กฎกระทรวง กำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นจากการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๖๙/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “การขนส่งวัตถุอันตราย” หมายความว่า การขนส่งวัตถุอันตรายทางบก โดยไม่รวมการขนส่งทางระบบราง “ผู้ได้รับความเสียหาย” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับความเสียหายจากวัตถุอันตราย และหมายความรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ได้รับความเสียหายที่ถึงแก่ความตายด้วย “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง
กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด
“เอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า นิติบุคคลเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้อำนวยการในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด บรรเทา
หรือขจัดความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากวัตถุอันตรายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิม “ผู้รับประกันภัย” หมายความว่า บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
ข้อ ๒ การขนส่งวัตถุอันตรายที่ได้มีการทำประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย ชีวิต หรือทรัพย์สินตามมาตรา ๒๐ (๑/๑) ให้ผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อชดเชยให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยและชีวิตจากวัตถุอันตรายโดยตรง
โดยผู้นั้นต้องไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในกรณีที่ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้เพียงทางเดียว (๒)
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ สำหรับการเข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด บรรเทา ขจัดความเสียหาย เพื่อป้องกันหรือจำกัดความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากวัตถุอันตราย หรือทำให้สิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพเดิมหรือให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิม
หมวด ๒ จำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น
ข้อ ๓ ค่าเสียหายเบื้องต้นเพื่อชดเชยให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยและชีวิตจากวัตถุอันตรายโดยตรงตามข้อ ๒ (๑) ให้นำหลักเกณฑ์และอัตราค่าเสียหายเบื้องต้นที่จะได้รับเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๔ ค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐตามข้อ ๒ (๒) ต้องเป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ (๑) ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ และค่าใช้สอย (๒) ค่าจ้างผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ ๕ ค่าเสียหายเบื้องต้นตามข้อ ๔ ให้ได้รับตามจำนวนเท่าที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินสองแสนบาท
หมวด ๓ การจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นของผู้รับประกันภัย
ข้อ ๖ การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น บุคคลผู้มีสิทธิร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ระยะเวลาที่สามารถร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น และการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายตามข้อ ๒ (๑) ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๗ ให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ ขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากผู้รับประกันภัย โดยยื่นคำขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด พร้อมแสดงหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ และค่าใช้สอย (ก) กรณีใช้วัสดุ
ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ให้มีหนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐระบุรายการวัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ได้ใช้ไปพร้อมหลักฐานแสดงราคา (ข) กรณีที่ซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ หรือมีค่าใช้สอย ให้มีสำเนาใบเสร็จรับเงิน หรือสำเนาใบสำคัญรับเงิน (๒)
ค่าจ้างผู้ปฏิบัติงาน ให้มีหนังสือรับรองการทำงานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้อำนวยการในเขตพื้นที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหัวหน้าหน่วยงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด แล้วแต่กรณี เป็นผู้รับรองหลักฐานตามวรรคหนึ่ง
กรณีเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นให้มีหลักฐานการมอบหมายตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนด ประกอบการขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย
ข้อ ๘ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิยื่นคำขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตามข้อ ๗ (๑) กรณีหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้ยื่นคำขอ (๒) กรณีเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ ให้ผู้แทนนิติบุคคลหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทน
เป็นผู้ยื่นคำขอ
ข้อ ๙ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ ต้องยื่นคำขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น
ข้อ ๑๐ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วน ให้ผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ยื่นคำขอตามข้อ ๙ ในกรณีที่จ่ายเป็นเช็คจะต้องไม่เป็นเช็คที่ลงวันที่ล่วงหน้า
ข้อ ๑๑ กรณีที่มีผู้ยื่นคำขอมากกว่าหนึ่งหน่วยงานและจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นที่ยื่นคำขอรวมแล้วมากกว่าสองแสนบาท ให้ผู้รับประกันภัยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตามลำดับที่มีการยื่นคำขอ
หมวด ๔ การเก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้นของหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๑๒ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวันกับสถาบันการเงินที่เป็นของรัฐ ชื่อบัญชี “ค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับเหตุจากวัตถุอันตราย...ชื่อหน่วยงานของรัฐ...” เพื่อรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากผู้รับประกันภัย และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔
ดอกผลของบัญชีเงินฝากตามวรรคหนึ่งให้นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔
ข้อ ๑๓ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้นที่ได้รับจากผู้รับประกันภัย (๒) นำค่าเสียหายเบื้องต้นตาม (๑) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔ และต้องเก็บหลักฐานการใช้จ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๔ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบัญชี ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด
ข้อ ๑๕ ให้มีการตรวจสอบภายในตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบ
ข้อ ๑๖ วิธีการเก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับหน่วยงานของรัฐในส่วนที่มิได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าเสียหายเบื้องต้น ในกรณีที่การขนส่งวัตถุอันตรายทางบกก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม และได้มีการทำประกันตามมาตรา ๒๐ (๑/๑)
ซึ่งผู้รับประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายจากวัตถุอันตราย และให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด บรรเทา หรือขจัดความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมาตรา ๖๙/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การกำหนดจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น การเก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้น และการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).