我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 (ยกเลิก)

ยล039-1B-0001法律・公布 1975-02-19・全 115 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ (ยกเลิก) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นปีที่ ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๕ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอื่น ๆ ในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใดอ้างถึงกรุงเทพมหานคร เขต แขวง จังหวัด อำเภอ ตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงกรุงเทพมหานคร เขต หรือแขวง ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้ ”รัฐมนตรี“ หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมวด ๑ การจัดระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวงโดยมีระเบียบการปกครองตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และมีอาณาเขตท้องที่ตามที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้แบ่งพื้นที่การปกครองกรุงเทพมหานครออกเป็นเขตและแขวงตามลำดับ ตามพื้นที่เขตและแขวงที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงพื้นที่จังหวัด ให้หมายถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร อ้างถึงพื้นที่อำเภอ ให้หมายถึงพื้นที่เขต อ้างถึงพื้นที่ตำบล ให้หมายถึงพื้นที่แขวงตามพระราชบัญญัตินี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ บรรดากฎหมาย กฎ ข้อบังคับ คำสั่ง ระเบียบใดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้บรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นของกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้บรรดาข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงเป็นข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้นำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖ มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

ส่วนที่ ๑ การจัดระเบียบราชการในกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ องค์การของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๒) สภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้จัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้ (๑) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๒) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร (๓) สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร (๔) สำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าสำนัก (๕) เขต ให้ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง การตั้ง เปลี่ยนแปลงหรือยุบส่วนราชการ การแบ่งหน่วยงานภายในส่วนราชการ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการและหัวหน้าส่วนราชการ ตามความในวรรคหนึ่ง ให้จัดทำเป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนหนึ่ง และให้มีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสี่คนเป็นผู้ช่วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการบริหารงานของกรุงเทพมหานครตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ กรุงเทพมหานครมีปลัดกรุงเทพมหานครคนหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและตามคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรับผิดชอบควบคุมดูแลราชการประจำของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร กำกับ เร่งรัด ติดตามผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร รองจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และจะให้มีรองปลัดกรุงเทพมหานครหรือผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร หรือมีทั้งรองปลัดกรุงเทพมหานครและผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการตามที่มอบหมายก็ได้ เมื่อปลัดกรุงเทพมหานครไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครตามลำดับเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองปลัดกรุงเทพมหานคร หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้มีตำแหน่งและอาวุโสสูงตามลำดับ เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่ปลัดกรุงเทพมหานครจะพึงปฏิบัติ หรือดำเนินการตามกฎหมายใด ถ้ากฎหมายว่าด้วยการนั้นมิได้บัญญัติในเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ปลัดกรุงเทพมหานครจะมอบอำนาจโดยทำเป็นคำสั่งและประกาศในกรุงเทพกิจจานุเบกษา ให้รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นสำนักหรือเทียบเท่าสำนัก หัวหน้าเขต หัวหน้ากอง หรือข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าหัวหน้ากองขึ้นไปปฏิบัติราชการแทนในนามปลัดกรุงเทพมหานครก็ได้ แต่ถ้าจะมอบอำนาจให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่ระดับหัวหน้าแผนกลงไปปฏิบัติราชการแทนต้องให้ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก่อน

ส่วนที่ ๒ เขต

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในเขตหนึ่งให้มีหัวหน้าเขตคนหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการภายในเขต และให้มีผู้ช่วยหัวหน้าเขตเป็นผู้ช่วยสั่งหรือปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าเขตได้ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในเขตหนึ่ง ถ้าเห็นสมควรอาจแบ่งออกเป็นแขวง ในแต่ละแขวงมีหัวหน้าแขวงคนหนึ่ง เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติราชการในแขวง ขึ้นตรงต่อหัวหน้าเขตก็ได้ การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตและแขวง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศของกรุงเทพมหานครตามลำดับ และให้ประกาศในกรุงเทพกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้หัวหน้าเขตมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑) อำนาจหน้าที่ตามที่มีกฎหมายใด ๆ บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอ หัวหน้าส่วนอำเภอ และประธานกรรมการสุขาภิบาล เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (๒) อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าเขต (๓) อำนาจหน้าที่ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหรือปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้อำนาจหน้าที่ของหัวหน้าเขตตามที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงมีอยู่ต่อไปเช่นเดิมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซึ่งเป็นของราชการบริหารส่วนกลาง หรือราชการบริหารส่วนภูมิภาค จะมอบให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติก็ได้ โดยให้จัดทำโดยพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ หรือประกาศกระทรวง แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่หัวหน้าเขตจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายใด ถ้ากฎหมายว่าด้วยการนั้นมิได้บัญญัติในเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หัวหน้าเขตจะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยหัวหน้าเขต หัวหน้างาน หรือข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไปปฏิบัติราชการแทนในนามหัวหน้าเขตก็ได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควรผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจสั่งให้รวมอำนาจหน้าที่ใดของเขตใดเข้าด้วยกัน และให้หัวหน้าเขตใด เป็นผู้รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่นั้นก็ได้ และให้ประกาศการรวมอำนาจหน้าที่ดังกล่าวในกรุงเทพกิจจานุเบกษาด้วย

