ข้อ ๒ ในกรณีที่เจ้าของเรือหรือคนประจำเรือแจ้งข้อเรียกร้องให้กำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือสภาพการทำงาน แล้วแต่กรณี แต่ไม่มีการเจรจากัน หรือเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าได้มีข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเกิดขึ้น
และให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
ข้อ ๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งข้อเรียกร้อง ถ้าตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรองและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรองในงานแรงงานทางทะเลมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าข้อพิพาทแรงงานทางทะเลนั้นเป็นข้อพิพาทแรงงานทางทะเลที่ตกลงกันไม่ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจตกลงกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล หรือเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
หรือจะปิดงานหรือนัดหยุดงานโดยไม่ขัดต่อข้อ ๑๓ ก็ได้
ข้อ ๔ การแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจตกลงกันแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลก็ได้
ข้อ ๕ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ทราบการแต่งตั้ง ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลแจ้งเป็นหนังสือให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบถึงวิธีพิจารณากำหนดวันส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานทางทะเล และวัน เวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล
ข้อ ๖ ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงานทางทะเล ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต้องให้โอกาสฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องชี้แจงแถลงเหตุผลและนำพยานเข้าสืบอย่างเท่าเทียมกัน
ข้อ ๗ คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต้องทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังต่อไปนี้ (๑) วันเดือนปีที่ทำคำชี้ขาด (๒) ประเด็นแห่งข้อพิพาทแรงงานทางทะเล (๓) ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ (๔) เหตุผลแห่งคำชี้ขาด (๕) คำชี้ขาดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติ (๖)
ลายมือชื่อของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล คำชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเล กรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลหลายคน ให้ถือเสียงข้างมากและต้องลงลายมือชื่อผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลทุกคน
ข้อ ๘ ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลส่งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องทราบภายในสามวันนับแต่วันที่ทำคำชี้ขาด พร้อมทั้งปิดสำเนาคำชี้ขาดไว้ ณ สถานที่ที่คนประจำเรือซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทำงานอยู่
ข้อ ๙ ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลแจ้งคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทำคำชี้ขาด
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการเสนอข้อพิพาทแรงงานทางทะเลให้คณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ พร้อมจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผล และพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลตามข้อ ๑๐ แล้ว ให้พิจารณาชี้ขาดภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รับข้อพิพาทแรงงานทางทะเลดังกล่าวถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานปัญหาและอุปสรรคให้รัฐมนตรีทราบ และขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้
รัฐมนตรีมีอำนาจขยายระยะเวลาให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่เห็นสมควร คำชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด คำชี้ขาดมีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๒ ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องอาจเจรจากันเองเพื่อยุติข้อพิพาทแรงงานทางทะเลเมื่อใดก็ได้ก่อนที่ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทางทะเลหรือคณะกรรมการมีคำชี้ขาด กรณีฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้แล้ว ให้ถือว่าข้อพิพาทนั้นเป็นอันยุติตามที่ได้ตกลงกันนั้น
และให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการเจรจาต่อรองและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยการรวมตัวและการเจรจาต่อรองในงานแรงงานทางทะเลมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).