我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 หมวด ๖ บทกำหนดโทษ

มาตรา ๗๕–มาตรา ๙๕共 21 條

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายของนักศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือสิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตร หรือมีตำแหน่งใดในมหาวิทยาลัย หรือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิ ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่งเช่นนั้น หรือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑) ปลอม หรือทำเลียนแบบซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนราชการของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะทำเป็นสีใดหรือทำด้วยวิธีใด ๆ (๒) ใช้ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนราชการของมหาวิทยาลัยปลอมหรือซึ่งทำเลียนแบบ (๓) ใช้ หรือทำให้ปรากฏซึ่งตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนราชการของมหาวิทยาลัยที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ โดยฝ่าฝืนมาตรา ๗๓ วรรคสอง ถ้าผู้กระทำความผิดตาม (๑) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (๒) ด้วย ให้ลงโทษตาม (๒) แต่กระทงเดียว ความผิดตาม (๓) เป็นความผิดอันยอมความได้ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการพนักงานราชการ ลูกจ้าง อัตรากำลัง งบประมาณ และรายได้ของสถาบันการพลศึกษาตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไปเป็นของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ให้ส่วนราชการของสถาบันการพลศึกษาที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นส่วนราชการของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติต่อไป จนกว่าจะมีการแบ่งส่วนราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ในวาระเริ่มแรก ให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคตามมาตรา ๑๒ ประกอบด้วยส่วนราชการ ดังต่อไปนี้ (๑) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคเหนือ ประกอบด้วย วิทยาเขตเชียงใหม่ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ วิทยาเขตลำปาง วิทยาเขตสุโขทัย โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง (๒) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย วิทยาเขตชัยภูมิ วิทยาเขตมหาสารคาม วิทยาเขตศรีสะเกษ วิทยาเขตอุดรธานี โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ และโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี (๓) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคกลาง ประกอบด้วย วิทยาเขตกรุงเทพ วิทยาเขตชลบุรี วิทยาเขตสมุทรสาคร วิทยาเขตสุพรรณบุรี วิทยาเขตอ่างทอง โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และโรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง (๔) มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคใต้ ประกอบด้วย วิทยาเขตกระบี่ วิทยาเขตชุมพร วิทยาเขตตรัง วิทยาเขตยะลา โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช และโรงเรียนกีฬาจังหวัดยะลา

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันของสถาบันการพลศึกษาตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการซึ่งสภาสถาบันการพลศึกษาแต่งตั้งที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป จนกว่าจะแล้วเสร็จภารกิจหรือสภามหาวิทยาลัยมีมติเป็นอย่างอื่น

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาวิชาการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สภาวิชาการ ประกอบด้วยอธิการบดี เป็นประธานสภาวิชาการ รองอธิการบดีซึ่งรับผิดชอบงานด้านวิชาการ และประธานกรรมการบริหารประจำภาค เป็นกรรมการสภาวิชาการ

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอธิการบดีตามมาตรา ๙๓ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต ผู้ช่วยอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไปจนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ การนับวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี ให้นับวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้เป็นวาระแรก

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งคณบดีต่อไปจนกว่าจะครบวาระ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดีและรองคณบดีประจำวิทยาเขตตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไปจนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ การนับวาระการดำรงตำแหน่งของคณบดี ให้นับรวมวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารประจำภาคตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีประจำวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคแต่ละภาคเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการบริหารประจำภาคตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาและรองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการบริหารประจำภาคตามพระราชบัญญัตินี้ให้คณะกรรมการบริหารประจำภาคประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหารประจำภาค เป็นประธานกรรมการ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตที่วิทยาเขตตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคนั้น ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาที่โรงเรียนกีฬาตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคนั้น เป็นกรรมการ

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการวิทยาเขตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการวิทยาเขต ประกอบด้วย รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต เป็นประธานกรรมการ และรองคณบดีประจำวิทยาเขต เป็นกรรมการ

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการนโยบายวิชาการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการนโยบายวิชาการ ประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธานกรรมการ และผู้อำนวยการ โรงเรียนกีฬา เป็นกรรมการ

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ให้คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนกีฬาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ ให้ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ของสถาบันการพลศึกษาตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีฐานะเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นอาจารย์พิเศษตามพระราชบัญญัตินี้จนครบกำหนดเวลาที่ได้รับแต่งตั้ง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมีวิทยฐานะ มีวิทยฐานะนั้นต่อไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ ในวาระเริ่มแรกภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มีการสรรหาอธิการบดีโดยมีคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๘๐ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสี่คนเป็นกรรมการ เพื่อทำหน้าที่สรรหาผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามพระราชบัญญัตินี้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอต่อรัฐมนตรี และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว ให้ดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ ในวาระเริ่มแรก ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกและกำหนดที่ตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจำนวนไม่เกินแปดคน เป็นกรรมการ เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกและกำหนดที่ตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติประจำภาคให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แล้วเสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามที่กำหนดในบทเฉพาะกาลนี้ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด ในกรณีที่การดำเนินการในเรื่องใดตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ถ้ายังมิได้มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศในเรื่องนั้น และไม่อาจนำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับได้ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติกำหนดการดำเนินการในเรื่องนั้นเพื่อใช้บังคับเป็นการชั่วคราวได้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพของพลเมืองและกำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศด้านการกีฬา จึงมีความจำเป็นต้องยกฐานะสถาบันการพลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เพื่อจัดการศึกษาและการวิจัยด้านการกีฬา การพลศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬา การบริหารจัดการกีฬา การประกอบธุรกิจและอุตสาหกรรมการกีฬา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนากีฬาภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ เพื่อประโยชน์ในการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).