ข้อ ๒๓ ให้นำความในข้อ ๑๒ มาใช้บังคับแก่ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยโดยอนุโลม ผู้ขออนุญาตซึ่งประสงค์จะขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยหนังสือที่หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ดำเนินการแทน
ข้อ ๒๔ ผู้ขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินซึ่งใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร
ผู้ซึ่งประสงค์จะขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ในกรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้ขออนุญาต (๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตและหนังสือแสดงว่าผู้ขออนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลดังกล่าวด้วย (๓) เอกสารแสดงการจดทะเบียนในราชอาณาจักรซึ่งยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (๔) คำยินยอมให้ผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลตาม (๑) หรือ
(๒) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๒๕ ให้ผู้รับอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชา ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา
หมวด ๘ การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อการศึกษา วิจัย หรือใช้สำหรับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์
ข้อ ๒๖ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อการศึกษา ต้องเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ (๒)
หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ (๓) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (๔) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (๕) สภากาชาดไทย (๖)
สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์
ข้อ ๒๗ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อการวิจัย ต้องเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ (๒)
หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ (๓) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (๔) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (๕) สภากาชาดไทย (๖)
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (๗) ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ทั้งนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๖/๕ (๒) (๘) สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (๙)
ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม (๑) (๒) (๓) (๕) หรือ (๘) (๑๐) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม (๑) (๒) (๓) (๕) หรือ (๘) (๑๑) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม (๑) (๒) (๓) (๕) หรือ (๘) (๑๒) ผู้ขออนุญาตอื่นตามมาตรา ๒๖/๕
(๗) ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ซึ่งมีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
ปฏิบัติงานอยู่ในสถานพยาบาลนั้น (ข) ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (ค) ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนโบราณตามกฎหมายว่าด้วยยา (ง) ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร (จ)
ผู้ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้รับอนุญาตตาม (ข) (ค) หรือ (ง) (ฉ) ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัย ทางการแพทย์ เภสัชกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์
ข้อ ๒๘ ผู้ขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อใช้สำหรับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ ต้องเป็น (๑) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ (๒)
หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ (๓) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม (๔) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (๕) สภากาชาดไทย (๖)
สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ (๗) ผู้ขออนุญาตอื่นตามมาตรา ๒๖/๕ (๗) ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา (ข)
ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนโบราณตามกฎหมายว่าด้วยยา (ค) ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ง) ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการวิเคราะห์หรือวิจัยทางการแพทย์ เภสัชกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์
ข้อ ๒๙ ผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ หรือข้อ ๒๘ ซึ่งประสงค์จะขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชา เพื่อการศึกษา วิจัย หรือใช้สำหรับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ แล้วแต่กรณี ให้ยื่นคำขอต่อผู้อนุญาต พร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑)
ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๖ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ข้อ ๒๗ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) หรือข้อ ๒๘ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ให้แนบหนังสือที่หน่วยงานของรัฐหรือสภากาชาดไทยแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ดำเนินการแทน (๒) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๖ (๖) ข้อ ๒๗ (๘) หรือข้อ ๒๘ (๖)
ให้ระบุเลขที่ใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (๓) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๖) ให้แนบสำเนาใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม สำเนาใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สำเนาใบประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือสำเนาใบประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง
พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองการผ่านการอบรมหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (๔) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๗) ให้แนบสำเนาใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย สำเนาใบประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือสำเนาใบรับรองตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยในกรณีที่เป็นหมอพื้นบ้าน
พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองการผ่านการอบรมหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (๕) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ให้ระบุเลขทะเบียนวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เลขทะเบียนวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
หรือเลขทะเบียนสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ แล้วแต่กรณี พร้อมด้วยหนังสือที่แสดงว่าได้ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๑) (๒) (๓) (๕) หรือ (๘) (๖) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๑๒) (ก)
ให้ระบุเลขที่ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล รวมทั้งแนบสำเนาใบประกอบวิชาชีพของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (๗) ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๑๒) (ข) (ค) หรือ (ง) หรือข้อ ๒๘ (๗) (ก) (ข) หรือ (ค) ให้ระบุชื่อผู้รับอนุญาตและเลขที่ใบอนุญาต (๘)
ในกรณีที่เป็นผู้ขออนุญาตตามข้อ ๒๗ (๑๒) (จ) ให้แนบหนังสือที่แสดงว่าได้ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้รับอนุญาตตามข้อ ๒๗ (๑๒) (ข) (ค) หรือ (ง) และระบุชื่อผู้รับอนุญาตและเลขที่ใบอนุญาตของผู้รับอนุญาตที่ดำเนินการร่วมกันนั้น (๙) ชื่อ ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน
ในกรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้ขออนุญาต (๑๐) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตและหนังสือแสดงว่าผู้ขออนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลดังกล่าวด้วย (๑๑) คำยินยอมให้ผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลตาม (๒) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙)
หรือ (๑๐) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ (๑๒) แผนที่แสดงที่ตั้งและพิกัดของสถานที่ที่ขออนุญาต สถานที่เก็บ และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานแสดงลักษณะของสถานที่ดังกล่าว (๑๓) รายละเอียดแผนการผลิต การนำเข้า การส่งออก การจำหน่าย หรือการใช้ประโยชน์ แล้วแต่กรณี
และมาตรการรักษาความปลอดภัย (๑๔) ในกรณีการขออนุญาตเพื่อการวิจัย ให้แนบโครงการวิจัยที่มีรูปแบบตามหลักวิชาการ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีที่เป็นการวิจัยในมนุษย์ ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ตามที่เลขาธิการกำหนด (ข)
กรณีที่เป็นการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้แนบเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (๑๕) ในกรณีที่เป็นการขออนุญาตเพื่อการศึกษา ให้แนบหลักสูตร ลักษณะการจัดการเรียนการสอน รูปแบบการแสดงนิทรรศการ
หรือการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).