ข้อ ๑๓ เมื่อปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกเฝ้าระวังจะกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ และมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งพนักงานคุมประพฤติพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกันมิให้ผู้ถูกเฝ้าระวังกระทำความผิดนั้นได้
ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่ผู้ถูกเฝ้าระวังมีที่อยู่หรือท้องที่ที่พบตัวผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุมขังฉุกเฉินภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่พนักงานคุมประพฤติทราบถึงเหตุดังกล่าว
ข้อ ๑๔ เหตุฉุกเฉินตามข้อ ๑๓ ให้หมายความรวมถึงเหตุดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ผู้ถูกเฝ้าระวังมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นโดยมีเครื่องมือ อาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถใช้ในการกระทำความผิด (๒) พฤติการณ์อื่นใดอันเป็นเหตุฉุกเฉิน
ข้อ ๑๕ การเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการตามข้อ ๑๓ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล ดังต่อไปนี้ (๑) พฤติการณ์และรายละเอียดแห่งการกระทำที่เป็นเหตุให้ร้องขอคุมขังฉุกเฉิน (๒)
ความเห็นและเหตุผลที่สมควรให้คุมขังฉุกเฉินและระยะเวลาที่สมควรคุมขังฉุกเฉินผู้ถูกเฝ้าระวัง (๓) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา
ข้อ ๑๖ เมื่อศาลมีคำสั่งคุมขังฉุกเฉินแล้ว ให้กรมราชทัณฑ์นาตัวผู้ถูกเฝ้าระวังไปคุมขังฉุกเฉินตามคำสั่งศาล
ข้อ ๑๗ ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาเสนอต่อศาลให้มีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หรือให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ภายในสี่วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งคุมขังฉุกเฉิน แต่ต้องไม่เกินกว่าระยะเวลาที่ถูกเฝ้าระวัง
ข้อ ๑๘ การเสนอความเห็นของพนักงานคุมประพฤติตามข้อ ๑๗ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล ดังต่อไปนี้ (๑) รายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาด พร้อมความเห็นของคณะกรรมการตามหมวด ๒ ของผู้ถูกเฝ้าระวังรายนี้ (๒)
พฤติกรรมการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังของผู้ถูกเฝ้าระวัง (๓) พฤติการณ์และรายละเอียดแห่งการกระทาที่เป็นเหตุให้ร้องขอให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หรือให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ (๔)
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ หรือมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบกำหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป (๕) ข้อเท็จจริงอื่นใดหรือความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๙ ภายในระยะเวลาสามร้อยวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ การจัดทำและการเสนอรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นต่อคณะกรรมการ และการเสนอรายงานและความเห็นต่อพนักงานอัยการ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนวันปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดโดยไม่ต้องนำระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ และข้อ ๑๐
มาใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕
กำหนดให้การพิจารณาและการจัดทำรายงานจำแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดการจัดทำรายงานของคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ และการทำความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).