我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2510 (ยกเลิก)

ยล046-1B-0002法律・公布 1967-04-13・全 108 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ ประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๑๐ (ยกเลิก) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นปีที่ ๒๒ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำเเนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๑๐"

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่ธนาคารออมสินตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารออมสิน

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้ "บริษัท" หมายความว่า บริษัทจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตในราชอาณาจักร "การประกอบธุรกิจประกันชีวิต" หมายความรวมถึงการประกอบธุรกิจประกันต่อด้วย "เงินกองทุน" หมายความว่า ทุนที่ชำระแล้ว ทุนสำรองซึ่งรวมทั้งเงินสำรองอื่นที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิและกำไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรแล้ว "ตัวแทนประกันชีวิต" หมายความว่า ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท "นายหน้าประกันชีวิต" หมายความว่า ผู้ซึ่งชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทโดยหวังบำเหน็จเนื่องจากการนั้น "นายทะเบียน" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนประกันชีวิต "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมทะเบียนการค้า "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑ บริษัท

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๘ การประกอบธุรกิจประกันชีวิตจะกระทำได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และโดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตต้องมีรายการตามที่รัฐมนตรีกำหนด และจะดำเนินการเพื่อจัดตั้งบริษัทจำกัดได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ในการนี้รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขก็ได้ การควบบริษัทเข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจำกัด เมื่อได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดและได้วางหลักทรัพย์ประกันตามมาตรา ๑๔ กับทั้งได้ดำรงไว้ซึ่งเงินกองทุนตามมาตรา ๑๙ แล้ว ให้แจ้งต่อรัฐมนตรีเพื่อขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตให้ทำตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การประกอบธุรกิจประกันชีวิตโดยตั้งเป็นสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศจะกระทำได้เมื่อได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี ในการนี้รัฐมนตรีจะอนุญาตโดยมีเงื่อนไขก็ได้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตต้องดำรงทรัพย์สินไว้ในประเทศไทยตามจำนวน ชนิด วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา จำนวนทรัพย์สินที่รัฐมนตรีกำหนดต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินกองทุนที่บริษัทต้องดำรงตามมาตรา ๑๙ ในการปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ ให้ถือว่าทรัพย์สินตามวรรคสามเท่านั้นเป็นเงินกองทุน รัฐมนตรีจะออกใบอนุญาตตามความในวรรคหนึ่งก็ต่อเมื่อบริษัทได้วางหลักทรัพย์ประกันตามมาตรา ๑๔ และดำรงไว้ซึ่งทรัพย์สินในประเทศไทยตามวรรคสามแล้ว

มาตรา ๙

มาตรา ๙ นอกจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต บริษัทต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการประกอบธุรกิจประกันชีวิตทุกปี เว้นแต่ปีที่ออกใบอนุญาต บริษัทใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทนั้นสิ้นอายุ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในกรณีใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทใดสิ้นอายุเพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าบริษัทนั้นถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ บริษัทซึ่งเป็นสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศจะเปิดสาขา ณ ที่ใด ๆ มิได้ บริษัทซึ่งมิใช่สาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศจะเปิดสาขาได้ก็แต่โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี ในการอนุญาตรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ นอกจากจะเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า "ประกันชีวิต" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ บริษัทต้องมีหลักทรัพย์ของบริษัทวางไว้กับนายทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ประกันมีมูลค่าสองล้านบาท หลักทรัพย์ของบริษัทที่ต้องวางไว้กับนายทะเบียนจะเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือทรัพย์สินอย่างอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่หลักทรัพย์ประกันของบริษัทใดมีมูลค่าลดต่ำลงกว่าที่กำหนดตามมาตรา ๑๔ ให้นายทะเบียนสั่งให้บริษัทนั้นนำหลักทรัพย์มาเพิ่มเติมจนครบจำนวนที่กำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่ง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในกรณีที่หลักทรัพย์ประกันของบริษัทใดมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าที่กำหนดตามมาตรา ๑๔ บริษัทนั้นอาจขอถอนหลักทรัพย์ประกันส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ บริษัทอาจขอเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ประกันที่วางไว้ได้ ทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ หลักทรัพย์ประกันที่บริษัทวางไว้ตามมาตรา ๑๔ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ทั้งนี้ ตราบเท่าที่บริษัทยังมิได้เลิกกัน ในกรณีที่บริษัทเลิกกันแล้ว ให้เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันชีวิตมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักทรัพย์ประกันก่อนเจ้าหนี้อื่น

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ บริษัทต้องดำรงไว้ซึ่งเงินกองทุนไม่น้อยกว่าห้าล้านบาท