หมวด ๒ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย และการบริหารราชการกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามกฎหมาย (๒) สั่ง อนุมัติ อนุญาต เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (๓) แต่งตั้งเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือเป็นคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติราชการใด ๆ (๔) กำหนดค่าตอบแทนสำหรับประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษา และเบี้ยประชุมสำหรับคณะที่ปรึกษา หรือคณะกรรมการ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย (๕) บริหารราชการตามที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีมอบหมาย (๖) วางระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการงบประมาณ การเงิน การคลัง การพัสดุ การจ้าง และอื่น ๆ ทั้งนี้ ภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ (๗) รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร (๘) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด กฎหมายว่าด้วยเทศบาล กฎหมายว่าด้วยสุขาภิบาลและกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี คณะเทศมนตรี ประธานกรรมการสุขาภิบาล คณะกรรมการสุขาภิบาล แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ทั้งนี้ เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรงและลับ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๕ กับไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๖ สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัครเป็นคณะ และให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะด้วย ผลของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ประกาศในกรุงเทพกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) สัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ อีกด้วย (๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูณ์ในวันที่หนึ่งมกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) รับหรือเคยรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (๒) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นโดยมีเงินเดือนประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (๓) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจำตำบล

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือ (๑) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๒) หูหนวกและเป็นใบ้ ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้ (๓) ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๔) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล (๕) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษาตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังต่อไปนี้ (๑) สัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยและมีสัญชาติอื่นด้วยในขณะเดียวกันก็ดี บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติก็ดี ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๙ อีกด้วย เว้นแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดแต่เกิดในต่างประเทศไม่ต้องมีคุณสมบัติดังกล่าว (๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูณ์ในวันที่หนึ่งมกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันสมัครไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ บุคคลผู้มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือ (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นคดี (๓) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๒๔ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) (๔) ต้องคำพิพากษาของศาลใดศาลหนึ่งให้จำคุก และต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในคดีนั้น (๕) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท (๖) เป็นสมาชิกสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติเว้นแต่สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือเป็นผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ หรือผู้บริหารท้องถิ่น ในขณะเดียวกับที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ (๘) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของทางราชการไม่ว่าจะเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค หรือราชการบริหารส่วนท้องถิ่น พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของท้องถิ่น (๙) เป็นบุคคลซึ่งทางราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจไล่ออกหรือปลดออก หรือให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่ นับแต่วันที่ถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้าง แล้วแต่กรณี ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๐) ผู้เคยเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งถูกให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๒ ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๑) ผู้เคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครซึ่งต้องออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๖ (๘) และ (๙) ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๒) ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาซึ่งีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี เพราะปฏิบัติการอันฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการอันไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ มีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่งหรือแก่ท้องถิ่นนั้นหรือแก่ราชการ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ในตำแหน่งตามวาระคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่างลงด้วยเหตุใด ๆ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งโดยถึงคราวออกตามวาระ หรือโดยประชาชนออกเสียงเป็นประชามติให้ถอดถอน หรือรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่ง ให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามลำดับที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจัดไว้เข้าดำรงตำแหน่งแทนในระยะเวลาที่เหลือ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่งโดยถึงคราวออกตามวาระ ให้จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดวาระ แต่ถ้าตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่างลงทั้งหมดโดยเหตุอื่นนอกจากเหตุโดยประชาชนออกเสียงเป็นประชามติให้ถอดถอนหรือรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่ง ให้ทำการเลือกตั้งขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวัน และให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งโดยเริ่มนับวาระใหม่ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่งโดยประชาชนออกเสียงเป็นประชามติให้ถอดถอน หรือรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่ง ให้ถือว่าเป็นกรณีที่จำเป็นจึงให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ซึ่งเห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่างลงด้วยเหตุใด ๆ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งโดยถึงคราวออกตามวาระ หรือโดยประชาชนออกเสียงเป็นประชามติให้ถอดถอน หรือรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควร ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๕ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๖ เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๒๗ ทวิ

มาตรา ๒๗ ทวิ ในกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งว่างลงก่อนการสิ้นสุดเวลาตามมาตรา ๒๗ วรรคสี่ ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ซึ่งเห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทน และให้นำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๒๗ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๒๗ ตรี

มาตรา ๒๗ ตรี บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับใดที่ห้ามมิให้ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น กรรมการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองหรือตำแหน่งการเมืองและมาตรา ๒๕ (๓) มาตรา ๒๖ (๗) หรือ (๘) มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๘ (๓) มาตรา ๔๐ (๗) หรือ (๘) และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ มิให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือกรรมการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๒๗ วรรคสี่ หรือมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้ง ให้มีการมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายในเจ็ดวันนับแต่วันเลือกตั้ง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๑) ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่อื่นใดในหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นอื่น หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เว้นแต่ตำแหน่งที่ต้องดำรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย (๒) ต้องไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ หรือบริษัท ปฏิบัติกับบุคคลอื่น ๆ ในธุรกิจการงานตามปกติ บทบัญญัติตามมาตรานี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ หรือเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และไม่ให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา หรือวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร หรือสภากรุงเทพมหานคร หรือสภาท้องถิ่นอื่น หรือกรรมาธิการสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือกรรมการที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นโดยตำแหน่ง

