มาตรา ๘๔ ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือนักศึกษา หรือสิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้
ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา ๘๕ ผู้ใดแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดของมหาวิทยาลัย หรือมีตำแหน่งใดในมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิ ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่งเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๘๖ ผู้ใดใช้ดวงตรา รอยตรา ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย โดยฝ่าฝืนมาตรา ๘๒ วรรคสอง ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาท ผู้ใดทำให้ปรากฏซึ่งรอยตรา ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ
หรือใช้ดวงตรา รอยตรา ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในทางการค้า โดยฝ่าฝืนมาตรา ๘๒ วรรคสอง ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนบาท
มาตรา ๘๗ ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (๑) ปลอม หรือทำเลียนแบบซึ่งดวงตรา รอยตรา ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะทำเป็นสีใดหรือทำด้วยวิธีใด ๆ (๒) ใช้ดวงตรา รอยตรา
ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งทำปลอมหรือทำเลียนแบบ ถ้าผู้กระทำความผิดตาม (๑) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (๒) ด้วย ให้ลงโทษตาม (๒) แต่กระทงเดียว
มาตรา ๘๘ ให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย (๑) อธิการบดีหรือผู้ซึ่งอธิการบดีมอบหมาย มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามมาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง (๒) คณะกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน
มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามมาตรา ๘๖ วรรคสอง
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๘๙ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ มาเป็นของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๙๐ ให้โอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ มาเป็นข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นส่วนราชการ และให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการดังกล่าว ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นผ่านมหาวิทยาลัย โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน
ค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการมาใช้บังคับ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่การนำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการมาใช้บังคับตามวรรคสองไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้หรือมีกรณีที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้การดำเนินการในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้หรือในส่วนที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๙๑ ให้สภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีสภามหาวิทยาลัยขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๙๒ ให้สภาอาจารย์มหาวิทยาลัยและคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทำหน้าที่สภาบุคลากรหรือคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะมีสภาบุคลากรหรือคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๙๓ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการให้มีสภาวิชาการตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาวิชาการ เรื่องที่ต้องเสนอให้สภาวิชาการพิจารณาให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาได้โดยตรง
มาตรา ๙๔ ให้ส่วนราชการและส่วนงานภายในของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยไปพลางก่อน
จนกว่าจะมีประกาศของมหาวิทยาลัยจัดตั้งส่วนงานตามมาตรา ๑๐ ให้สภามหาวิทยาลัยจัดให้มีการศึกษาเพื่อให้มีการจัดส่วนงานหรือปรับโครงสร้างใหม่ให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับภารกิจและวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๙๕ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งตามวรรคสอง แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นข้าราชการของมหาวิทยาลัยต้องแสดงเจตนาเป็นหนังสือเพื่อเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่แสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
ให้พ้นจากตำแหน่ง และให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิการบดีเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอธิการบดีขึ้นใหม่ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๙๖ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนราชการภายใน และหัวหน้าส่วนงานภายในของมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ หรือพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๐ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการออกประกาศของมหาวิทยาลัยจัดตั้งส่วนงานตามมาตรา ๙๔ หรือจนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองและผู้ช่วยของผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๙๗ การนับวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง คณบดีตามมาตรา ๔๕ วรรคห้า ผู้อำนวยการตามมาตรา ๔๙ วรรคสาม และหัวหน้าส่วนงานที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติและจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นับรวมวาระการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓
หรือพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วย
มาตรา ๙๘ ให้คณะกรรมการประจำคณะ คณะกรรมการประจำวิทยาลัย และคณะกรรมการประจำสำนักตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๐ ทำหน้าที่คณะกรรมการดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะมีประกาศของมหาวิทยาลัยจัดตั้งส่วนงานตามมาตรา ๙๔
หรือจนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
มาตรา ๙๙ ให้คณะกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะครบวาระหรือจนกว่าสภามหาวิทยาลัยหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งจะมีมติหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
มาตรา ๑๐๐ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ยังคงดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
ให้อาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ จนครบกำหนดเวลาที่ได้รับการแต่งตั้ง
มาตรา ๑๐๑ ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของส่วนราชการตามมาตรา ๙๐ ผู้ใด (๑) แสดงเจตนาเป็นหนังสือเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี (๒) แสดงเจตนาเป็นหนังสือเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ภายหลังกำหนดเวลาตาม (๑) แต่ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อมหาวิทยาลัยได้ประเมินแล้วเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องทดลองปฏิบัติงาน (๓)
แสดงเจตนาเป็นหนังสือเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ภายหลังกำหนดเวลาตาม (๒) ถ้ามหาวิทยาลัยเห็นว่าการรับผู้นั้นเข้าทำงานจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและมีอัตราที่จะบรรจุได้
ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยได้ การแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และเมื่อได้ยื่นแสดงเจตนาแล้วจะถอนมิได้ ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของส่วนราชการตามมาตรา ๙๐
ซึ่งมิได้รับการบรรจุเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงสถานะความเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของส่วนราชการต่อไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๑๐๒ ผู้ซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๐๑ ให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าจ้าง สวัสดิการ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นซึ่งคำนวณเป็นเงินได้โดยรวมทั้งหมด
ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๐๓ ข้าราชการซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๐๑ ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ลูกจ้างประจำของส่วนราชการซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๐๑ ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะทางราชการยุบตำแหน่ง และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง
ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว ให้มีสิทธิขอเป็นสมาชิกต่อไปได้แม้จะออกจากราชการตามวรรคหนึ่งแล้ว ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นข้าราชการบำนาญและมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากทางราชการเช่นเดียวกับผู้ได้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
และให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะประกันตนด้วยความสมัครใจ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการผู้ใดซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการซึ่งจดทะเบียนแล้ว
หากได้เข้าเป็นลูกจ้างมหาวิทยาลัยและสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น ถ้าผู้นั้นได้โอนเงินสะสม เงินสมทบ และเงินผลประโยชน์อื่นที่ได้รับจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการซึ่งจดทะเบียนแล้ว เข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น
ให้นับระยะเวลาการเป็นสมาชิกต่อเนื่องกันได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น
มาตรา ๑๐๔ สิทธิในการเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือตำแหน่งอื่นใดของข้าราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยที่โอนมาตามมาตรา ๙๐ หรือเปลี่ยนสถานภาพตามมาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๐๑
และสิทธิในการเลื่อนตำแหน่งของลูกจ้างที่มีอยู่เดิมไม่กระทบกระเทือนเพราะเหตุที่โอนมาหรือเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๐๕ ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการและลูกจ้างประจำของมหาวิทยาลัยว่างลง ไม่ว่าจะว่างอยู่ก่อนหรือภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยุบเลิกตำแหน่งนั้นและให้โอนอัตราตำแหน่งและงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา รวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งนั้น มาเป็นของมหาวิทยาลัยและให้ถือว่าการโอนงบประมาณดังกล่าวเป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายโดยชอบตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
มาตรา ๑๐๖ ให้ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังมิได้ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ ตามวรรคหนึ่ง ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ
และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ รวมทั้งมติหรือคำสั่งที่ออกตามพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศดังกล่าวที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการบริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการแต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ มีความคล่องตัวและมีธรรมาภิบาล
สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการปฏิรูปการอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).