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้บริษัทจัดสรรเบี้ยประกันภัยไว้เป็นเงินสำรองประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีความผูกพันอยู่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้บริษัทวางเงินสำรองประกันภัยเป็นมูลค่าไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินสำรองประกันภัยตามมาตรา ๒๐ ไว้กับนายทะเบียน เงินสำรองประกันภัยที่วางไว้กับนายทะเบียนจะเป็นเงินสดพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือทรัพย์สินอย่างอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๒ การควบคุมบริษัท

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ นอกจากการประกันชีวิต บริษัทจะลงทุนประกอบธุรกิจอื่นใดได้ก็เฉพาะที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงนั้นจะกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจนั้น ๆ ให้บริษัทปฏิบัติด้วยก็ได้ การประกอบธุรกิจใดที่ไม่ปฏิบัติหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ถือว่าเป็นการประกอบธุรกิจที่มิได้กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นไปตามแบบและข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ให้รวมทั้งเอกสารประกอบหรือแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยนั้นด้วย แบบและข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วตามวรรคหนึ่ง เมื่อนายทะเบียนเห็นสมควรหรือเมื่อบริษัทร้องขอ นายทะเบียนจะสั่งให้เปลี่ยนแบบและข้อความเสียใหม่หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้ ในกรณีที่บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยแตกต่างไปจากแบบหรือข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยมีสิทธิเลือกให้บริษัทต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามแบบกรมธรรม์ประกันภัยหรือข้อความที่บริษัทออกให้นั้น หรือตามแบบหรือข้อความที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วก็ได้ และไม่ว่าผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยจะใช้สิทธิดังกล่าวนี้ประการใดหรือไม่ ย่อมไม่เป็นเหตุให้บริษัทพ้นความผิดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยใช้แบบหรือข้อความที่นายทะเบียนมิได้ให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้เอาประกันภัยจะเลือกให้บริษัทต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนั้น หรือจะบอกเลิกสัญญาประกันชีวิตนั้นเสีย และให้บริษัทคืนเบี้ยประกันภัยทั้งสิ้นที่ได้ชำระไว้แล้วแก่บริษัทก็ได้ และไม่ว่าผู้เอาประกันภัยจะใช้สิทธิดังกล่าวนี้ประการใดหรือไม่ ย่อมไม่เป็นเหตุให้บริษัทพ้นความผิดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ อัตราเบี้ยประกันภัยที่บริษัทกำหนด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน อัตราเบี้ยประกันภัยที่นายทะเบียนเห็นชอบไว้แล้ว เมื่อนายทะเบียนเห็นสมควรหรือเมื่อบริษัทร้องขอ นายทะเบียนจะสั่งให้เปลี่ยนอัตรานั้นเสียใหม่ก็ได้ การเปลี่ยนอัตราใหม่ไม่มีผลกระทบกระเทือนกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบไว้ก่อนแล้ว

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ห้ามมิให้บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยระบุจำนวนเงินอันจะพึงใช้ให้เป็นเงินตราต่างประเทศแก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ การคำนวณผลกำไรของบริษัทว่ามีหรือไม่และเท่าใดเพื่อประโยชน์ในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น บริษัทต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้บริษัทกระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี (๒) ฝากเงินไว้ที่อื่นนอกจากที่ธนาคาร (๓) เก็บเงินสดไว้ที่อื่นนอกจากที่สำนักงานของบริษัท (๔) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษา พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทเพื่อเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจากธุรกิจหรือการกระทำใด ๆ เว้นแต่บำเหน็จ เงินเดือน โบนัส หรือเงินอย่างอื่นที่พึ่งจ่ายตามปกติ (๕) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิต นอกจากเงินค่าจ้างหรือบำเหน็จที่พึงจ่ายตามปกติ (๖) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดล่วงหน้าให้แก่บุคคลใดเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัท (๗) จ่ายบำเหน็จให้แก่บุคคลที่ช่วยให้มีการทำสัญญาประกันภัย ซึ่งมิใช่ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทหรือนายหน้าประกันชีวิต (๘) ซื้อหรือมีไว้เป็นประจำซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจหรือสำหรับใช้เพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของบริษัทตามสมควรหรือเป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำนองไว้กับบริษัทนั้นจากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งของศาล บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของบริษัทเนื่องจากการชำระหนี้ การประกันต้นเงินที่จ่ายให้กู้ยืมไปหรือเนื่องจากที่บริษัทได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำนองไว้กับบริษัทนั้นจากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งของศาล จะต้องจำหน่ายภายในเก้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของบริษัท หรือภายในกำหนดเวลากว่านั้นตามที่ใด้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจ หรือสำหรับใช้เพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างของบริษัทนั้น (๙) ให้ประโยชน์เป็นพิเศษแก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย (๑๐) รับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยลดลงต่ำกว่าจำนวนที่ต้องชำระ (๑๑) ตั้งหรือมอบหมายบุคคลอื่นนอกจากตัวแทนประกันชีวิตหรือพนักงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินเป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัย (๑๒) ออกกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งไม่มีลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจผูกพันบริษัทตามที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือไม่มีลายมือชื่อของผู้จัดการสาขาของบริษัทต่างประเทศตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต แล้วแต่กรณี (๑๓) โฆษณาจูงใจอันเป็นเท็จหรือเกินความจริงเกี่ยวกับบริษัทหรือธุรกิจประกันชีวิตของบริษัท

