我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 (ยกเลิก)

ยล052-1B-0002法律・公布 1931-04-04・全 59 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ (ยกเลิก) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรจัดให้มีการคุ้มครองอุตสาหกรรมและพาณิชย์ และยังความสุจริตในพณิกกรรมให้มั่นขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้

หมวด ๑ ข้อความเบื้องต้น

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔

มาตรา ๒

มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติลักษณะเครื่องหมายและยี่ห้อการค้าขาย พุทธศักราช ๒๔๕๗ ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

หมวด ๒ เครื่องหมายการค้า

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัตินี้ (ถ้าตัวบทมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น) คำว่า “เครื่องหมาย” ให้กินความถึงภาพอันคิดขึ้น ตรา คำจ่าหน้า ใบสลาก ตั๋ว นาม ลายมือชื่อ คำ ตัวหนังสือ ตัวเลข หรือชุมนุมแห่งสิ่งเหล่านี้ คำว่า “เครื่องหมายการค้า” หมายความว่า เครื่องหมายซึ่งใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อสำแดงว่าสินค้านั้น ๆ เป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าโดยได้ทำขึ้น โดยการเลือก โดยให้คำรับรอง โดยทำการค้าขายสินค้านั้น หรือโดยเป็นผู้เสนอขาย

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ท่านว่าสิ่งอันกล่าวต่อไปนี้เป็นสาระสำคัญต้องมีสิ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อยอยู่ในเครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ (๑) ชื่อบริษัท ชื่อเอกชนหรือชื่อห้าง แสดงโดยลักษณะพิเศษหรือเฉพาะ (๒) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้อยู่ในตำแหน่งของผู้นั้นมาก่อนในกิจการค้าขายนั้น (๓) คำที่ประดิษฐ์ขึ้นคำหนึ่งหรือหลายคำ (๔) คำเดียวหรือหลายคำอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติแห่งสินค้าโดยตรง และตามความหมายอันเข้าใจกันโดยธรรมดา ไม่เป็นชื่อในภูมิศาสตร์หรือนามสกุล (๕) เครื่องหมายอื่น ๆ อันมีลักษณะบ่งเฉพาะ แต่ท่านว่า ชื่อ ลายมือชื่อ คำ ๆ หนึ่งหรือหลายคำ อันมิได้อยู่ภายในบรรยายอันกล่าวไว้ในวรรค (๑) (๒) (๓) และ (๔) นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานมาแสดงว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ ก็มิให้รับจดทะเบียน ตามความหมายแห่งมาตรานี้ คำว่า “ลักษณะบ่งเฉพาะ” หมายความว่า นำมาทำให้เหมาะเพื่อจะใช้ให้เห็นว่าสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นผิดกับสินค้าของผู้อื่น

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในเครื่องหมายการค้า หรือส่วนแห่งเครื่องหมายการค้านั้น ท่านห้ามมิให้ใช้ (๑) ตราหลวง หรือตราราชการ ธงหลวง ธงราชการ หรือธงชาติ (๒) พระบรมราชาภิไธย และตัวอักษรย่อพระบรมราชาภิไธย (๓) พระรูปพระเจ้าแผ่นดิน พระมเหสี พระบรมวงศานุวงศ์ ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน ในพระราชวงศ์ปัจจุบัน (๔) พระราชลัญจกร และลัญจกรในราชการ (๕) ตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (๖) เครื่องหมายกาชาด หรือชื่อกาชาด หรือกาเยเนวา (๗) เครื่องหมายอย่างใด ๆ อันขัดต่อรัฐประศาสโนบายหรือศีลธรรม (๘) ภาพอันคิดขึ้นให้เป็นอย่างเดียวกับ หรือคล้ายคลึงกับเหรียญ ใบสำคัญ คู่มือ หรือประกาศนียบัตร อันได้ให้เป็นรางวัลในการแสดงพิพิธภัณฑ์ ซึ่งรัฐบาลสยาม หรือรัฐบาลต่างประเทศ หรือประชาบาลได้จัดตั้งให้มีขึ้น นอกจากจะได้รับเหรียญใบสำคัญคู่มือ หรือประกาศนียบัตร เช่นนั้นเป็นรางวัลสำหรับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้น (๙) รูปคนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยเขาไม่ได้อนุญาต หรือรูปคนที่ตาย โดยไม่ได้รับความยินยอมของบุพการี ผู้สืบสันดาน สามี และภริยา

