ข้อ ๒ ให้มีคณะทำงานประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธานคณะทำงาน และเจ้าพนักงานเรือนจำอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน โดยให้เจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งรับผิดชอบงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดเป็นคณะทำงานและเลขานุการ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของคณะทำงาน
ผู้บัญชาการเรือนจำอาจแต่งตั้งผู้แทนจากหน่วยงานอื่นหรือผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะทำงานด้วยก็ได้
ข้อ ๓ ภายในระยะเวลาสองปีก่อนปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย ให้เจ้าพนักงานเรือนจำดำเนินการรวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ เพื่อเสนอต่อคณะทำงาน
ข้อ ๔ ให้คณะทำงานพิจารณาข้อมูลการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดเป็นรายบุคคลตามที่เจ้าพนักงานเรือนจำเสนอ และให้เสนอความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและเหมาะสมในการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ
หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ เมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป รวมทั้งเสนอแนะวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ โดยให้คำนึงถึงปัจจัย ดังต่อไปนี้ (๑) พฤติการณ์ความรุนแรงแห่งคดี (๒)
สาเหตุแห่งการกระทำความผิด (๓) ประวัติการกระทำความผิดและโทษตามคำพิพากษา (๔) ภาวะแห่งจิต นิสัย และลักษณะส่วนตัวอื่น (๕) ความปลอดภัยของผู้เสียหายและสังคม (๖) ข้อบ่งชี้ และความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำ (๗) ผลการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัย (๘)
ความได้สัดส่วนของการใช้มาตรการที่กระทบสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องถูกบังคับ (๙) ข้อเท็จจริงอื่น ๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนักโทษเด็ดขาด หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณากำหนดมาตรการในการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
คณะทำงานอาจให้นักโทษเด็ดขาดมาปรากฏตัวต่อหน้าคณะทำงานเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสภาพร่างกาย บุคลิกลักษณะ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็ได้
ข้อ ๕ เมื่อคณะทำงานพิจารณาข้อมูลการจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดรายใดและมีความเห็นเกี่ยวกับการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษหรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป
ให้เจ้าพนักงานเรือนจำที่รับผิดชอบดำเนินการจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ พร้อมทั้งความเห็นว่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นสมควรให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ
หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไปหรือไม่ รวมทั้งวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการดังกล่าว ตลอดจนความเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ ของคณะทำงาน
เสนอต่อผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์
ข้อ ๖ เมื่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดพร้อมทั้งความเห็นแล้ว หากเห็นว่ารายงานและความเห็นมีความสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วให้เสนอต่อคณะกรรมการโดยเร็ว ในกรณีที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์พิจารณารายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นแล้วเห็นว่า
ยังมีความไม่สมบูรณ์หรือมีข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน อธิบดีกรมราชทัณฑ์อาจส่งเรื่องคืนผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้
ข้อ ๗ การจัดทำและการเสนอรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นต่อคณะกรรมการตามหมวดนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองร้อยเจ็ดสิบวันก่อนวันที่นักโทษเด็ดขาดรายนั้นจะพ้นโทษ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).