมาตรา ๓๐ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งก็ตาม หากปรากฏว่าผลรวมของภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงตามมาตรา ๓๓ ของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่งสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งนั้นมีจำนวนน้อยกว่าศูนย์ และเป็นจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่คาดว่าจะเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุง ให้ถือว่าผลต่างของจำนวนที่คาดว่าจะเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงนั้น หักด้วยผลรวมของภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงตามมาตรา ๓๓ เป็นภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศดังกล่าวของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว และให้นิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติมีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่ม โดยคำนวณจากจำนวนภาษีส่วนเพิ่มดังกล่าว จำนวนที่คาดว่าจะเป็นภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังปรับปรุงตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึงจำนวนที่คำนวณได้จากเงินได้รวมสุทธิตามมาตรา ๓๐ หรือจำนวนลบที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๓๐ ที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง คูณด้วยอัตราภาษีขั้นต่ำ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ หากกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติใดได้เสียภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นตั้งอยู่แล้ว ให้นำจำนวนภาษีส่วนเพิ่มดังกล่าวมาหักออกจากภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศนั้น ๆ ตามที่คำนวณได้ในมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มตามส่วนที่ ๓ ภาษีส่วนเพิ่มต่างประเทศ ส่วนที่ ๔ กิจการร่วมค้า ส่วนที่ ๕ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่ และส่วนที่ ๖ ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย ให้ปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศแก่แต่ละนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศดังกล่าวที่คำนวณได้ตามมาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๖ ภายหลังหักภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ตามมาตรา ๓๘ แล้ว ให้แก่นิติบุคคลในเครือแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติดังกล่าวที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นตามส่วนที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือรายนั้น โดยให้คำนวณตามสัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายนั้น ต่อผลกำไรตามมาตรา ๓๑ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวของนิติบุคคลในเครือดังกล่าวทั้งหมดนั้น (๒) กรณีที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศที่มีภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดจากการคำนวณใหม่ตามมาตรา ๓๖ แต่ในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันนั้นไม่มีเงินได้รวมสุทธิตามมาตรา ๓๐ ในประเทศดังกล่าว ให้ปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นนั้นภายหลังหักภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ตามมาตรา ๓๘ แล้ว โดยให้คำนวณตามสัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายนั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาแล้วซึ่งได้ถูกคำนวณใหม่ ต่อผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือทั้งหมดสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาแล้วนั้น (๓) กรณีที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศที่มีภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นตามมาตรา ๓๗ ให้ปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มดังกล่าวภายหลังหักภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ตามมาตรา ๓๘ แล้ว ให้แก่นิติบุคคลในเครือแต่ละรายที่มีภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังการปรับปรุงในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นตํ่ากว่าศูนย์ และตํ่ากว่าจำนวนของผลกำไรหรือผลขาดทุนตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือรายนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีคูณด้วยอัตราภาษีขั้นตํ่าโดยการปันส่วนนั้นให้คำนวณตามสัดส่วนของ (ก) จำนวนของผลกำไรหรือผลขาดทุนตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายซึ่งคูณด้วยอัตราภาษีขั้นตํ่าแล้ว และหักด้วยภาษีที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังการปรับปรุงของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายนั้น ต่อ (ข) ผลรวมของจำนวนตาม (ก) ของนิติบุคคลในเครือทั้งหมด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ให้ถือว่านิติบุคคลในเครือที่ได้รับการปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ตามมาตรา ๓๙ จากภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นตามมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๓๗ นั้นเป็นนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่า

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาภาษีส่วนเพิ่มตามส่วนนี้ อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเฉพาะสำหรับนิติบุคคลที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) นิติบุคคลในเครือที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเป็นเจ้าของส่วนน้อย (๒) นิติบุคคลผู้ไร้ที่ตั้งทางภาษี (๓) นิติบุคคลเพื่อการลงทุน