หมวด ๓ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

มาตรา ๖

มาตรา ๖ เครื่องหมายการค้าอันชอบด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา ๔ และทั้งไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๕ ไซร้ ท่านว่าอาจจดทะเบียนได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การขอจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามวิธีอันบัญญัติไว้ในกฎเสนาบดี และต้องส่งแบบเครื่องหมายการค้าที่จะจดทะเบียนนั้นเองมาด้วย

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะขอจดสำหรับสินค้าทั้งจำพวกตามรายการจำพวกสินค้าติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือจะขอจดสำหรับสินค้าเฉพาะอย่างก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าไซร้ ท่านว่าต้องมีหนังสือมอบฉันทะ แสดงว่าผู้ขอมีอำนาจที่จะขอจดทะเบียนได้แนบมากับคำขอด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ท่านห้ามมิให้รับคำขอจดทะเบียนไว้พิจารณา เว้นแต่เจ้าของเครื่องหมายหรือตัวแทนมีสำนักงานการค้าตั้งอยู่เป็นที่ในประเทศสยาม หรือมีสถานที่ส่งบัตรหมายถึงได้ในประเทศสยาม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ถ้าประสงค์จะใช้เครื่องหมายการค้าอันเดียวกันสำหรับสินค้าต่างจำพวก ให้ยื่นคำขอแยกเป็นจำพวกละฉบับ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ เครื่องหมายการค้าสองหรือกว่าสองเครื่องหมายอันใช้สำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน ถ้าคล้ายกันจนถึงกับว่านอกจากผู้ขอจะใช้เองแล้ว ก็เป็นการมุ่งหมายจะลวงหรือทำให้เกิดสับสนกันฉะนี้ ท่านว่าถ้าผู้ขอคนเดียวกันจะจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุดก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ถ้าเครื่องหมายการค้ามีคำเขียนเป็นหนังสืออื่นนอกจากหนังสือไทย ให้มีสลักหลังคำขอ เขียนคำนั้น ๆ เป็นหนังสือไทย และถ้าแปลเป็นไทยได้ ก็ให้มีคำแปลด้วย คำสลักหลังนั้นเจ้าของหรือผู้แทนต้องลงลายมือชื่อ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ นายทะเบียนมีอำนาจเรียกให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งแม่พิมพ์รูปเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนตามขนาดซึ่งนายทะเบียนจะกำหนด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ภายในบังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๗ วรรค ๒ ท่านว่าบรรดาคำขอจดทะเบียนซึ่งยื่นไว้ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้แล้วให้ถือว่ายื่นในวันใช้พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้ารายใดมีลักษณะอันต้องห้ามตามมาตรา ๕ หรือเหมือนกันกับเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของอื่นได้นำมาจดทะเบียนไว้แล้ว เพื่อสินค้าจำพวกเดียวกัน หรือเป็นเครื่องหมายที่คล้ายกับเครื่องหมายเช่นที่ว่านี้จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน หรือถ้านายทะเบียนเห็นว่าการมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนและให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่รับจดทะเบียนนั้นไปให้ผู้ขอทราบ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่รับจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ถ้ามีบุคคลหลายคนต่างคนต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอันเดียวกัน หรือเกือบเหมือนกันใช้สำหรับสินค้าเดียวหรือชนิดเดียวกัน และต่างคนต่างร้องขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ๆ ท่านให้นายทะเบียนมีหนังสือส่งลงทะเบียนไปรษณีย์บอกไปยังบรรดาผู้ขอจดทะเบียนทุกคนว่า ขอซ้ำกัน ให้ตกลงกันเอง หรือนำคดีไปสู่ศาล ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ได้ส่งหนังสือบอกไป ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับแจ้งความว่าผู้ขอได้ตกลงกันแล้ว หรือได้นำคดีไปสู่ศาลแล้ว ให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งตามความจริงเจ้าของได้ขอขึ้นมาก่อนผู้อื่น ถ้าผู้ขอจดทะเบียนทุกฝ่ายได้ทำความตกลงกัน ก็ให้จดทะเบียนตามข้อตกลงนั้น

