มาตรา ๓๕
มาตรา ๓๕ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ท่านว่าสมบูรณ์เพียงสิบปี แต่จะต่ออายุตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
มาตรา ๓๕ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ท่านว่าสมบูรณ์เพียงสิบปี แต่จะต่ออายุตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
มาตรา ๓๖ ภายในเวลาสามเดือนก่อนสิ้นอายุการจดทะเบียน เจ้าของจะขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าของตนตามวิธีที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดีอีกสิบปีจากวันสิ้นอายุการจดทะเบียนเดิม หรือจากวันสิ้นอายุที่ได้ต่อไว้ครั้งหลังก็ได้
มาตรา ๓๗ ก่อนสิ้นอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่น้อยกว่าสามเดือน ให้นายทะเบียนแจ้งวันสิ้นอายุไปยังเจ้าของเครื่องหมาย ณ สำนักงานที่จดทะเบียนไว้ และเมื่อหมดอายุการจดทะเบียนแล้ว ถ้าไม่มีคำขอต่ออายุยื่นขึ้นมาก็ดี หรือเจ้าของไม่ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดีสำหรับการขอต่ออายุก็ดี ท่านว่านายทะเบียนจะเพิกถอนเครื่องหมายการค้านั้นเสียจากทะเบียนก็ได้
มาตรา ๓๘ เมื่อนายทะเบียนได้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามความในมาตรา ๓๗ แล้ว ถ้ามีการขอจดทะเบียนขึ้นมาภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเพิกถอน ท่านให้ถือว่าเครื่องหมายนั้นยังอยู่ในทะเบียน เว้นแต่จะมีผู้มาแสดงให้เป็นที่พอใจนายทะเบียนได้ว่า เครื่องหมายนั้นมิได้มีการใช้โดยสุจริตในระวางสองปีก่อนวันที่เพิกถอนนั้น
มาตรา ๓๙ ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ถ้าเจ้าของเครื่องหมาย (หรือผู้แทน) ได้เลิกตั้งสำนักงานการค้า หรือสถานที่สำหรับส่งบัตรหมายในประเทศสยาม ท่านว่าให้นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเสีย
มาตรา ๔๐ ก่อนดำเนินการเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามข้อความในมาตรา ๓๗ หรือ ๓๙ นั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือบอกล่วงหน้าแก่เจ้าของหรือผู้แทนสามเดือน คำบอกล่วงหน้านั้นให้ส่ง ณ สำนักงานซึ่งได้จดทะเบียนครั้งหลัง
มาตรา ๔๑ ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนได้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำร้องและได้แสดงว่า (๑) ผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ หรือ (๒) เครื่องหมายการค้านั้นในบัดนี้เป็นสิ่งสามัญในการค้าขาย หรือ (๓) เครื่องหมายการค้านั้นได้จดทะเบียนไว้ผิดต่อบทบัญญัติมาตรา ๔ และ ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ร้องแสดงได้เพียงว่าตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำพวกที่ได้จดทะเบียนไว้ ก็ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้า ซึ่งผู้ร้องไม่ได้แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า
มาตรา ๔๒ เมื่อมีเจ้าทุกข์ร้องขอต่อศาลและศาลพิจารณาเห็นเหตุว่า ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือเจ้าของคนก่อนได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้โดยมิได้ตั้งใจสุจริตที่จะใช้เป็นเครื่องหมายสินค้านั้น ๆ และตามความจริงก็มิได้เคยใช้เครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้านั้น ๆ โดยสุจริตประการหนึ่ง หรืออีกประการหนึ่งในระวางห้าปีก่อนร้องขอนั้นมิได้มีการใช้โดยสุจริตซึ่งเครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้ดั่งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนการจดทะเบียน เว้นแต่การที่ไม่ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวมาข้างบนนั้นเป็นด้วยพฤติการณ์พิเศษในการค้า และไม่ใช่เป็นเพราะความตั้งใจที่จะไม่ใช้ หรือความตั้งใจที่จะละทิ้งเครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้าที่จดทะเบียนไว้
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).