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้บริษัทปฏิบัติการใด ๆ ในเรื่องต่อไปนี้ได้ (๑) วิธีการเก็บเบี้ยประกันภัย (๒) การประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท (๓) การประกันต่อ (๔) การจำแนกประเภทค่าใช้จ่าย (๕) อัตราเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยและเงื่อนไขในการจ่ายเงินนั้น (๖) จัดสรรเงินสำรองสำหรับความผูกพันใดๆ นอกจากจากที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ (๗) อัตราค่าจ้างหรือบำเหน็จสำหรับตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต (๘) แบบ ขนาด ตัวอักษร ภาษาที่ใช้และข้อความของหนังสือมอบอำนาจของบริษัท รวมทั้งเอกสารแสดงการรับเงินของบริษัท (๙) การให้กู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยเป็นประกัน (๑๐) การจ่ายเงินปันผลแก่ผู้เอาประกันภัย

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ในการติดต่อกับประชาชน บริษัทต้องเปิดทำงานตามวันและเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา แต่ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดทำงานเกินกว่าที่กำหนดก็ได้

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้บริษัทจัดทำสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด เมื่อมีเหตุจะต้องลงในสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีของบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท ให้บริษัทลงรายการที่เกี่ยวกับเหตุนั้นในสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ช้ากว่าเจ็ดวันนับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องลงรายการนั้น

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้บริษัทเก็บรักษาสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีตามมาตรา ๓๐ ไว้ที่สำนักงานของบริษัทไม่น้อยกว่าสิบปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในสมุดทะเบียนหรือสมุดบัญชีนั้นหรือนับแต่วันที่บริษัทพ้นจากความรับผิดตามรายการที่มีความรับผิดหลังสุด ทั้งนี้ แล้วแต่อย่างใดจะยาวกว่า

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ผู้มีส่วนได้เสียจะขอตรวจดูสมุดทะเบียนตามมาตรา ๓๐ เฉพาะรายการที่ตนเกี่ยวข้องก็ได้ โดยเสียค่าบริการให้แก่บริษัทเพื่อการนี้ครั้งละสิบบาท แต่ถ้าขอให้บริษัทคัดสำเนารายการดังกล่าวโดยรับรองว่าถูกต้องด้วยให้เสียฉบับละยี่สิบบาท

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้บริษัทส่งรายงานประจำปี แสดงฐานะการเงินและกิจการของบริษัทต่อนายทะเบียนสำหรับรอบปีปฏิทินที่ล่วงแล้ว ตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนดภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และถ้าเป็นบริษัทซึ่งเป็นสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศ ให้ส่งรายงานประจำปีของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศที่ตนเป็นสาขาด้วยภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศนั้น

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ถ้าปรากฏว่ารายงานประจำปีที่บริษัทส่งตามมาตรา ๓๓ ไม่ถูกต้องหรือไม่มีรายการครบถ้วนบริบูรณ์ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้บริษัทแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องหรือครบถ้วนบริบูรณ์ภายในเวลาที่นายทะเบียนกำหนด ในกรณีที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าบริษัทมิได้ส่งรายงานประจำปีตามมาตรา ๓๓

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ เมื่อนายทะเบียนเห็นสมควร ไม่ว่าก่อนหรือหลังกำหนดระยะเวลาให้บริษัทส่งรายงานประจำปีตามมาตรา ๓๓ นายทะเบียนจะสั่งให้บริษัทส่งรายงานหรือเอกสารใด ๆ เกี่ยวกับฐานะการเงินหรือกิจการของบริษัทต่อนายทะเบียนก็ได้ คำสั่งของนายทะเบียนดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้กำหนดระยะเวลาที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไว้ด้วย ระยะเวลานั้นนายทะเบียนอาจขยายให้ได้เมื่อบริษัทร้องขอ