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ เครื่องหมายการค้าซึ่งต่างเจ้าของต่างได้ใช้มาแล้วด้วยกันโดยสุจริต หรือมีพฤติการณ์พิเศษที่นายทะเบียนเห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเดียวกัน หรือเกือบเหมือนกันสำหรับสินค้าเดียวกัน หรือชนิดเดียวกันให้แก่หลายเจ้าของก็ได้ โดยมีหรือไม่มีซึ่งเงื่อนไขและข้อจำกัดในวิธีหรือเขตที่แห่งการใช้ หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรกำหนด การสั่งรับจดทะเบียนโดยมีหรือไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือการสั่งไม่รับจดทะเบียน ให้นายทะเบียนแจ้งเจ้าของเครื่องหมายการค้าซึ่งได้ขอจดทะเบียนทราบเป็นหนังสือ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนตามความในวรรคสอง เจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ถ้าในเครื่องหมายการค้า มีสิ่งใดที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย หรือมีลักษณะไม่บ่งเฉพาะว่าเป็นของสินค้านั้น ก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนหรือไม่ นายทะเบียนจะสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวที่จะใช้ส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนแห่งเครื่องหมายนั้นหรือทั้งหมดหรือบางภาคแห่งสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขาย ที่นายทะเบียนเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ควรเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว หรือจะสั่งให้แสดงปฏิเสธอย่างอื่นตามที่เห็นว่าต้องแสดง เพื่อกำหนดเขตแห่งสิทธิของเจ้าของในการจดทะเบียนนั้นก็ได้ แต่คำแสดงปฏิเสธอันลงไว้ในทะเบียนนั้นไม่กระทบถึงสิทธิแห่งเจ้าของโดยประการอันมิได้เป็นปัญหาเนื่องแต่การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของให้คำแสดงปฏิเสธนั้น ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ขอจดทะเบียนทราบคำสั่งของนายทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ โดยยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ๑๙ ทวิ

มาตรา ๑๙ ทวิ ให้มีคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าประกอบด้วยอธิบดีกรมทะเบียนการค้า เป็นประธานและกรรมการอื่นซึ่งคณะรัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งอีกอย่างน้อยสี่คน อย่างมากหกคน กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

มาตรา ๑๙ ตรี

มาตรา ๑๙ ตรี คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ ที่ได้ยื่นทางนายทะเบียน ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้รับจดทะเบียน คณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัดในวิธี เขตที่แห่งการใช้ หรือข้อจำกัดอื่น หรือจะให้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของนายทะเบียนตามที่เห็นสมควรก็ได้ (๒) สั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เห็นว่าขัดต่อนโยบายแห่งรัฐ

มาตรา ๑๙ จัตวา

มาตรา ๑๙ จัตวา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสองของมาตรา ๑๙ ทวิ กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) เป็นบุคคลล้มละลาย (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท กรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๙ เบญจ

มาตรา ๑๙ เบญจ ในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม หากประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมแทน การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด คำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เข้าร่วมในความตกลงรายใดในระวางประเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิในอุตสาหสมบัติแล้ว บุคคลใดได้ร้องขอความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศซึ่งอยู่ในความตกลงนั้นไซร้ ท่านว่าในการจดทะเบียน บุคคลนั้นมีสิทธิถือเวลายื่นคำร้องก่อนหลังผู้อื่นตามที่บัญญัติไว้ในความตกลงระวางประเทศนั้น ให้เสนาบดีมีอำนาจออกกฎเพื่อให้การเป็นไปตามบัญญัติในความตกลงนั้น ๆ อันเกี่ยวแก่สิทธิแห่งการยื่นคำร้องก่อนหลัง