ส่วนที่ ๓ ภาษีส่วนเพิ่มต่างประเทศ

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ให้นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติตามมาตรา ๒๖ แต่ละรายที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าไม่ว่าส่วนได้เสียนั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่และมีลักษณะตามวรรคสอง เสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง เป็นจำนวนเท่ากับผลลัพธ์ของส่วนของภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าแต่ละรายที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศตามมาตรา ๓๙ ที่นิติบุคคลในเครือนั้นมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ คูณด้วยสัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายนั้นที่พึงเป็นของนิติบุคคลในเครือดังกล่าวสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ต่อผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ทั้งหมดของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว นิติบุคคลในเครือแต่ละรายที่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มจากส่วนของภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศนั้น ได้แก่ นิติบุคคลในเครือที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด (๒) เป็นนิติบุคคลแม่ลำดับกลาง และปรากฏว่า (ก) นิติบุคคลในเครือที่มีลักษณะตาม (๑) ของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันไม่ถูกจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ที่เป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลในเครือตาม (๑) ตั้งอยู่ และ (ข) นิติบุคคลแม่ลำดับกลางอื่นที่มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในนิติบุคคลแม่ลำดับกลางนี้ไม่ถูกจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ที่เป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลในเครือดังกล่าวตั้งอยู่ (๓) เป็นนิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน และปรากฏว่า (ก) ไม่มีนิติบุคคลในเครืออื่นที่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วนที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือ (ข) มีนิติบุคคลในเครืออื่นที่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลแม่ที่บุคคลอื่นมีความเป็นเจ้าของบางส่วน ที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม แต่นิติบุคคลในเครืออื่นนั้นไม่ถูกจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ที่เป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลในเครืออื่นนั้นตั้งอยู่

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ หากนิติบุคคลในเครือแต่ละรายที่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามมาตรา ๔๒ มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายหนึ่งโดยอ้อมผ่านนิติบุคคลในเครืออื่นซึ่งมีลักษณะตาม (๒) หรือ (๓) ของมาตรา ๔๒ ให้นิติบุคคลในเครือแต่ละรายนั้นหักภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครืออื่นนั้นอยู่ในบังคับต้องเสียภายใต้กฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ออกจากภาษีส่วนเพิ่มที่ต้องเสียตามมาตรา ๔๒ นั้นได้ตามส่วนของผลลัพธ์ตามวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๒ ที่นิติบุคคลในเครืออื่นนั้นอยู่ในบังคับต้องเสีย

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ให้นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติตามมาตรา ๒๖ แต่ละรายที่ไม่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลเพื่อการลงทุน เสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งจากภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วน ภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วนให้เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนของภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือทั้งหมดในทุกประเทศของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่งคูณด้วยผลรวมของสัดส่วนร้อยละ ดังต่อไปนี้ (๑) กึ่งหนึ่งของสัดส่วนร้อยละของจำนวนลูกจ้างในประเทศไทยต่อจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในประเทศที่ปรับใช้กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ และ (๒) กึ่งหนึ่งของสัดส่วนร้อยละของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนในประเทศไทยต่อมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนทั้งหมดในประเทศที่ปรับใช้กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ จำนวนภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือทั้งหมดในทุกประเทศของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติตามวรรคสอง ให้เป็นจำนวนเท่ากับผลรวมของภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่าแต่ละรายตามมาตรา ๓๙ ภายหลังการปรับปรุง ดังต่อไปนี้ (๑) หากส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดมีอยู่ในนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายใดได้ถือครองไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมผ่านนิติบุคคลแม่ลำดับกลาง ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ที่เป็นไปตามเกณฑ์ในประเทศที่นิติบุคคลแม่นั้นตั้งอยู่แล้ว ให้ปรับลดจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายนั้นตามมาตรา ๓๙ ลงเป็นศูนย์ และ (๒) หากจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายใดไม่ได้ถูกปรับลดลงตาม (๑) และจำนวนดังกล่าวนั้นได้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ให้ปรับลดจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของนิติบุคคลในเครือที่เสียภาษีตํ่ารายดังกล่าวตามมาตรา ๓๙ ลงด้วยจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามกฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ดังกล่าว หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาจำนวนลูกจ้างและมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ กรณีที่มีนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยหลายรายซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกันต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มตามมาตรา ๔๔ ให้ปันส่วนภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วนมานั้นแก่นิติบุคคลในเครือแต่ละรายตามสัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือรายนั้น สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ต่อผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของนิติบุคคลในเครือดังกล่าวทั้งหมด สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่ในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวไม่มีนิติบุคคลในเครือรายใดมีผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ให้ปันส่วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กรณีที่นิติบุคคลในเครือทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ตกลงร่วมกันเป็นหนังสือให้นิติบุคคลในเครือรายหนึ่งหรือหลายรายรับภาระภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วนมานั้น หากได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว ให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นแจ้งต่อกรมสรรพากรภายในสิบห้าเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้น และให้ถือว่าภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือที่ประเทศไทยได้รับการปันส่วนมานั้นทั้งจำนวนหรือตามส่วนที่ได้ตกลงร่วมกันรับภาระนั้น เป็นภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลในเครือผู้ตกลงรับภาระนั้นต้องเสีย แต่ถ้านิติบุคคลในเครือผู้ตกลงรับภาระนั้นมีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระ ให้นิติบุคคลในเครือทั้งหมดนั้นต้องรับผิดร่วมกับนิติบุคคลในเครือผู้ตกลงรับภาระที่มีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระนั้นด้วย