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ให้บริษัทประกาศรายการย่อตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดแสดงสินทรัพย์และหนี้สินที่มีอยู่ในวันสิ้นปีปฏิทินภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งรายงานประจำปีตามมาตรา ๓๓ ในหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกจำหน่ายในท้องถิ่นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่อย่างน้อยหนึ่งฉบับ มีระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามวัน และให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของบริษัทไม่น้อยกว่าสามสิบวันด้วย

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ให้บริษัทส่งรายงานการตรวจสอบฐานะการเงินรวมทั้งการคำนวณความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อนายทะเบียนทุกรอบสามปี ซึ่งรับรองโดยบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและความรู้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา รายงานนั้นให้ทำตามแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด และต้องยื่นต่อนายทะเบียนไม่ช้ากว่าสามร้อยวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ไม่ว่าในระยะเวลาใด เมื่อเห็นสมควรนายทะเบียนจะสั่งให้บริษัทปฏิบัติการตรวจสอบและส่งรายงานตามความในวรรคหนึ่งก็ได้ ในกรณีดังว่านี้ ให้นำกำหนดระยะเวลาการยื่นรายงานต่อนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับ โดยให้เริ่มนับแต่วันที่บริษัทได้รับคำสั่งนายทะเบียน

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของบริษัท และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ (๑) เข้าไปในสำนักงานของบริษัทในระหว่างเวลาทำการเพื่อทราบข้อเท็จจริง ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานอื่น ๆ จากกรรมการ ผู้จัดการ ที่ปรึกษา พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทและสอบถามบุคคลดังกล่าวนี้ได้ ในการนี้ บุคคลดังกล่าวต้องให้ความสะดวกตามสมควร (๒) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจสอบหรือประเมินราคาทรัพย์สินของบริษัท (๓) สั่งให้บริษัทหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่น ๆ (๔) เรียกบุคคลดังกล่าวใน (๑) หรือ (๓) มาให้ถ้อยคำหรือจะสั่งให้บุคคลดังกล่าวยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงตามที่ต้องการก็ได้

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้มีส่วนได้เสียชอบที่จะขอตรวจดูสมุดทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวแก่สมุดทะเบียนซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้ และขอคัดสำเนาโดยมีคำรับรองของนายทะเบียนหรือไม่ก็ได้ โดยยื่นคำขอตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดต่อนายทะเบียน

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ เมื่อบริษัทใดประสงค์จะเลิกกิจการ ให้บริษัทนั้นแจ้งความประสงค์ที่จะเลิกกิจการต่อนายทะเบียนให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันเลิกกิจการ ในกรณีที่บริษัทซึ่งเป็นสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศเลิกกิจการให้มีการชำระบัญชี ในการชำระบัญชีนั้นให้นำความในมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ และมาตรา ๔๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๓ การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต เมื่อปรากฎแก่รัฐมนตรีว่าบริษัท (๑) มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สินหรือมีฐานะการเงินไม่มั่นคง อันอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน (๒) ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง เงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด หรือประกาศที่ออกหรือกำหนดตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในเมื่ออาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน (๓) หยุดประกอบธุรกิจประกันชีวิตโดยไม่มีเหตุอันสมควร (๔) ประกอบธุรกิจประกันชีวิตต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน (๕) ประวิงการจ่ายเงินที่ต้องจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายหรือคืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือจ่ายหรือคืนไปโดยไม่สุจริต

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ เมื่อบริษัทใดถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตให้บริษัทนั้นเลิกกันนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้มีการชำระบัญชี ในการชำระบัญชีนั้น ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การใดที่เป็นอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดี

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ เพื่อประโยชน์แก่การชำระบัญชี ให้ถือว่าบริษัทซึ่งเป็นสาขาของบริษัทประกันชีวิตต่างประเทศเป็นบริษัทจำกัด และเพื่อประโยชน์แก่การนี้ ให้ถือว่านายทะเบียนเป็นหอทะเบียนหรือเป็นนายทะเบียน แล้วแต่กรณี และการเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่ให้เสนอต่ออธิบดี

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้ชำระบัญชีซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๔๓ อาจได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด เงินค่าตอบแทนให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัท

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ในกรณีที่รัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามมาตรา ๔๒ ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร รัฐมนตรีจะมีคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติการใด ๆ เพื่อแก้ไขฐานะของบริษัทให้ดีขึ้นเสียก่อนภายในเวลาที่กำหนดให้ก็ได้ หรือจะมีคำสั่งให้มีการควบคุมบริษัทก็ได้