หมวด ๔ การรับจดทะเบียน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นควรรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใด ให้นายทะเบียนประกาศคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายนั้นตามวิธีที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดี

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๒๑ ผู้ใดจะยื่นคำคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได้ ให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำคัดค้านไปยังผู้ขอจดทะเบียนโดยไม่ชักช้าและภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้ส่งสำเนาคำคัดค้านนั้น ผู้ขอจดทะเบียนต้องยื่นคำโต้แย้งแถลงเหตุที่ตนอาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียน ถ้ามิได้กระทำดังกล่าวให้ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียนของตน ถ้าผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งดังกล่าวมาแล้ว ให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำโต้แย้งคัดค้านนั้นไปยังผู้คัดค้านโดยไม่ชักช้า นายทะเบียนจะให้ทั้งสองฝ่ายมาแถลงการณ์ให้ฟังก่อน แล้วให้คำวินิจฉัยก็ได้ เมื่อนายทะเบียนได้ให้คำวินิจฉัยแล้ว ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (๑) จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๙ ทวิ ก็ได้ เมื่อได้อุทธรณ์แล้ว ผู้อุทธรณ์จะดำเนินคดีทางศาลในกรณีเดียวกันมิได้ หรือ (๒) จะนำคดีไปสู่ศาลก็ได้ และให้แจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนถึงการนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แจ้งและแสดงหลักฐานให้นายทะเบียนทราบว่าได้นำคดีไปสู่ศาลแล้ว ให้นายทะเบียนรอฟังคำพิพากษาของศาล ถ้ามิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนหรือนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าหรือนำคดีไปสู่ศาลเป็นอันสิ้นไป

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ เมื่อนายทะเบียนรับคำขอจดทะเบียนรายใดและคำขอนั้นไม่มีผู้คัดค้านก็ดี หรือมีผู้คัดค้านแต่ได้วินิจฉัยให้ผู้ยื่นคำขอชนะก็ดี ท่านให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ เมื่อรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใด ท่านว่าภายในบังคับแห่งมาตรา ๑๕ ให้จดวันที่ลงในคำขอนั้นเป็นวันจดทะเบียน และตามความหมายของพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันจดทะเบียน

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้นายทะเบียนออกหนังสือคู่มือให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดี

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ถ้าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากระทำให้เสร็จไปภายในหกเดือนนับแต่วันขอจดทะเบียนไม่ได้เพราะความบกพร่องของผู้ขอจดทะเบียน ให้นายทะเบียนแจ้งความเป็นหนังสือให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ และถ้าการจดทะเบียนไม่เสร็จไปภายในเวลาที่กำหนดให้ในคำแจ้งความ ท่านให้ถือว่าผู้ขอละทิ้งคำขอของตน

หมวด ๕ ผลแห่งการขอจดทะเบียน

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ บุคคลผู้ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ท่านให้ถือว่าเป็นจ้าของ มีสิทธิผู้เดียวเพื่อใช้เครื่องหมายสำหรับสินค้าทั้งหมดในจำพวกหนึ่ง หรือหลายจำพวกที่ได้จดทะเบียนไว้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ เครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้โดยมิได้จำกัดสีนั้น ให้ถือว่าได้จดทะเบียนไว้ทุกสี

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เมื่อได้ใช้พระราชบัญญัตินี้ห้าปีแล้ว ท่านว่าผู้ใดจะนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อป้องกัน หรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นไม่ได้ ท่านว่าข้อความในพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบถึงสิทธิในการฟ้องร้องคดีซึ่งจำเลยเอาสินค้าของจำเลยไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของผู้อื่น และไม่ตัดสิทธิทางแก้อันผู้เสียหายจะพึงมี

