我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 (ยกเลิก) หมวด ๓ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

มาตรา ๖–มาตรา ๒๐共 19 條

มาตรา ๖

มาตรา ๖ เครื่องหมายการค้าอันชอบด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา ๔ และทั้งไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๕ ไซร้ ท่านว่าอาจจดทะเบียนได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามวิธีอันบัญญัติไว้ในกฎเสนาบดี และต้องส่งแบบเครื่องหมายการค้าที่จะจดทะเบียนนั้นเองมาด้วย

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะขอจดสำหรับสินค้าทั้งจำพวกตามรายการจำพวกสินค้าติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือจะขอจดสำหรับสินค้าเฉพาะอย่างก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าไซร้ ท่านว่าต้องมีหนังสือมอบฉันทะ แสดงว่าผู้ขอมีอำนาจที่จะขอจดทะเบียนได้แนบมากับคำขอด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ท่านห้ามมิให้รับคำขอจดทะเบียนไว้พิจารณา เว้นแต่เจ้าของเครื่องหมายหรือตัวแทนมีสำนักงานการค้าตั้งอยู่เป็นที่ในประเทศสยาม หรือมีสถานที่ส่งบัตรหมายถึงได้ในประเทศสยาม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ถ้าประสงค์จะใช้เครื่องหมายการค้าอันเดียวกันสำหรับสินค้าต่างจำพวก ให้ยื่นคำขอแยกเป็นจำพวกละฉบับ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ เครื่องหมายการค้าสองหรือกว่าสองเครื่องหมายอันใช้สำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน ถ้าคล้ายกันจนถึงกับว่านอกจากผู้ขอจะใช้เองแล้ว ก็เป็นการมุ่งหมายจะลวงหรือทำให้เกิดสับสนกันฉะนี้ ท่านว่าถ้าผู้ขอคนเดียวกันจะจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุดก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ถ้าเครื่องหมายการค้ามีคำเขียนเป็นหนังสืออื่นนอกจากหนังสือไทย ให้มีสลักหลังคำขอ เขียนคำนั้น ๆ เป็นหนังสือไทย และถ้าแปลเป็นไทยได้ ก็ให้มีคำแปลด้วย คำสลักหลังนั้นเจ้าของหรือผู้แทนต้องลงลายมือชื่อ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ นายทะเบียนมีอำนาจเรียกให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งแม่พิมพ์รูปเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนตามขนาดซึ่งนายทะเบียนจะกำหนด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ภายในบังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๗ วรรค ๒ ท่านว่าบรรดาคำขอจดทะเบียนซึ่งยื่นไว้ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้แล้วให้ถือว่ายื่นในวันใช้พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้ารายใดมีลักษณะอันต้องห้ามตามมาตรา ๕ หรือเหมือนกันกับเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของอื่นได้นำมาจดทะเบียนไว้แล้ว เพื่อสินค้าจำพวกเดียวกัน หรือเป็นเครื่องหมายที่คล้ายกับเครื่องหมายเช่นที่ว่านี้จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน หรือถ้านายทะเบียนเห็นว่าการมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนและให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่รับจดทะเบียนนั้นไปให้ผู้ขอทราบ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่รับจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ถ้ามีบุคคลหลายคนต่างคนต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอันเดียวกัน หรือเกือบเหมือนกันใช้สำหรับสินค้าเดียวหรือชนิดเดียวกัน และต่างคนต่างร้องขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ๆ ท่านให้นายทะเบียนมีหนังสือส่งลงทะเบียนไปรษณีย์บอกไปยังบรรดาผู้ขอจดทะเบียนทุกคนว่า ขอซ้ำกัน ให้ตกลงกันเอง หรือนำคดีไปสู่ศาล ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ได้ส่งหนังสือบอกไป ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับแจ้งความว่าผู้ขอได้ตกลงกันแล้ว หรือได้นำคดีไปสู่ศาลแล้ว ให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งตามความจริงเจ้าของได้ขอขึ้นมาก่อนผู้อื่น ถ้าผู้ขอจดทะเบียนทุกฝ่ายได้ทำความตกลงกัน ก็ให้จดทะเบียนตามข้อตกลงนั้น

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ เครื่องหมายการค้าซึ่งต่างเจ้าของต่างได้ใช้มาแล้วด้วยกันโดยสุจริต หรือมีพฤติการณ์พิเศษที่นายทะเบียนเห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเดียวกัน หรือเกือบเหมือนกันสำหรับสินค้าเดียวกัน หรือชนิดเดียวกันให้แก่หลายเจ้าของก็ได้ โดยมีหรือไม่มีซึ่งเงื่อนไขและข้อจำกัดในวิธีหรือเขตที่แห่งการใช้ หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรกำหนด การสั่งรับจดทะเบียนโดยมีหรือไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือการสั่งไม่รับจดทะเบียน ให้นายทะเบียนแจ้งเจ้าของเครื่องหมายการค้าซึ่งได้ขอจดทะเบียนทราบเป็นหนังสือ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนตามความในวรรคสอง เจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ถ้าในเครื่องหมายการค้า มีสิ่งใดที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย หรือมีลักษณะไม่บ่งเฉพาะว่าเป็นของสินค้านั้น ก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนหรือไม่ นายทะเบียนจะสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้ส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนแห่งเครื่องหมายนั้นหรือทั้งหมดหรือบางภาคแห่งสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย ที่นายทะเบียนเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ควรเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว หรือจะสั่งให้แสดงปฏิเสธอย่างอื่นตามที่เห็นว่าต้องแสดง เพื่อกำหนดเขตแห่งสิทธิของเจ้าของในการจดทะเบียนนั้นก็ได้ แต่คำแสดงปฏิเสธอันลงไว้ในทะเบียนนั้นไม่กระทบถึงสิทธิแห่งเจ้าของโดยประการอันมิได้เป็นปัญหาเนื่องแต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของให้คำแสดงปฏิเสธนั้น ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ขอจดทะเบียนทราบคำสั่งของนายทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๙ ทวิ

มาตรา ๑๙ ทวิ ให้มีคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าประกอบด้วยอธิบดีกรมทะเบียนการค้า เป็นประธานและกรรมการอื่นซึ่งคณะรัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งอีกอย่างน้อยสี่คน อย่างมากหกคน กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

มาตรา ๑๙ ตรี

มาตรา ๑๙ ตรี คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ ที่ได้ยื่นทางนายทะเบียน ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้รับจดทะเบียน คณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัดในวิธี เขตที่แห่งการใช้ หรือข้อจำกัดอื่น หรือจะให้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของนายทะเบียนตามที่เห็นสมควรก็ได้ (๒) สั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เห็นว่าขัดต่อนโยบายแห่งรัฐ

มาตรา ๑๙ จัตวา

มาตรา ๑๙ จัตวา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสองของมาตรา ๑๙ ทวิ กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๙ เบญจ

มาตรา ๑๙ เบญจ ในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม หากประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เข้าร่วมในความตกลงรายใดในระวางประเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิในอุตสาหสมบัติแล้ว บุคคลใดได้ร้องขอความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศซึ่งอยู่ในความตกลงนั้นไซร้ ท่านว่าในการจดทะเบียน บุคคลนั้นมีสิทธิถือเวลายื่นคำร้องก่อนหลังผู้อื่นตามที่บัญญัติไว้ในความตกลงระวางประเทศนั้น ให้เสนาบดีมีอำนาจออกกฎเพื่อให้การเป็นไปตามบัญญัติในความตกลงนั้น ๆ อันเกี่ยวแก่สิทธิแห่งการยื่นคำร้องก่อนหลัง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).