ข้อ ๑๒ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวันกับสถาบันการเงินที่เป็นของรัฐ ชื่อบัญชี “ค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับเหตุจากวัตถุอันตราย...ชื่อหน่วยงานของรัฐ...” เพื่อรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากผู้รับประกันภัย และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔
ดอกผลของบัญชีเงินฝากตามวรรคหนึ่งให้นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔
ข้อ ๑๓ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้นที่ได้รับจากผู้รับประกันภัย (๒) นำค่าเสียหายเบื้องต้นตาม (๑) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ ๔ และต้องเก็บหลักฐานการใช้จ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๑๔ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบัญชี ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด
ข้อ ๑๕ ให้มีการตรวจสอบภายในตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด และรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบ
ข้อ ๑๖ วิธีการเก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับหน่วยงานของรัฐในส่วนที่มิได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าเสียหายเบื้องต้น ในกรณีที่การขนส่งวัตถุอันตรายทางบกก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อม และได้มีการทำประกันตามมาตรา ๒๐ (๑/๑)
ซึ่งผู้รับประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายจากวัตถุอันตราย และให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด บรรเทา หรือขจัดความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมาตรา ๖๙/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การกำหนดจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น การเก็บรักษาค่าเสียหายเบื้องต้น และการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).