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ การจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าไม่เป็นการขัดขวางต่อผู้ใดในการใช้โดยสุจริต ซึ่งนามและสำนักงานการค้าของตน หรือของผู้ที่อยู่ในตำแหน่งตนมาก่อนในกิจการค้าขายนั้น หรือสิทธิในการใช้โดยสุจริตซึ่งคำบรรยายลักษณะหรือคุณสมบัติแห่งสินค้าของตน

หมวด ๖ การแก้ทะเบียนและการโอนเครื่องหมายการค้า

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น โอนกันได้แต่เฉพาะเมื่อโอนพร้อมกับกิจการค้าขายสินค้าที่ได้จดทะเบียนใช้เครื่องหมายนั้น

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ เครื่องหมายชุดที่จดทะเบียนไว้ตามมาตรา ๑๒ นั้น ถ้าจะโอนแก่กันต้องโอนทั้งชุด ท่านมิให้แยกโอน

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วก็ดี หรือการเปลี่ยนแปลงข้อความใด ๆ ซึ่งได้จดทะเบียนแล้วก็ดี ท่านว่าต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ การขอเปลี่ยนแปลงก็ดี ขอโอนก็ดี ต้องยื่นหนังสือคำขอตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดี

หมวด ๗ ต่ออายุและเพิกถอนการจดทะเบียน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ท่านว่าสมบูรณ์เพียงสิบปี แต่จะต่ออายุตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ก็ได้

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ภายในเวลาสามเดือนก่อนสิ้นอายุการจดทะเบียน เจ้าของจะขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าของตนตามวิธีที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดีอีกสิบปีจากวันสิ้นอายุการจดทะเบียนเดิม หรือจากวันสิ้นอายุที่ได้ต่อไว้ครั้งหลังก็ได้

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ก่อนสิ้นอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่น้อยกว่าสามเดือน ให้นายทะเบียนแจ้งวันสิ้นอายุไปยังเจ้าของเครื่องหมาย ณ สำนักงานที่จดทะเบียนไว้ และเมื่อหมดอายุการจดทะเบียนแล้ว ถ้าไม่มีคำขอต่ออายุยื่นขึ้นมาก็ดี หรือเจ้าของไม่ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดีสำหรับการขอต่ออายุก็ดี ท่านว่านายทะเบียนจะเพิกถอนเครื่องหมายการค้านั้นเสียจากทะเบียนก็ได้

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ เมื่อนายทะเบียนได้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามความในมาตรา ๓๗ แล้ว ถ้ามีการขอจดทะเบียนขึ้นมาภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเพิกถอน ท่านให้ถือว่าเครื่องหมายนั้นยังอยู่ในทะเบียน เว้นแต่จะมีผู้มาแสดงให้เป็นที่พอใจนายทะเบียนได้ว่า เครื่องหมายนั้นมิได้มีการใช้โดยสุจริตในระวางสองปีก่อนวันที่เพิกถอนนั้น

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ถ้าเจ้าของเครื่องหมาย (หรือผู้แทน) ได้เลิกตั้งสำนักงานการค้า หรือสถานที่สำหรับส่งบัตรหมายในประเทศสยาม ท่านว่าให้นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเสีย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ก่อนดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามข้อความในมาตรา ๓๗ หรือ ๓๙ นั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือบอกล่วงหน้าแก่เจ้าของหรือผู้แทนสามเดือน คำบอกล่วงหน้านั้นให้ส่ง ณ สำนักงานซึ่งได้จดทะเบียนครั้งหลัง