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติการใด ๆ เพื่อแก้ไขฐานะของบริษัทให้ดีขึ้นตามมาตรา ๔๖ แล้วต่อมามีพฤติการณ์ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่า บริษัทไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่อาจแก้ไขฐานะของบริษัทให้ดีขึ้น หรือเมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดให้ ฐานะของบริษัทก็ไม่ดีขึ้น รัฐมนตรีจะมีคำสั่งให้มีการควบคุมบริษัทนั้น หรือจะมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทนั้นเสียก็ได้

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ เมื่อรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ควบคุมบริษัทใด ให้นายทะเบียนแจ้งคำสั่งนั้นไปยังบริษัท และให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานของบริษัทนั้น กับทั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกจำหน่ายในท้องถิ่นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่อย่างน้อยสองฉบับ

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ในการควบคุมบริษัทใด ให้รัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการควบคุมบริษัทนั้น ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคน คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของบริษัทนั้นได้ทุกประการและให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของบริษัทนั้น ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้กรรมการ พนักงานและลูกจ้างของบริษัทที่ถูกควบคุมหรือบุคคลใดคนหนึ่งหรือหลายคนปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ของบริษัทได้ การตั้งคณะกรรมการและการแต่งตั้งกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ เมื่อได้มีการควบคุมบริษัทใด ห้ามมิให้กรรมการและพนักงานของบริษัทดำเนินกิจการของบริษัทนั้น เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการควบคุมบริษัท

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ เมื่อได้มีการควบคุมบริษัทใด ให้กรรมการพนักงานและลูกจ้างของบริษัทนั้นจัดการตามควรเพื่อปกปักรักษาทรัพย์สินและประโยชน์ของบริษัทไว้ และรีบรายงานกิจการและมอบทรัพย์สินพร้อมด้วยสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตราและสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของบริษัทให้แก่คณะกรรมการควบคุมบริษัทนั้นโดยมิชักช้า

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ คณะกรรมการควบคุมบริษัทมีอำนาจสั่งให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้แสดงหรือส่งสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตราและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของบริษัทที่ถูกควบคุม

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ เมื่อคณะกรรมการควบคุมบริษัทเห็นว่า บริษัทที่ถูกควบคุมจะดำเนินกิจการของตนเองต่อไปได้ ให้รายงานต่อรัฐมนตรี ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควรจะมีคำสั่งให้เลิกการควบคุมเสียก็ได้ เมื่อรัฐมนตรีมีคำสั่งเช่นว่านั้น ให้นายทะเบียนแจ้งคำสั่งนั้นไปยังบริษัทและให้ประกาศคำสั่งในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกจำหน่ายในท้องถิ่นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่อย่างน้อยสองฉบับ

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ เมื่อคณะกรรมการควบคุมบริษัทเห็นว่า บริษัทที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้และมีเหตุสมควรเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามมาตรา ๔๒ ให้รายงานต่อรัฐมนตรี ถ้ารัฐมนตรีเห็นมีเหตุอันสมควรจะมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทนั้นเสียตามมาตรา ๔๒ ก็ได้

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ คณะกรรมการควบคุมบริษัทอาจได้รับเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยจ่ายจากทรัพย์สินของบริษัท

หมวด ๔ การประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ บริษัทอาจประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยด้วยก็ได้ เมื่อได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ ในกรณีที่บริษัทประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยด้วย (๑) หลักทรัพย์ประกันที่บริษัทต้องวางไว้กับนายทะเบียนตามมาตรา ๑๔ และเงินกองทุนที่บริษัทต้องดำรงตามมาตรา ๑๙ ต้องเป็นหลักทรัพย์ประกันและเงินกองทุนต่างหากจากหลักทรัพย์ประกันและเงินกองทุนซึ่งบริษัทต้องวางและต้องดำรงตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย (๒) บริษัทต้องปฏิบัติการตามควรทุกประการ เพื่อแยกรายรับและรายจ่ายของธุรกิจประกันวินาศภัยออกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากรายรับและรายจ่ายของธุรกิจประกันชีวิต และเพื่อประโยชน์ในการนี้ รัฐมนตรีจะกำหนดโดยกฎกระทรวงให้บริษัทปฏิบัติการใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ (๓) ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้ควบคุมบริษัท การควบคุมนั้นให้ควบคุมตลอดถึงกิจการที่เกี่ยวแก่ธุรกิจประกันวินาศภัยด้วย (๔) ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต ให้ถือว่ารัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นด้วย

หมวด ๕ ตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือเป็นนายหน้าประกันชีวิตโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตให้ระบุด้วยว่าเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใด