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ถึงคราวออกตามวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อรัฐมนตรี และให้มีผลนับแต่วันที่ยื่นใบลาออก (๔) กระทำการอันต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ (๕) ขาดคุณสมบัติตามที่บัญญัติในมาตรา ๒๕ (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ยกเว้นมาตรา ๒๖ (๔) (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๘) ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติว่าให้ถอดถอนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกจากตำแหน่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒ (๙) รัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่งเมื่อมีกรณีแสดงให้เห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ปฏิบัติการอันฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติการอันควรพึงปฏิบัติหรือปฏิบัติการอันไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่งหรือแก่กรุงเทพมหานครหรือแก่ราชการ

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ เมื่อปรากฏกรณีตามมาตรา ๓๐ (๔) (๕) หรือ (๖) ให้รัฐมนตรีสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งแต่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง คำพิพากษาของศาลปกครองให้ถือเป็นที่สุด ในระหว่างรอคำพิพากษาของศาล ให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งพักการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งจนกว่าศาลจะพิพากษา กรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งไม่ยื่นฟ้องต่อศาล หรือศาลพิพากษาให้เป็นไปตามคำสั่ง ให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งของรัฐมนตรี วันที่ได้รับคำสั่งให้หมายถึงวันที่กรุงเทพมหานครได้รับคำสั่ง

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ เมื่อปรากฏพฤติการณ์ดังระบุไว้ตามมาตรา ๓๐ (๙) สมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิเสนอญัตติให้สภาพิจารณามีมติให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติว่า เห็นควรหรือไม่เห็นควรให้ถอดถอนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกจากตำแหน่ง โดยต้องระบุข้อกล่าวหาในญัตติไว้ให้ชัดเจน และห้ามมิให้มีการอภิปรายในสภานอกเหนือไปจากประเด็นที่เป็นข้อกล่าวหาในญัตติ มติตามวรรคหนึ่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ให้ปลัดกรุงเทพมหานครดำเนินการให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติตามมติของสภากรุงเทพมหานครภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครมีมติ ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการให้ประชาชนออกเสียงเป็นประชามติ ถ้าผลการออกเสียงเป็นประชามติมีเสียงข้างมากเห็นควรให้ถอดถอนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่มีการออกเสียงเป็นประชามติ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่พ้นจากตำแหน่งคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เข้ารับตำแหน่ง เว้นแต่การพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นใดนอกจากการออกตามวาระ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าไม่มีปลัดกรุงเทพมหานครหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งรองปลัดกรุงเทพมหานคร หรือข้าราชการกรุงเทพมหานครคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามลำดับเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าปลัดกรุงเทพมหานครไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครผู้มีอาวุโสเป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายใด ถ้ากฎหมายว่าด้วยการนั้นมิได้บัญญัติในเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมอบอำนาจให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นสำนักหรือเทียบเท่าสำนัก หรือหัวหน้าเขตปฏิบัติราชการแทนก็ได้ การมอบอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นคำสั่งและประกาศในกรุงเทพกิจจานุเบกษา

หมวด ๓ สภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ สภากรุงเทพมหานครประกอบด้วย สมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้ถือเกณฑ์จำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่กระทรวงมหาดไทยประกาศครั้งสุดท้ายก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหนึ่งแสนคนต่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหนึ่งคน เศษของหนึ่งแสนคน ถ้าถึงห้าหมื่นคนหรือกว่านั้น ให้นับเป็นหนึ่งแสนคน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๔

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ (๑) สัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยและมีสัญชาติอื่นด้วยในขณะเดียวกันก็ดี บุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติก็ดี ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๙ อีกด้วย เว้นแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดแต่เกิดในต่างประเทศไม่ต้องมีคุณสมบัติดังกล่าว (๒) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันที่หนึ่งมกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันสมัครไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ บุคคลผู้มีสัญชาติไทยและมีสัญชาติอื่นด้วยในขณะเดียวกัน เว้นแต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดแต่เกิดในต่างประเทศและบุคคลผู้ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติสอบไล่ได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่หกหรือมัธยมศึกษาปีที่สาม ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า และต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑) เคยรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (๒) เคยเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปหรือเทียบได้ตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป โดยให้คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจเทียบชั้นตามนี้ (๓) เคยเป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจำตำบล (๔) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันนับแต่วันได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ บุคคลผู้มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คือ (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นคดี (๓) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา ๒๔ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) (๔) ต้องคำพิพากษาของศาลใดศาลหนึ่งให้จำคุก และต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในคดีนั้น (๕) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท (๖) เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ เว้นแต่สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หรือเป็นผู้บริหารท้องถิ่นอื่น หรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้บริหารท้องถิ่นอื่น ในขณะเดียวกับที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ (๘) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของทางราชการไม่ว่าจะเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค หรือราชการบริหารส่วนท้องถิ่น พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือของการพาณิชย์ของท้องถิ่น (๙) เป็นบุคคลซึ่งทางราชการ องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจไล่ออก หรือปลดออก หรือให้ออก หรือเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่ นับแต่วันที่ถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้าง แล้วแต่กรณี ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๐) ผู้เคยเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งถูกให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๒ ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๑) ผู้เคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครซึ่งต้องออกจากตำแหน่งตามมาตรามาตรา ๔๖ (๘) (๙) ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปี (๑๒) ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบแปดปีเพราะปฏิบัติการอันฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการอันไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ มีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่งหรือแก่ท้องถิ่นนั้นหรือแก่ราชการ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ อายุของสภากรุงเทพมหานครมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง เมื่ออายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลง ให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่อายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลง

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเริ่มแต่วันเลือกตั้งและอยู่ในตำแหน่งตามอายุของสภากรุงเทพมหานคร ถ้าตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระหรือเมื่อมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครขึ้นแทนภายในกำหนดเก้าสิบวัน แต่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่เข้ามาแทนนั้น ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน ถ้าตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครว่างลงก่อนถึงกำหนดออกตามวาระไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจที่จะยุบสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใหม่ ในคำสั่งยุบสภากรุงเทพมหานครนั้น ต้องแสดงเหตุผลและต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายในเก้าสิบวันนับแต่วันยุบสภากรุงเทพมหานคร การยุบสภากรุงเทพมหานครจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแนะนำรัฐมนตรีให้ยุบสภากรุงเทพมหานครตามความในวรรคหนึ่ง แต่รัฐมนตรีไม่สั่งยุบสภากรุงเทพมหานครภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำแนะนำจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังเห็นว่าควรยุบสภากรุงเทพมหานคร ก็ให้เสนอทบทวนไปยังรัฐมนตรีได้อีกครั้งหนึ่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้เสนอคำแนะนำครั้งแรก ในกรณีที่รัฐมนตรียังไม่สั่งยุบสภากรุงเทพมหานครภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการขอให้ทบทวนตามความในวรรคสาม ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอรัฐมนตรีสั่งยุบสภากรุงเทพมหานคร ในกรณีเช่นนี้ ให้รัฐมนตรีสั่งยุบสภากรุงเทพมหานคร และสั่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง และให้รัฐมนตรีกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในเก้าสิบวันนับแต่วันยุบสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครย่อมเป็นผู้แทนของประชาชนภายในเขตกรุงเทพมหานครและต้องปฏิบัติหน้าที่ตามความเห็นของตนโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายใด ๆ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่อื่นใดในหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร หรือบริษัท ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ถึงคราวออกตามวาระหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร (๒) ตาย (๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร และให้มีผลนับแต่วันที่ยื่นใบลาออก (๔) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๔๕ (๕) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๘ (๖) มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๐ ยกเว้นมาตรา ๔๐ (๔) (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๘) สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยให้ออก เพราะเห็นว่ามีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่กรุงเทพมหานคร โดยสมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อเสนอญัตติให้สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัย และมติในข้อนี้ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครลงมติ (๙) ไม่มาประชุมสภากรุงเทพมหานครสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ในการนี้ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และมีผลนับแต่วันที่ได้ออกคำสั่งนั้น ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๓๑ มาใช้บังคับแก่กรณีตาม (๕) (๖) และ (๗) โดยอนุโลม

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้สภากรุงเทพมหานครเลือกประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภาไม่เกินสองคนโดยให้ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศชื่อประธานสภาและรองประธานสภากรุงเทพมหานครผู้ได้รับเลือกในกรุงเทพกิจจานุเบกษา ประธานและรองประธานสภากรุงเทพมหานครดำรงตำแหน่งตามวาระคราวละหนึ่งปี

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ประธานหรือรองประธานสภากรุงเทพมหานครย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (๒) ลาออกจากตำแหน่ง โดยยื่นใบลาออกต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และให้มีผลนับแต่วันที่ยื่นใบลาออก (๓) เมื่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เข้าชื่อเสนอญัตติให้สภากรุงเทพมหานครมีการเลือกตั้งประธานและหรือรองประธานสภาใหม่และสภามีมติตามนั้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของสภากรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามระเบียบ รองประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการแทนประธานสภากรุงเทพมหานคร เมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานสภากรุงเทพมหานครมอบหมาย เมื่อประธานและรองประธานสภากรุงเทพมหานครไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเลือกตั้งกันขึ้นเป็นประธานเฉพาะในคราวประชุมนั้น

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ การประชุมสภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภากรุงเทพมหานครซึ่งใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภาตามวรรคหนึ่งให้แก้ไขปรับปรุงได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด และด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี สภากรุงเทพมหานครมีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครแล้วเสร็จ ให้มีการเรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าสองสมัยแต่ต้องไม่เกินสี่สมัย จำนวนสมัยประชุมสามัญและวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีแต่ละสมัย ให้สภากรุงเทพมหานครกำหนด สมัยประชุมสามัญของสภากรุงเทพมหานครสมัยหนึ่ง ๆ ให้มีกำหนดเวลาสามสิบวัน แต่ถ้ามีกรณีจำเป็น ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครสั่งขยายสมัยประชุมสามัญออกไปอีกได้ตามความจำเป็นครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน การปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบกำหนดเวลาสามสิบวัน จะกระทำได้แต่โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ โดยปกติให้ประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้เรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครตามสมัยประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดการประชุม ในกรณีที่ไม่มีประธานสภากรุงเทพมหานครหรือประธานสภากรุงเทพมหานครไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้รองประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้เรียกประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดการประชุม

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ นอกจากสมัยประชุมสามัญแล้ว เมื่อมีกรณีเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดอาจทำคำร้องยื่นต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร ขอให้เรียกประชุมสภากรุงเทพมหานครเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครเรียกประชุมโดยกำหนดวันประชุมภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับคำร้อง สมัยประชุมวิสามัญ ให้มีกำหนดเวลาสามสิบวัน แต่ถ้ามีกรณีจำเป็นให้ประธานสภากรุงเทพมหานครสั่งขยายสมัยประชุมวิสามัญออกไปอีกได้ตามความจำเป็นครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน การปิดสมัยประชุมวิสามัญก่อนครบกำหนดเวลาสามสิบวัน จะกระทำได้แต่โดยความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ การประชุมสภากรุงเทพมหานครทุกคราวต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นสมควร มีหน้าที่เข้าประชุมสภากรุงเทพมหานครและมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ต่อที่ประชุมแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัตินี้ หรือในข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครคนหนึ่ง ย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ ห้ามมิให้สภากรุงเทพมหานครประชุมปรึกษาหารือในเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ การประชุมของสภากรุงเทพมหานครย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่ได้กำหนดในข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภากรุงเทพมหานคร แต่ถ้าหากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดร้องขอให้ประชุมลับก็ให้กระทำได้

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกย่อมมีสิทธิตั้งกระทู้ถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับงานในหน้าที่กรุงเทพมหานคร แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อเห็นว่าข้อความนั้น ๆ ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในปัญหาอันเกี่ยวกับการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ญัตติดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อประธานสภากรุงเทพมหานคร และให้ประธานสภากรุงเทพมหานครแจ้งไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดเวลาสำหรับการเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งต้องไม่ช้ากว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับแจ้ง แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ระงับการเปิดอภิปรายทั่วไปนั้นเสียได้ เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของกรุงเทพมหานคร และหรือของประเทศชาติ การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรานี้ สภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ สภากรุงเทพมหานครมีอำนาจเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งเป็นคณะกรรมการสามัญ และมีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือมิได้เป็นสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อกระทำการหรือพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครแล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร หรือเพื่อให้ข้อปรึกษา หรือแนะนำในนามของสภากรุงเทพมหานครต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้อเสนอของคณะกรรมการดังกล่าวประธานสภาจะส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการ หรือจะนำเข้าหารือต่อสภากรุงเทพมหานครก่อนก็ได้ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอชื่อบุคคลผู้มิได้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้สภากรุงเทพมหานครตั้งเข้าร่วมในคณะกรรมการวิสามัญชุดใด ๆ ทั้งคณะกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจและคณะกรรมการวิสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร ได้เป็นจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผู้เสนอชื่อดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ให้กรรมการวิสามัญที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอชื่อนั้นพ้นจากตำแหน่ง ให้ประกาศรายชื่อคณะกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภากรุงเทพมหานคร ในกรุงเทพกิจจานุเบกษา

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ให้มีคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย คือ (๑) คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม (๒) คณะกรรมการพิจารณาเปิดเผยรายงานการประชุมลับ

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ให้มีคณะกรรมการวิสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย คือ (๑) คณะกรรมการการศึกษา (๒) คณะกรรมการโยธาและสาธารณูปโภค (๓) คณะกรรมการสาธารณสุข (๔) คณะกรรมการสังคมสงเคราะห์และสันทนาการ (๕) คณะกรรมการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม (๖) คณะกรรมการเศรษฐกิจการคลัง (๗) คณะกรรมการกฎหมาย (๘) คณะกรรมการส่งเสริมอาชีพ (๙) คณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย คณะกรรมการวิสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครคณะหนึ่งให้มีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดคน โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอชื่อบุคคลได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๐ วรรคสอง คณะกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณให้มีจำนวนไม่เกินสิบเก้าคน และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอชื่อบุคคลผู้มิได้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้สภากรุงเทพมหานครตั้งเป็นกรรมการได้ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ การประชุมคณะกรรมการตามมาตรา ๖๐ ต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และให้ใช้ข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภากรุงเทพมหานครโดยอนุโลม

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ คณะกรรมการของสภากรุงเทพมหานครย่อมมีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในกิจการที่กระทำหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้ ทั้งนี้ จะกระทำนอกสมัยประชุมของสภาสภากรุงเทพมหานครก็ได้ และถ้ามีความจำเป็นคณะกรรมการแต่ละคณะอาจตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องที่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ แล้วเสนอรายงานต่อคณะกรรมการก็ได้

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ คณะกรรมการสามัญ และวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร ที่เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจให้สิ้นสภาพไปหลังจากที่ได้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายและเสนอรายงานต่อสภากรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการสามัญและวิสามัญประจำสภากรุงเทพมหานครให้มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละหนึ่งปี

หมวด ๔ อำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ นอกจากอำนาจหน้าที่อันจะพึงมีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ที่อ้างถึงกรุงเทพมหานครตามความในมาตรา ๔ แล้ว ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการในเขตกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับ (๑) การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมทั้งการจัดให้มีตำรวจกรุงเทพมหานครและการดูแลและบังคับการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และกฎหมายอื่นที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (๒) การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ (๓) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (๔) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (๕) การสาธารณูปโภค (๖) การจัดการศึกษา (๗) การส่งเสริมการประกอบอาชีพ (๘) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (๙) การปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรมและจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (๑๐) การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม (๑๑) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน (๑๒) การวิศวกรรมจราจร (๑๓) การพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (๑๔) การจัดให้มีและบำรุงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ (๑๕) การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว์ (๑๖) การควบคุมการเลี้ยงสัตว์ (๑๗) การควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการอนามัยในโรงมหรสพและสาธารณสถานอื่น ๆ (๑๘) การสาธารณูปการ (๑๙) การสังคมสงเคราะห์ (๒๐) การส่งเสริมการกีฬา (๒๑) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (๒๒) หน้าที่อื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีมอบหมาย หรือที่กฎหมายระบุเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครโดยได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (๒) เมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจตราข้อบัญญัติได้ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร จะกระทำได้ก็แต่โดยตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ กรุงเทพมหานครอาจให้บริการแก่เอกชน องค์การของรัฐ หรือหน่วยราชการใด ๆ โดยมีค่าตอบแทนได้ในเมื่อบริการนั้นโดยปกติเป็นการบริการที่มีค่าตอบแทน การให้บริการที่มีค่าตอบแทนดังกล่าว ให้กระทำได้เมื่อมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการนั้นแล้ว