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนได้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำร้องและได้แสดงว่า (๑) ผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ หรือ (๒) เครื่องหมายการค้านั้นในบัดนี้เป็นสิ่งสามัญในการค้าขาย หรือ (๓) เครื่องหมายการค้านั้นได้จดทะเบียนไว้ผิดต่อบทบัญญัติมาตรา ๔ และ ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ร้องแสดงได้เพียงว่าตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำพวกที่ได้จดทะเบียนไว้ ก็ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้า ซึ่งผู้ร้องไม่ได้แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ เมื่อมีเจ้าทุกข์ร้องขอต่อศาลและศาลพิจารณาเห็นเหตุว่า ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือเจ้าของคนก่อนได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้โดยมิได้ตั้งใจสุจริตที่จะใช้เป็นเครื่องหมายสินค้านั้น ๆ และตามความจริงก็มิได้เคยใช้เครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้านั้น ๆ โดยสุจริตประการหนึ่ง หรืออีกประการหนึ่งในระวางห้าปีก่อนร้องขอนั้นมิได้มีการใช้โดยสุจริตซึ่งเครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้ดั่งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนการจดทะเบียน เว้นแต่การที่ไม่ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาข้างบนนั้นเป็นด้วยพฤติการณ์พิเศษในการค้า และไม่ใช่เป็นเพราะความตั้งใจที่จะไม่ใช้ หรือความตั้งใจที่จะละทิ้งเครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้าที่จดทะเบียนไว้

หมวด ๘ เบ็ดเตล็ด

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ระวางเวลาทำการ บุคคลผู้ใคร่ทราบ มีสิทธิมาตรวจดูทะเบียนเครื่องหมายการค้า ณ หอทะเบียน และขอสำเนารายการจดทะเบียนได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดี

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าค่าฤชาธรรมเนียมศาลในส่วนของนายทะเบียนนั้นให้อยู่ในดุลพินิจของศาล แต่มิให้ศาลสั่งนายทะเบียนเสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนฝ่ายอื่น