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) บรรลุนิติภาวะแล้ว (๒) มีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๓) มีมาตรฐานการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ (๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาในความผิดซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบความผิด เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย (๗) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต หรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตในระยะเวลาสามปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต (๘) สอบความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิตได้ตามหลักสูตรและวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๕๙ ประสงค์จะเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทนั้นต่อนายทะเบียนพร้อมด้วยหนังสือแสดงความต้องการของบริษัทให้ผู้นั้นเป็นตัวแทนประกันชีวิต เมื่อนายทะเบียนได้พิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่งเป็นที่พอใจแล้ว ให้ออกใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทที่แสดงความต้องการ เมื่อได้ออกใบอนุญาตแล้ว ให้แจ้งให้บริษัททราบ ผู้ที่เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใดอยู่แล้วอาจขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทอื่นอีกได้ คำขอรับใบอนุญาตเช่นว่านี้ ผู้ขอต้องยื่นหนังสือแสดงความยินยอมของบริษัทที่ผู้นั้นเป็นตัวแทนประกันชีวิตอยู่แล้วพร้อมด้วยหนังสือแสดงความต้องการของบริษัทใหม่ ซึ่งต้องมีข้อความแสดงไว้ด้วยว่า บริษัทใหม่นั้นได้ทราบแล้วว่า ผู้ขอเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใดอยู่แล้ว เมื่อนายทะเบียนได้ออกใบอนุญาตแล้ว ให้แจ้งให้บริษัทที่เกี่ยวข้องทราบ คำขอรับใบอนุญาต หนังสือแสดงความต้องการ หนังสือให้ความยินยอมและใบอนุญาตตามมาตรานี้ ให้ทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ตัวแทนประกันชีวิตอาจกระทำการในนามของบริษัทในกรณีต่อไปนี้ได้ในเมื่อได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท (๑) รับเบี้ยประกันภัย (๒) ทำสัญญาประกันชีวิต หนังสือมอบอำนาจของบริษัทให้ตัวแทนประกันชีวิตกระทำการดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด หนังสือมอบอำนาจของบริษัทแม้มิได้ทำตามเเบบที่อธิบดีกำหนด ก็ไม่เป็นเหตุให้เสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกเพราะเหตุที่มิได้ทำตามแบบที่กำหนดนั้น

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับตัวแทนประกันชีวิตและต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างในบริษัทใด นิติบุคคลซึ่งมีถิ่นที่สำนักงานแห่งใหญ่ในประเทศไทยอาจขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตได้ในเมื่อการเป็นนายหน้าประกันชีวิตเป็นวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น และนิติบุคคลนั้นมีพนักงานหรือลูกจ้างที่อาจทำการเป็นนายหน้าประกันชีวิตแทนนิติบุคคลนั้นได้โดยได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ นิติบุคคลนั้นต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตในระยะเวลาสามปีก่อนวันขอรับใบอนุญาตี้

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๖๒ ประสงค์จะเป็นนายหน้าประกันชีวิตให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนได้พิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่งเป็นที่พอใจแล้ว ก็ให้ออกใบอนุญาตให้ คำขอรับใบอนุญาตและใบอนุญาตตามมาตรานี้ ให้ทำตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ นายหน้าประกันชีวิตต้องมีสำนักงานตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต ในกรณีที่มีการย้ายสำนักงาน นายหน้าประกันชีวิตต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเป็นหนังสือภายในห้าวันนับแต่วันที่ย้าย

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ให้นายหน้าประกันชีวิตจัดทำสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจของนายหน้าประกันชีวิตแบบและรายการที่นายทะเบียนกำหนด เมื่อมีเหตุจะต้องลงในสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้นายหน้าประกันชีวิตลงรายการเกี่ยวกับเหตุนั้นในสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเช่นว่านั้น ภายในสามวันนับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องลงรายการนั้น

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ให้นายหน้าประกันชีวิตเก็บรักษาสมุดทะเบียนและสมุดบัญชีเกี่ยวกับธุรกิจของนายหน้าประกันชีวิตไว้ที่สำนักงานของนายหน้าประกันชีวิตไม่น้อยกว่าห้าปี นับแต่วันลงรายการครั้งสุดท้ายในสมุดทะเบียนหรือสมุดบัญชีนั้น

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตและใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตมีอายุใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ออกใบอนุญาต ผู้ที่ประสงค์จะเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิตในปีถัดไป ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตต่อนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในระยะเวลาหกสิบวันก่อนที่ใบอนุญาตจะสิ้นอายุ

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างในบริษัทใด ให้ใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตของผู้นั้นสิ้นสุดลง