ส่วนที่ ๔ กิจการร่วมค้า

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ในส่วนนี้ “กิจการร่วมค้า” หมายความว่า นิติบุคคลที่ผลประกอบการทางการเงินได้ถูกรายงานภายใต้วิธีส่วนได้เสียในงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีลักษณะตามมาตรา ๒๖ และนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดนั้นได้มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในนิติบุคคลดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบ แต่ไม่รวมถึง (๑) นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับของมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (๒) นิติบุคคลที่มีลักษณะตาม (๑) ถึง (๖) ของมาตรา ๒๗ (๓) นิติบุคคลที่ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของถูกถือโดยกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่งโดยตรงผ่านนิติบุคคลที่มีลักษณะตาม (๑) ถึง (๖) ของมาตรา ๒๗ และนิติบุคคลดังกล่าวนั้นมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) ดำเนินการทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในการถือครองทรัพย์สินหรือลงทุนเพื่อประโยชน์ของนักลงทุนของตน (ข) ดำเนินกิจกรรมที่สนับสนุนกิจกรรมที่ดำเนินการโดยนิติบุคคลที่มีลักษณะตามมาตรา ๒๗ หรือ (ค) รายได้เกือบทั้งหมดของตนเป็นเงินปันผลหรือส่วนเกินทุนหรือตํ่ากว่าทุนของส่วนของผู้เป็นเจ้าของที่ไม่ถูกนำไปรวมในการคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนตามมาตรา ๓๑ (๔) นิติบุคคลที่ถูกถือครองโดยกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติซึ่งประกอบด้วยนิติบุคคลที่มีลักษณะตามมาตรา ๒๗ เท่านั้น หรือ (๕) กิจการร่วมค้าลูก “กิจการร่วมค้าลูก” หมายความว่า นิติบุคคลที่รายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของตนถูกรวมเข้าในรายการเช่นว่านั้นของกิจการร่วมค้าตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับหรือพึงถูกรวมรายการ หากกิจการร่วมค้าได้ถูกกำหนดให้รวมรายการเช่นว่านั้นตามมาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับ สถานประกอบการถาวรที่มีนิติบุคคลหลักเป็นกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูก ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรนั้นเป็นกิจการร่วมค้าลูกแยกต่างหากจากนิติบุคคลดังกล่าว และสถานประกอบการถาวรอื่นของนิติบุคคลดังกล่าว “กลุ่มกิจการร่วมค้า” หมายความว่า กิจการร่วมค้าและกิจการร่วมค้าลูกของกิจการร่วมค้านั้น

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้นำส่วนที่ ๒ การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม มาใช้บังคับแก่การคำนวณภาษีส่วนเพิ่มของกิจการร่วมค้าและกลุ่มกิจการร่วมค้าด้วยโดยอนุโลม เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มของกลุ่มกิจการร่วมค้า ให้ถือว่ากิจการร่วมค้าและกิจการร่วมค้าลูกของกิจการร่วมค้าดังกล่าวเป็นนิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่ง และให้ถือว่ากิจการร่วมค้านั้นเป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติดังกล่าว

