กฎกระทรวง การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน การนัดหยุดงาน และการกระทำอันไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือและเจ้าของเรือ พ.ศ. ๒๕๖๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ข้อพิพาทแรงงานทางทะเล” หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าของเรือกับคนประจำเรือเกี่ยวกับสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน “การปิดงาน” หมายความว่า การที่เจ้าของเรือปฏิเสธไม่ยอมให้คนประจำเรือทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานทางทะเล “การนัดหยุดงาน” หมายความว่า
การที่คนประจำเรือร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานทางทะเล
หมวด ๑ การระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล
ข้อ ๒ ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือคนประจำเรือแจ้งข้อเรียกร้องให้กำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือสภาพการทำงาน แล้วแต่กรณี แต่ไม่มีการเจรจากัน หรือเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าได้มีข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเกิดขึ้น
และให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
ข้อ ๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้อเรียกร้อง ถ้าตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรองและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรองในงานแรงงานทางทะเลมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้อพิพาทแรงงานทางทะเลนั้นเป็นข้อพิพาทแรงงานทางทะเลที่ตกลงกันไม่ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจตกลงกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล หรือเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
หรือจะปิดงานหรือนัดหยุดงานโดยไม่ขัดต่อข้อ ๑๓ ก็ได้
ข้อ ๔ การแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจตกลงกันแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลก็ได้
ข้อ ๕ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ทราบการแต่งตั้ง ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลแจ้งเป็นหนังสือให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบถึงวิธีพิจารณากำหนดวันส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล และวัน เวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล
ข้อ ๖ ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต้องให้โอกาสฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องชี้แจงแถลงเหตุผลและนำพยานเข้าสืบอย่างเท่าเทียมกัน
ข้อ ๗ คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต้องทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้ (๑) วันเดือนปีที่ทำคำชี้ขาด (๒) ประเด็นแห่งข้อพิพาทแรงงานทางทะเล (๓) ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ (๔) เหตุผลแห่งคำชี้ขาด (๕) คำชี้ขาดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติ (๖)
ลายมือชื่อของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล คำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล กรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลหลายคน ให้ถือเสียงข้างมากและต้องลงลายมือชื่อผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลทุกคน
ข้อ ๘ ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลส่งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบภายในสามวันนับแต่วันที่ทำคำชี้ขาด พร้อมทั้งปิดสำเนาคำชี้ขาดไว้ ณ สถานที่ที่คนประจำเรือซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทำงานอยู่
ข้อ ๙ ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทำคำชี้ขาด
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้คณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ พร้อมจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผล และพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้พิจารณาชี้ขาดภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลดังกล่าวถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีทราบ และขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้
รัฐมนตรีมีอำนาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่เห็นสมควร คำชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด คำชี้ขาดมีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๒ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจเจรจากันเองเพื่อยุติข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเมื่อใดก็ได้ก่อนที่ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลหรือคณะกรรมการมีคำชี้ขาด กรณีฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้แล้ว ให้ถือว่าข้อพิพาทนั้นเป็นอันยุติตามที่ได้ตกลงกันนั้น
และให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรองและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรองในงานแรงงานทางทะเลมาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวด ๒ การปิดงานและการนัดหยุดงาน
ข้อ ๑๓ ห้ามมิให้เจ้าของเรือปิดงานหรือคนประจำเรือนัดหยุดงานในระหว่างที่มีการเดินเรือทางทะเล
ข้อ ๑๔ เจ้าของเรืออาจปิดงานหรือคนประจำเรืออาจนัดหยุดงานได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีการแจ้งข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามข้อ ๒ แล้ว และข้อพิพาทแรงงานทางทะเลนั้นเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามข้อ ๓ วรรคสาม (๒) เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง (๓)
เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ไกล่เกลี่ยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง (๔) เมื่อฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาด (๕) เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามข้อ ๓ วรรคสาม
และไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๕ ในการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน ให้เจ้าของเรือซึ่งประสงค์จะปิดงานหรือคนประจำเรือซึ่งประสงค์จะนัดหยุดงาน แล้วแต่กรณี แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่และอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนการปิดงานหรือการนัดหยุดงาน
หมวด ๓ การพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรม
ข้อ ๑๖ กรณีเจ้าของเรือกระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คนประจำเรือผู้เสียหายเนื่องจากการฝ่าฝืนดังกล่าวมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน
ข้อ ๑๗ เมื่อได้รับคำร้องตามข้อ ๑๖ แล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดและออกคำสั่งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีทราบ และขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้
รัฐมนตรีมีอำนาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างหรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง
ให้คณะกรรมการมีคำสั่งให้เจ้าของเรือต้องปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วย
ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามข้อ ๑๗ แล้ว ถ้าคนประจำเรือหรือเจ้าของเรือไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการ ย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง ในกรณีที่ผู้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามวรรคหนึ่ง ไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด ให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด
หมวด ๔ การแจ้งและการยื่นคำร้อง
ข้อ ๑๙ การแจ้งข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๒ การแจ้งวันกำหนดส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๕ การแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๙ การแจ้งการปิดงานหรือการนัดหยุดงานตามข้อ ๑๕ และการยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามข้อ ๑๖ ให้ผู้แจ้งหรือผู้ยื่นคำร้องขอ
แล้วแต่กรณี แจ้งหรือยื่นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดเป็นหลัก ในระหว่างที่ยังไม่สามารถแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้แจ้งหรือยื่นด้วยตนเองหรือวิธีอื่นตามที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดไปพลางก่อน
ข้อ ๒๐ การแจ้งหรือการยื่นคำร้องขอต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย คณะกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎกระทรวงนี้ หากผู้แจ้งหรือผู้ยื่นคำร้องขอประสงค์จะแจ้งหรือยื่นด้วยตนเอง ให้ยื่น ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล การปิดงาน และการนัดหยุดงาน การกระทำอันไม่เป็นธรรม และอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับคนประจำเรือและเจ้าของเรือ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).