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการปฏิบัติของนายหน้าประกันชีวิต นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกให้นายหน้าประกันชีวิตส่งสมุดทะเบียน สมุดบัญชีหรือเอกสารใด ๆ มาเพื่อตรวจสอบ หรือจะเข้าไปในสำนักงานของนายหน้าประกันชีวิตในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจสอบดังกล่าวแล้วก็ได้ ในการนี้ นายหน้าประกันชีวิตต้องให้ความสะดวกแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่าตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิต (๑) ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ (๒) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๕๙ หรือในกรณีที่นายหน้าประกันชีวิตเป็นนิติบุคคล ปรากฏว่านิติบุคคลนั้นไม่อาจเป็นนายหน้าประกันชีวิตได้ตามมาตรา ๖๒ (๓) ดำเนินงานทำให้เกิดหรืออาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือประชาชน เมื่อนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้วให้แจ้งคำสั่งนั้นไปยังผู้ถูกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๗๐ มีสิทธิอุทธรณ์ต่ออธิบดี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ ห้ามมิให้ผู้ใดชักชวน แนะนำหรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตในต่างประเทศหรือกับบุคคลใด ๆ นอกจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีการชักชวน แนะนำหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้ทำสัญญาประกันต่อกับผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตในต่างประเทศ

หมวด ๖ บทกำหนดโทษ

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๗ หรือไม่วางเงินสำรองประกันภัยตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ บริษัทใดออกกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารประกอบหรือแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยฝ่าฝืนมาตรา ๒๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๓๖ หรือคำนวณเงินผลกำไรโดยมิได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนตามมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียนตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ บริษัทใดไม่ยอมให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูสมุดทะเบียนหรือไม่ยอมคัดสำเนารายการให้ตามที่ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกเเก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๘ หรือฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๓๘ หรือฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการควบคุมบริษัทซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๕๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ (๒) หรือฝ่าฝืนกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕๗ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ ตัวแทนประกันชีวิตผู้ใดรับเบี้ยประกันภัยหรือทำสัญญาประกันภัยโดยไม่ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัทตามมาตรา ๖๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ บริษัทใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดไม่มีสำนักงานตามที่ระบุไว้ในคำขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตหรือตามที่ได้แจ้งต่อนายทะเบียนว่าได้ย้ายไปตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดไม่แจ้งการย้ายสำนักงานตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ นายหน้าประกันชีวิตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งเรียกตามมาตรา ๖๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๖๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙๖

มาตรา ๙๖ ในกรณีที่บริษัทใดกระทำความผิดเพราะฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๖ กรรมการของบริษัทนั้นหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของบริษัทนั้นด้วย

มาตรา ๙๗

มาตรา ๙๗ ในกรณีที่บริษัทใดกระทำความผิดเพราะฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๗ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) หรือ (๑๓) มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง หรือไม่วางเงินสำรองประกันภัยตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง หรือเพราะฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียนตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๗ วรรคสอง กรรมการของบริษัทนั้นหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทนั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของบริษัทนั้นด้วย

มาตรา ๙๘

มาตรา ๙๘ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการมีจำนวนสามคน ซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้มีอำนาจเปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีกำหนดโทษปรับสถานเดียวหรือความผิดซึ่งเป็นความผิดลหุโทษได้ เมื่อคณะกรรมการได้ทำการเปรียบเทียบคดีใด และผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน บทเฉพาะกาล

มาตรา ๙๙

มาตรา ๙๙ ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมิให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชนอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ บุคคลที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจประกันชีวิตต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตภายในระยะเวลาที่กล่าวในวรรคหนึ่ง เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าผู้ซึ่งมิได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตต่อไปตามวรรคสอง และยังมิได้เริ่มดำเนินการเลิกประกอบกิจการประกันชีวิต ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๐ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๙๙ ให้ถือว่าใบอนุญาตให้ประกอบกิจการประกันชีวิตของผู้ที่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามมาตรา ๙๙ วรรคสอง เป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัตินี้และให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตที่ได้ออกให้ในวันพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว และให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่ผู้นั้น ทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ เเละมาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๑

มาตรา ๑๐๑ บทบัญญัติมาตรา ๑๙ มิให้ใช้บังคับแก่บริษัทตามมาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่บริษัทตามมาตรา ๑๐๐ กระทำกิจการใด ๆ ซึ่งบริษัทไม่อาจกระทำได้ตามมาตรา ๒๒ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บริษัทเลิกการกระทำนั้น ๆ ให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าวนี้มิให้ถือว่าบริษัทฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ สำหรับกิจการที่ได้กระทำอยู่แล้วนั้น แต่เฉพาะกรณีที่มีนิติกรรมผูกพันมิให้บริษัทเลิกการกระทำที่ห้ามนั้นภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้โดยบริษัทมิต้องตกเป็นฝ่ายต้องรับผิด ก็ให้ขยายกำหนดระยะเวลาดังกล่าวออกไปเท่าที่จะเลิกได้โดยบริษัทมิต้องตกเป็นฝ่ายต้องรับผิด