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ กรุงเทพมหานครอาจดำเนินกิจการนอกเขตกรุงเทพมหานครเมื่อ (๑) การนั้นจำเป็นต้องทำและเป็นการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ดำเนินตามอำนาจหน้าที่อยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร (๒) ได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร (๓) ได้รับความยินยอมจากสภาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในท้องที่ซึ่งจะเข้าไปดำเนินกิจการ และ (๔) ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี

หมวด ๕ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนั้นจะกำหนดโทษผู้ละเมิดข้อบัญญัติไว้ด้วยก็ได้ บทกำหนดโทษมิให้กำหนดโทษจำคุกเกินกว่าหนึ่งเดือน หรือปรับเกินกว่าห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ บรรดาความผิดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นสำนักหรือเทียบเท่าสำนัก หรือหัวหน้าเขต แล้วแต่กรณี เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษจำคุก ให้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นสำนักหรือเทียบเท่าสำนัก หรือหัวหน้าเขต กำหนดภายในสามสิบวัน คดีนั้นเป็นอันสิ้นสุด ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ดำเนินคดีต่อไป เงินค่าปรับตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นรายได้ของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจะเสนอได้ก็แต่โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ถ้าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้เสนอต้องมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครลงนามรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้งหมด ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวด้วยการเงิน สมาชิกสภากรุงเทพมหานครจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวด้วยการเงินหมายความถึงร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยข้อความต่อไปนี้ทั้งหมด หรือแต่ข้อใดข้อหนึ่ง (๑) การตั้งขึ้นหรือยกเลิกหรือลดหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือผ่อนหรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต หรือค่าบริการ (๒) การจัดสรร รับ รักษา หรือจ่ายเงินของกรุงเทพมหานคร (๓) การกู้เงิน หรือการค้ำประกันหรือการใช้เงินกู้ (๔) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (๕) การออกพันธบัตรของกรุงเทพมหานคร ในกรณีเป็นที่สงสัยว่าร่างข้อบัญญัติใดเป็นร่างข้อบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่จะต้องมีคำรับรองของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือไม่ ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้วินิจฉัย

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ เมื่อสภากรุงเทพมหานครได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และลงมติเห็นชอบแล้ว ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามในร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกรุงเทพกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบัญญัติจากประธานสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบของสภากรุงเทพมหานครแล้ว เมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่เห็นชอบด้วยกับสภากรุงเทพมหานครให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครส่งร่างข้อบัญญัตินั้นพร้อมด้วยเหตุผลที่ไม่เห็นชอบด้วย ให้สภากรุงเทพมหานครภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับร่างข้อบัญญัติจากประธานสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณาใหม่ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ส่งให้สภากรุงเทพมหานครภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบด้วยให้ประธานสภากรุงเทพมหานครลงนามในร่างข้อบัญญัตินั้นแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกรุงเทพกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมาย ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่เห็นชอบด้วย และส่งให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณาใหม่ สภากรุงเทพมหานครจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ต่อเมื่อเวลาได้ล่วงพ้นไปสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครส่งกลับให้สภากรุงเทพมหานคร นอกจากร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวด้วยการเงิน สภากรุงเทพมหานครอาจยกขึ้นใหม่ได้ทันที ในกรณีที่สภากรุงเทพมหานครมีมติยืนยันร่างเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้งหมด ให้ประธานสภากรุงเทพมหานครส่งร่างข้อบัญญัติดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๗๔ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่ดำเนินการตามกำหนด ให้ถือว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเห็นชอบด้วยกับสภากรุงเทพมหานคร และให้ประธานสภากรุงเทพมหานครลงนามในร่างข้อบัญญัตินั้นแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาและกรุงเทพกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมาย

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่สภากรุงเทพมหานครไม่เห็นชอบด้วยให้เป็นอันตกไป ยกเว้นร่างข้อบัญญัติงบประมาณ

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ในกรณีที่สภากรุงเทพมหานครยังไม่เห็นชอบด้วยกับร่างข้อบัญญัติงบประมาณ ให้สภากรุงเทพมหานครเลือกคณะกรรมการวิสามัญตามมาตรา ๖๐ ขึ้นมีจำนวนไม่เกินสิบห้าคนเป็นคณะกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณนั้นเสนอต่อสภากรุงเทพมหานครใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญดังกล่าว ในกรณีที่สภากรุงเทพมหานครยังคงยืนยันไม่เห็นชอบด้วยตามร่างข้อบัญญัติงบประมาณ ที่คณะกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจพิจารณาแล้วก็ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามในร่างข้อบัญญัติงบประมาณซึ่งคณะกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจพิจารณาแล้วนั้น และประกาศในราชกิจจานุเบกษาและกรุงเทพกิจจานุเบกษาใช้บังคับได้เสมือนหนึ่งว่าสภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม สภากรุงเทพมหานครจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทุกขั้นตอนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สภากรุงเทพมหานครได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่สภากรุงเทพมหานครไม่ได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณนั้นให้เสร็จสิ้นภายในภายในกำหนดเวลาที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสภากรุงเทพมหานครได้ให้ความเห็นชอบในร่างข้อบัญญัติงบประมาณนั้น ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาและกรุงเทพกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับ