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ให้นิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติตามมาตรา ๒๖ แต่ละรายที่มีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศที่มีภาษีส่วนเพิ่มเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง เสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นจำนวนเท่ากับผลลัพธ์ของส่วนของภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกแต่ละรายที่นิติบุคคลในเครือนั้นมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของไม่ว่าส่วนได้เสียนั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ คูณด้วยสัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกดังกล่าวที่พึงเป็นของนิติบุคคลในเครือนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ต่อผลกำไรเช่นว่านั้นทั้งหมดของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกดังกล่าวสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๔๒ วรรคสอง และมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ จำนวนภาษีส่วนเพิ่มทั้งหมดของกิจการร่วมค้าหรือของกลุ่มกิจการร่วมค้าภายหลังหักด้วยจำนวนภาษีส่วนเพิ่มของกิจการร่วมค้าหรือของกลุ่มกิจการร่วมค้าดังกล่าวที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มภายใต้กฎการรวมเงินได้ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ให้ถือเป็นส่วนเพิ่มของจำนวนภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือทั้งหมดในทุกประเทศของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นตามมาตรา ๔๔ ภาษีส่วนเพิ่มทั้งหมดของกิจการร่วมค้าหรือของกลุ่มกิจการร่วมค้าตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ผลรวมของจำนวนภาษีส่วนเพิ่มที่คำนวณได้ดังต่อไปนี้ จากกิจการร่วมค้าหรือจากทุกนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกของกลุ่มกิจการร่วมค้าที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหนึ่งมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ ไม่ว่าส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของนั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ (๑) ส่วนของภาษีส่วนเพิ่มที่พึงเป็นภาระของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกแต่ละราย คูณด้วย (๒) สัดส่วนของผลกำไรตามมาตรา ๓๑ ของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกดังกล่าวที่พึงเป็นของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดนั้นสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวต่อผลกำไรเช่นว่านั้นทั้งหมดของกิจการร่วมค้าหรือกิจการร่วมค้าลูกดังกล่าวสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ส่วนที่ ๕ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ในส่วนนี้ “กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่” หมายความว่า กลุ่มนิติบุคคลตั้งแต่สองกลุ่มนิติบุคคลขึ้นไปที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของแต่ละกลุ่มนิติบุคคลนั้นได้ทำข้อตกลงโครงสร้างองค์กรแบบรวมความเป็นเจ้าของเข้าด้วยกัน หรือข้อตกลงดำเนินธุรกิจร่วมกัน ระหว่างกัน และ (๒) นิติบุคคลรายหนึ่งหรือสถานประกอบการถาวรแห่งหนึ่งของกลุ่มนิติบุคคลที่ได้มีข้อตกลงระหว่างกันนั้นตั้งอยู่ในประเทศอื่นซึ่งไม่ใช่ประเทศที่นิติบุคคลรายอื่นของกลุ่มนิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ “ข้อตกลงโครงสร้างองค์กรแบบรวมความเป็นเจ้าของเข้าด้วยกัน” หมายความว่า ข้อตกลงระหว่างนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลที่แยกจากกันตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไป ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้ (๑) จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดแต่ละรายของแต่ละกลุ่มนิติบุคคลเหล่านั้นได้ถูกประสานเข้ากันผ่านทางรูปแบบของความเป็นเจ้าของ หรือข้อจำกัดการโอนซึ่งส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของนั้น หรือด้วยข้อกำหนดหรือเงื่อนไขอื่นใดเสมือนว่าเป็นส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของของนิติบุคคลเดียวกัน และส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของเหล่านั้นจะไม่สามารถโอนหรือซื้อขายได้โดยอิสระแยกต่างหากจากกัน และถ้าส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของนั้นได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ราคาซื้อขายจะถูกกำหนดเป็นราคาเดียวกันสำหรับส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของที่ได้ถูกประสานเข้ากัน และ (๒) นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดรายหนึ่งรายใดของกลุ่มนิติบุคคลที่มีข้อตกลงระหว่างกันได้จัดทำงบการเงินรวมโดยได้รวมรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอเสมือนเป็นหนึ่งหน่วยเศรษฐกิจ และงบการเงินรวมนั้นได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายให้มีการตรวจสอบโดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นอิสระ “ข้อตกลงดำเนินธุรกิจร่วมกัน” หมายความว่า นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเหล่านั้นได้ตกลงที่จะประสานธุรกิจของทั้งสองนิติบุคคลเข้าด้วยกันเพื่อที่จะดำเนินการเสมือนเป็นหนึ่งหน่วยเศรษฐกิจโดยที่ทั้งสองนิติบุคคลดังกล่าวนั้นยังคงมีความเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน (๒) นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดแต่ละรายจะจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นตามอัตราคงที่ที่ได้กำหนดตามข้อตกลง (๓) ส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดแต่ละรายที่ได้เข้าทำข้อตกลงกันนั้น ถ้าได้มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ราคาซื้อขาย การซื้อขาย หรือการโอนหลักทรัพย์จะดำเนินการโดยอิสระจากกันและในตลาดหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน และ (๔) นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเหล่านั้นได้จัดทำงบการเงินรวมโดยได้รวมรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอเสมือนเป็นหนึ่งหน่วยเศรษฐกิจ และงบการเงินรวมนั้นได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายให้มีการตรวจสอบโดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นอิสระ