มาตรา ๑๐๓

มาตรา ๑๐๓ บทบัญญัติมาตรา ๒๗ (๘) มิให้ใช้บังคับแก่บริษัทตามมาตรา ๑๐๐ ทั้งนี้ เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทมีอยู่แล้วในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๐๔

มาตรา ๑๐๔ ให้บริษัทตามมาตรา ๑๐๐ วางหลักทรัพย์ประกันตามมาตรา ๑๔ ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าวนี้มิให้ถือว่าบริษัทฝ่าฝืนมาตรา ๑๔

มาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๕ ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมิให้นำมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับแก่บริษัทตามมาตรา ๑๐๐ ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวแก่กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทมีความผูกพันอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเฉพาะที่เกี่ยวแก่เบี้ยประกันภัยที่บริษัทได้รับไว้แล้วก่อนวันที่กล่าวนั้น

มาตรา ๑๐๖

มาตรา ๑๐๖ ให้ผู้ที่ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า "ประกันชีวิต" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งห้ามมิให้ใช้ตามพระราชบัญญัตินี้อยู่แล้วในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา เลิกใช้ชื่อหรือคำอื่นใดดังกล่าวแล้วนั้นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับแก่บุคคลที่กล่าวนี้

มาตรา ๑๐๗

มาตรา ๑๐๗ ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิให้นำมาตรา ๕๘ มาใช้บังคับแก่บุคคลผู้ทำการเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิตอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนีย (๑)คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ประกันชีวิต ๘๐๐บาท (๒)ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต ๒๐,๐๐๐ บาท (๓)ใบอนุญาตให้เปิดสาขาของบริษัท ๕,๐๐๐ บาท (๔)ค่าสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาต เป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต ๑๐๐ บาท (๕)ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ๒๐๐ บาท (๖)ใบอนุญาตให้นิติบุคคลเป็นนายหน้า ประกันชีวิต ๖,๐๐๐ บาท (๗)ใบอนุญาตให้บุคคลธรรมดาเป็นนายหน้า<o:p> ประกันชีวิต ๒๐๐ บาท (๘)ใบแทนใบอนุญาตทุกชนิด ๕๐ บาท (๙)ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับการประกอบ ธุรกิจประกันชีวิต ๑๐,๐๐๐ บาท (๑๐)การให้ต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทน ประกันชีวิต ๑๐๐บาท (๑๑)การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้นิติบุคคล เป็นนายหน้าประกันชีวิต ๓,๐๐๐ บาท (๑๒)การให้ต่ออายุใบอนุญาตให้บุคคลธรรมดา เป็นนายหน้าประกันชีวิต ๑๐๐ บาท (๑๓)การขอตรวจดูหรือคัดเอกสาร ๒๐ บาท (๑๔)การรับรองสำเนาเอกสาร ๕๐บาท (๑๕)คำขอรับความเห็นชอบในแบบและ ข้อความแห่งกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารประกอบหรือแนบท้าย กรมธรรม์ประกันภัยไม่ว่าจะขอมา รวมกันหรือแยกจากกัน ๑๐๐บาท (๑๖)คำขอรับความเห็นชอบการกำหนด อัตราเบี้ยประกันภัย ๑๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการประกันชีวิตโดยเฉพาะ การควบคุมกิจการดังกล่าวได้อาศัยเงื่อนไขควบคุมกิจการประกันภัยซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พุทธศักราช ๒๔๗๑ ซึ่งยังไม่รัดกุมพอ เป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตมีฐานะการเงินไม่มั่นคง ทำให้ผู้เอาประกันชีวิตเสียเปรียบและไม่ได้รับความคุ้มครองเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องบัญญัติกฎหมายควบคุมกิจการประกันชีวิตขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อควบคุมบริษัทประกันชีวิตให้ดำเนินการโดยเล็งถึงผลประโยชน์ของผู้เอาประกันชีวิตมิให้ดำเนินการไปในทางที่เสี่ยงภัย และเพื่อส่งเสริมกิจการประกันชีวิตให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นให้ทันกับความต้องการของประชาชน เพราะการประกันชีวิตนอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินแก่ผู้เอาประกันชีวิตแล้ว ยังเป็นสถาบันการเงินที่สำคัญในการช่วยพัฒนาการเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查