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ผู้ใดแสดงเครื่องหมายการค้าที่มิได้จดทะเบียนว่าเป็นเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว หรือขายหรือเสนอขายสินค้าซึ่งมีเครื่องหมายที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จเช่นว่ามานี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สินค้าที่ใช้เครื่องหมายเท็จตามวรรคก่อนนั้นให้ริบเสีย ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอำนาจออกกฎเสนาบดีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและว่าด้วยกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎเสนาบดีนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ประกาศมา ณ วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน รายการจำพวกสินค้า จำพวกที่ ๑ เคมีวัตถุสำหรับใช้ในหัตถกรรม การถ่ายรูปหรือการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ และใช้เป็นยากันผุเสีย จำพวกที่ ๒ เคมีวัตถุสำหรับใช้ในการทำไร่นา เรือกสวน การรักษาโรคสัตว์ และการสุขาภิบาล จำพวกที่ ๓ เคมีวัตถุซึ่งทำขึ้นสำหรับใช้เป็นโอสถและในการผสมโอสถ จำพวกที่ ๔ วัตถุซึ่งมาแต่รุกขชาติ สัตว์ และแร่ ตามธรรมชาติเดิมหรือทำขึ้นแล้วบ้างซึ่งไม่เข้าในพวกอื่น จำพวกที่ ๕ โลหะที่ไม่ได้ดัดแปลงขึ้น และที่ได้ดัดแปลงขึ้นบ้างแล้วสำหรับใช้ในหัตถกรรม จำพวกที่ ๖ เครื่องจักรทุกชนิด และส่วนของเครื่องจักร เว้นแต่เครื่องจักรที่ใช้ในการทำไร่นาเรือกสวน และส่วนของเครื่องจักรนั้น ๆ ซึ่งเข้าในจำพวก ๗ จำพวกที่ ๗ เครื่องจักรที่ใช้ในการทำไร่นาเรือกสวน และส่วนของเครื่องจักรนั้น ๆ จำพวกที่ ๘ บรรดาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สำหรับใช้เป็นประโยชน์ต่าง ๆ และเครื่องมือสำหรับใช้ในการสอน จำพวกที่ ๙ เครื่องดนตรี จำพวกที่ ๑๐ เครื่องบอกเวลา จำพวกที่ ๑๑ เครื่องมือและสิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น (ที่ไม่มีโอสถผสมอยู่) สำหรับใช้ในศัลยกรรม หรือการบำบัดโรคแก่มนุษย์และสัตว์ จำพวกที่ ๑๒ เครื่องตัด จิ้ม และเครื่องมือมีคม จำพวกที่ ๑๓ ของที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งไม่เข้าจำพวกอื่น จำพวกที่ ๑๔ ของที่ทำด้วยโลหะอันมีค่า และเครื่องอาภรณ์ประดับกาย รวมทั้งของที่ทำเทียมด้วย จำพวกที่ ๑๕ เครื่องแก้ว และกระจก จำพวกที่ ๑๖ เครื่องกระเบื้อง และเครื่องปั้นดินเผา จำพวกที่ ๑๗ ของซึ่งทำขึ้นจากแร่ และจากวัตถุอื่น ๆ เพื่อการก่อสร้างหรือการตกแต่ง จำพวกที่ ๑๘ สิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการวิศวกรรม สถาปนิก และก่อสร้าง จำพวกที่ ๑๙ ศัสตราวุธ กระสุนดินดำ และอาวุธภัณฑ์ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกที่ ๒๐ จำพวกที่ ๒๐ วัตถุระเบิด จำพวกที่ ๒๑ สิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการแผนผังต่อเรือ และเครื่องใช้ต่าง ๆ สำหรับเรือซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๒ ยวดยาน จำพวกที่ ๒๓ (ก) ด้าย (ข) ด้ายเย็บผ้า จำพวกที่ ๒๔ ผ้าฝ้าย จำพวกที่ ๒๕ ของทำด้วยฝ้าย ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๖ เส้นลิเนนและเส้นปอต่าง ๆ (เฮมป์) จำพวกที่ ๒๗ ผ้าลิเนนและผ้าปอต่าง ๆ (เฮมป์) จำพวกที่ ๒๘ ของทำด้วยลิเนนและปอต่าง ๆ (เฮมป์) ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๙ เส้นปอกระเจา (ยูต) และผ้าป่าน และของอื่น ๆ ที่ทำด้วยปอกระเจา (ยูต) ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๐ ไหมปั่น ไหมฟั่น และไหมเย็บ จำพวกที่ ๓๑ ผ้าแพร จำพวกที่ ๓๒ ของทำด้วยไหม ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๓ เส้นขนสัตว์ฟั่น หรือไหมพรม จำพวกที่ ๓๔ ผ้าทำด้วยขนสัตว์หรือไหมพรม จำพวกที่ ๓๕ ของทำด้วยขนสัตว์และไหมพรม ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๖ พรม ผ้าปูพื้น และผ้าน้ำมัน จำพวกที่ ๓๗ หนังสัตว์ฟอก หนังสัตว์ที่ยังมิได้ฟอก ทั้งที่แต่งแล้วและยังมิได้แต่ง กับของทำด้วยหนังสัตว์ฟอกแล้ว ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๘ เครื่องนุ่งห่มและแต่งกาย จำพวกที่ ๓๙ กระดาษ (นอกจากกระดาษปิดผนัง) เครื่องเขียน และเครื่องเย็บสมุด จำพวกที่ ๔๐ ของทำด้วยยางอินเดียรับเบอร์และยางกัตตะเปอร์ซา ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๔๑ เครื่องแต่งเรือน จำพวกที่ ๔๒ วัตถุที่ใช้เป็นอาหาร หรือเป็นเครื่องปรุงอาหาร จำพวกที่ ๔๓ สุราเมรัย จำพวกที่ ๔๔ น้ำแร่ และน้ำอัดลม ซึ่งเป็นเองและทำขึ้น จำพวกที่ ๔๕ ยาสูบที่แต่งแล้ว และยังมิได้แต่ง จำพวกที่ ๔๖ พืชพรรณ สำหรับการทำไร่นาเรือกสวน จำพวกที่ ๔๗ เทียน สบู่สามัญ ของสำหรับล้างทำความสะอาด น้ำมันจุดเพื่อสว่าง เพื่อเกิดความร้อน และน้ำมันหยอดเครื่องจักร ไม้ขีดไฟ แป้ง คราม และสิ่งอื่นที่ทำขึ้นใช้ในการซักฟอก จำพวกที่ ๔๘ เครื่องหอม (รวมทั้งเครื่องเบ็ดเตล็ดสำหรับแต่งกาย ตบแต่งผิว สิ่งที่ทำขึ้นใช้สำหรับฟัน สำหรับผม และสบู่หอม) จำพวกที่ ๔๙ เครื่องเล่นทุกชนิด และสิ่งทั้งปวงที่ใช้ในการกีฬา ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๕๐ เบ็ดเตล็ด (๑) ของทำด้วยเขี้ยวงา กระดูก หรือไม้ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๒) ของทำด้วยฟางหรือหญ้า ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๓) ของทำมาจากสัตว์ และรุกขชาติ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๔) กล้องยาสูบ (๕) ร่ม ไม้เท้า แปรง และหวี (๖) ยาขัดทาเครื่องแต่งเรือน ยาขัดภาชนะ (๗) ผ้าตาปอลิน ผ้าเต๊นต์ ผ้ากันฝน เชือกเส้นใหญ่ (ปอกระเจาหรือปอต่าง ๆ ) เชือกต่าง ๆ (๘) ดุมทุกชนิด นอกจากดุมที่ทำด้วยโลหะอันมีค่าหรือของเทียมโลหะนั้น (๙) ของอัด (แป็คกิง) และสายสูบน้ำ (๑๐) ของต่าง ๆ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกที่กล่าวมาแล้ว พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ การอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนต่อรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๖, ๑๘ และ ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ นั้น ท่านให้ยื่นอุทธรณ์ทางนายทะเบียนภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งเหตุไม่รับจดทะเบียนดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งเหตุไม่รับจดทะเบียนจากนายทะเบียนไว้ก่อนวันออกพระราชบัญญัตินี้ไซร้ ท่านให้นับกำหนดเวลาอุทธรณ์ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังมิได้วินิจฉัย เป็นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ กำหนดเวลาสำหรับยื่นอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ กำหนดเวลายื่นคำคัดค้านการจดทะเบียนกำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งที่อาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียนและกำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าได้นำคดีไปสู่ศาลแล้วตามมาตรา ๒๒ (ก) มาตรา ๒๒ (ค) และมาตรา ๒๒ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นับกำหนดเวลาดังกล่าวตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป