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ในกรณีที่สภากรุงเทพมหานครสิ้นอายุหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร บรรดาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่สภากรุงเทพมหานครยังมิได้พิจารณา และที่พิจารณายังไม่แล้วเสร็จให้เป็นอันตกไป

หมวด ๖ การคลังและทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ งบประมาณรายจ่ายของกรุงเทพมหานครให้ทำเป็นข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้เสนอ ถ้าข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลาง ถ้าในปีใดจำนวนเงินซึ่งได้กำหนดไว้ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปรากฏว่าไม่พอสำหรับการใช้จ่ายประจำปีก็ดี หรือมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายขึ้นใหม่ในระหว่างปีก็ดี ให้ตราขึ้นเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ กรุงเทพมหานครอาจมีรายรับดังต่อไปนี้ (๑) รายได้จากทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร (๒) รายได้จากสาธารณูปโภค (๓) รายได้จากการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (๔) ภาษีอากรตามที่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ (๕) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับตามที่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ (๖) ค่าบริการตามมาตรา ๖๘ (๗) รายรับจากการจำหน่ายพันธบัตร โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร (๘) เงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ โดยได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร (๙) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการหรือท้องถิ่นอื่น (๑๐) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (๑๑) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู้อุทิศให้ (๑๒) เงินช่วยเหลือหรือค่าตอบแทนอื่น ๆ (๑๓) รายได้จากทรัพย์สินของแผ่นดินหรือรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการเพื่อมุ่งแสวงหาผลกำไรในกรุงเทพมหานครตามที่จะมีกฎหมายกำหนด (๑๔) รายได้จากการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินหรือค่าธรรมเนียมพิเศษ ตามที่จะมีกฎหมายกำหนด (๑๕) รายได้อื่นใดตามที่จะมีกฎหมายกำหนด

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ กรุงเทพมหานครอาจมีรายจ่ายดังต่อไปนี้ (๑) เงินเดือน (๒) ค่าจ้างประจำ (๓) ค่าจ้างชั่วคราว (๔) ค่าตอบแทน (๕) ค่าใช้สอย (๖) ค่าวัสดุ (๗) ค่าครุภัณฑ์ (๘) ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (๙) เงินอุดหนุน (๑๐) รายจ่ายอื่นตามที่มีกฎหมายหรือระเบียบของกรุงเทพมหานครกำหนดไว้ (๑๑) รายจ่ายตามข้อผูกพัน

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ ให้รัฐมนตรีออกระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการคลัง การงบประมาณ การรักษาทรัพย์สิน การจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน การจัดหาพัสดุ การจ้างและระเบียบอื่น ๆ เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครขึ้นไว้

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบการรับเงิน การจ่ายเงิน การบัญชี การเงิน และทรัพย์สินอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศรายงานการรับจ่ายเงินประจำปีงบประมาณที่สิ้นสุดนั้นในราชกิจจานุเบกษา และกรุงเทพกิจจานุเบกษาโดยมิชักช้า รายงานการรับจ่ายเงินประจำปีตามวรรคสอง เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้ว ให้ทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอสภากรุงเทพมหานคร

หมวด ๗ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ หน้าที่ราชการอื่น นอกเหนือจากที่พระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นใดกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ถ้ากระทรวง ทบวง กรมใด เห็นสมควรส่งข้าราชการมาประจำกรุงเทพมหานครเพื่อปฏิบัติราชการในหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม นั้น ๆ ก็ย่อมทำได้โดยทำความตกลงกับกรุงเทพมหานคร

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ การตั้งงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่กรุงเทพมหานคร ให้รัฐบาลตั้งให้แก่กรุงเทพมหานครโดยตรง

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของกรุงเทพมหานคร เพื่อการนี้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริง หรือสั่งให้กรุงเทพมหานครชี้แจง แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของกรุงเทพมหานคร และรัฐมนตรีจะยับยั้งการปฏิบัติราชการใดของกรุงเทพมหานครที่ขัดต่อกฎหมายก็ได้ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ ให้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๑ มาใช้บังคับแก่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครโดยอนุโลม สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งตามเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๗

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แต่มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๙ และมาตร ๔๕ มาใช้บังคับแก่บุคคลดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่างลงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา ๘๘ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ ในระหว่างที่มิได้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองตามความในมาตรา ๒๑๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง และให้คำพิพากษาของศาลแพ่งเป็นที่สุด

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ให้ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลและสารวัตรกำนัน ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงมีต่อไปจนกว่าจะมีประกาศกระทรวงยกเลิกตำแหน่งดังกล่าวในกรุงเทพกิจจานุเบกษา หรือมีตำแหน่งของแขวงตามมาตรา ๑๕ ขึ้นแทน การรักษาการตามพระราชบัญญัติ