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดนี้ (๑) ให้ถือว่านิติบุคคลและนิติบุคคลในเครือของกลุ่มนิติบุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่เป็นกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติเดียวกัน (๒) ให้ถือว่านิติบุคคลแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลเหล่านั้นเป็นนิติบุคคลในเครือเดียวกัน หากกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่นั้นได้รวมทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลดังกล่าวในงบการเงินรวมของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่ดังกล่าวแบบรายการต่อรายการ หรือกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่นั้นได้มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมในนิติบุคคลนั้น เว้นแต่นิติบุคคลดังกล่าวนั้นเป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๒๗ (๓) ให้ถือว่างบการเงินรวมตาม (๒) ของบทนิยามคำว่า “ข้อตกลงโครงสร้างองค์กรแบบรวมความเป็นเจ้าของเข้าด้วยกัน” หรือตาม (๔) ของบทนิยามคำว่า “ข้อตกลงดำเนินธุรกิจร่วมกัน” ตามมาตรา ๕๐ เป็นงบการเงินรวมของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่ และ (๔) ให้ถือว่านิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดแต่ละรายของกลุ่มนิติบุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่นั้นเป็นนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด

ส่วนที่ ๖ ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย การคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริงและภาษีส่วนเพิ่มสำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ กิจการร่วมค้า หรือกลุ่มกิจการร่วมค้า ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในส่วนที่ ๒ การคำนวณภาษีส่วนเพิ่ม ส่วนที่ ๔ กิจการร่วมค้า และส่วนที่ ๕ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติร่วมที่มีหลายนิติบุคคลแม่ เว้นแต่จะกำหนดเป็นการเฉพาะในกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยมีภาษีส่วนเพิ่มเกิดขึ้น ให้นิติบุคคลในเครือ กิจการร่วมค้า หรือกิจการร่วมค้าลูกแต่ละรายที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยนั้นเสียภาษีส่วนเพิ่มสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นจำนวนเท่ากับภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งนิติบุคคลนั้นได้รับปันส่วนมาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๓๙ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กรณีนิติบุคคลในเครือทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มกิจการร่วมค้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ตกลงร่วมกันเป็นหนังสือให้นิติบุคคลรายหนึ่งหรือหลายรายของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้า รับภาระภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หากได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว ให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้านั้นแจ้งต่อกรมสรรพากรภายในสิบห้าเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติหรือกลุ่มกิจการร่วมค้านั้น และให้ถือว่าภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งจำนวนหรือตามส่วนที่ได้ตกลงร่วมกันรับภาระนั้นเป็นภาษีส่วนเพิ่มที่นิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระนั้นต้องเสีย แต่ถ้านิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระนั้นมีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระ ให้นิติบุคคลในเครือทั้งหมดหรือนิติบุคคลทั้งหมดของกลุ่มกิจการร่วมค้านั้น ต้องรับผิดร่วมกับนิติบุคคลผู้ตกลงรับภาระที่มีภาษีส่วนเพิ่มค้างชำระนั้นด้วย

回 พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 全文

本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).