มาตรา ๑๒附則

มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากเห็นสมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ เมื่อมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งเดิมต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรี และให้การพิจารณาวินิจฉัยดำเนินไปโดยรวดเร็ว และในเรื่องคัดค้านการจดทะเบียน หรือโต้แย้งคำคัดค้านดังกล่าว ซึ่งเมื่อนายทะเบียนวินิจฉัยให้ฝ่ายใดชนะแล้ว ผู้แพ้หากไม่พอใจจะต้องนำคดีไปสู่ศาลอันเป็นการล่าช้า จึงควรเปิดทางให้ฝ่ายแพ้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ด้วย นอกจากนี้ เพื่อให้คณะกรรมการคณะนี้มีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าขัดต่อรัฐประศาสโนบายได้ด้วย ซึ่งแต่เดิมศาลเท่านั้นมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนทะเบียนได้เฉพาะเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในขณะนั้นขัดต่อรัฐประศาสโนบายเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ แต่ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าซึ่งปรากฎภายหลังการจดทะเบียนว่าขัดต่อรัฐประศาสโนบายเพราะว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปนั้นไม่มีอำนาจที่จะสั่งถอนทะเบียนได้ อีกประการหนึ่ง เพื่อป้องกันการแสดงเครื่องหมายการค้าที่มิได้จดทะเบียนว่าได้จดทะเบียนแล้ว อันเป็นความเท็จให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเพิ่มอัตราโทษให้หนักขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จึงเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าให้รัดกุมยิ่งขึ้น พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查