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๕ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ มีข้ออันควรแก้ไข ๑. เพื่อให้ประชาชนของกรุงเทพมหานครได้มีส่วนเข้ามารับผิดชอบในการบริหารกรุงเทพมหานครโดยตรง ๒. เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนของกรุงเทพมหานครให้ได้ดียิ่งขึ้น ๓. เพื่อเป็นตัวอย่างของการปกครองท้องถิ่นโดยประชาชนของท้องถิ่นโดยตรง เพื่อให้สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศต่อไป พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๘

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นไป

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ การใดที่ได้กระทำไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาในวรรคก่อน ให้มีผลสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ผู้ที่ได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ไว้แล้วสำหรับการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา ๓ ให้ถือว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี สำหรับการเลือกตั้งตามมาตรา ๔

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ได้ให้อำนาจไว้อันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๒ ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครว่าจะสมบูรณ์หรือไม่ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัตินี้เพื่อตัดปัญหาดังกล่าว พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีหน้าที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อวางรากฐานการปกครองที่เหมาะสมแก่ภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ และสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินจากปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญได้ สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินจะต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการ หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการประกอบการต่าง ๆ จึงสมควรให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการบริหารและการปกครองท้องถิ่น มีสิทธิได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๕ จะเข้ารับหน้าที่ ในกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามวรรคหนึ่งว่างลง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ซึ่งเห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับใดที่ห้ามมิให้ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น กรรมการ และพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองหรือตำแหน่งการเมือง รวมทั้งบทบัญญัติมาตรา ๒๕ (๓) มาตรา ๒๖ (๗) หรือ (๘) มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๘ (๓) มาตรา ๔๐ (๗) หรือ (๘) และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือกรรมการและพนักงานของรัฐวิสาหกิจผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือได้รับแต่งตั้งตามวรรคสอง

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้อยู่ในเวลานั้นมาใช้บังคับแก่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครโดยอนุโลม

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายมิได้กำหนดมาตรการให้มีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้สำหรับกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนที่จะต้องกระทำเช่นนั้นจึงทำให้เกิดอุปสรรคและขาดความคล่องตัวในการปฏิบัติราชการ สมควรวางมาตรการแก้ไขเพื่อให้การบริหารราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปโดยเหมาะสมยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นได้มีคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ ๓/๒๕๒๐ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ และบัดนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้มาจากการเลือกตั้งเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๓

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับคงมีวาระอยู่ในตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อไป จนกว่ากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งทบวงนครบาลจะมีผลใช้บังคับ

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ในระหว่างระยะเวลาตามมาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งแทนได้

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครว่างลงก่อนถึงวันที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งทบวงนครบาลจะมีผลใช้บังคับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่มิได้มีการแต่งตั้งดังกล่าว ให้ถือว่าจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเท่าที่เหลืออยู่เป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภากรุงเทพมหานคร

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ ในกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่างลงก่อนถึงวันที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งทบวงนครบาลมีผลใช้บังคับ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลที่เห็นสมควรแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลได้ปรับปรุงการจัดระเบียบราชการของกรุงเทพมหานครขึ้นใหม่ และกำหนดให้มีทบวงนครบาล สำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการดำเนินการบริหารในเขตกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ และแบ่งพื้นที่การปกครองของกรุงเทพมหานครโดยมีเทศบาลตามจำนวนที่เหมาะสมบริหารงานในรูปของราชการส่วนท้องถิ่น แต่เนื่องจากการปรับปรับปรุงดังกล่าวจำเป็นต้องกระทำในรูปกฎหมายซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการตามสมควรประจวบกับวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งทำหน้าที่บริหารราชการกรุงเทพมหานครจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ สมควรให้ผู้บริหารราชการชุดเดิมดำเนินการบริหารงานในกรุงเทพมหานครไประยะหนึ่งก่อนจนกว่ากฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานครจะมีผลใช้บังคับ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

มาตรา ๓๕ ทวิ附則

มาตรา ๓๕ ทวิ การแต่งตั้งเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาเห็นสมควร และเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ (๔) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๕) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี (๖) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๗) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จากรัฐวิสาหกิจ (๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือตามกฎหมายอื่น

มาตรา ๓๕ ตรี附則

มาตรา ๓๕ ตรี เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากหน้าที่เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ถูกสั่งให้พ้นจากหน้าที่ จะเป็นการพ้นจากหน้าที่โดยมีความผิดหรือไม่มีความผิดก็ตาม (๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผู้สั่งแต่งตั้งออกจากตำแหน่ง

มาตรา ๓๕ จัตวา附則

มาตรา ๓๕ จัตวา ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับเงินเดือนตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ บัญชีอัตราเงินเดือนของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดือนละ ๑๑,๔๔๕ บาท (๒) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดือนละ ๑๐,๙๐๐ บาท (๓) เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดือนละ ๖,๑๕๐ บาท (๔) ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเดือนละ ๕,๔๘๕ บาท ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๔ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร มีลักษณะแตกต่างจากข้าราชการการเมืองอื่น สมควรแยกออกออกจากการเป็นข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ข้อ ๔ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ ๓/๒๕๒๐ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งสั่งตามมาตรา ๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๙ มีสิทธิได้รับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งตามบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ โดยให้ได้รับจริงเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราเงินเดือนที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๖ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查