อารัมภบท
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๒๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแบบ วอ. ๑ แบบ วอ. ๓ แบบ วอ. ๕ หรือแบบ วอ. ๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้ จำนวน ๒ ชุด การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตราย นั้น หรือหน่วยงานอื่นที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานตามวรรคสอง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานดังกล่าวกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา รายการประกอบคำขอใด ถ้าเหมือนกับรายการที่ได้ส่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่แล้วในการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายในครั้งที่แล้วมา ผู้ยื่นคำขอจะไม่ส่งรายการนั้นมาก็ได้ เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๒ คำขออนุญาตให้ใช้ตามแบบท้ายกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้ (๑) คำขออนุญาตผลิตวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๑ (๒) คำขออนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๓ (๓) คำขออนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๕ (๔) คำขออนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๗ (๕) คำขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้แบบ วอ. ๙
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณา และออกใบอนุญาตตามขั้นตอนและระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีคำขออนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (ก) เมื่อได้รับคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบทำเลที่ตั้งของสถานที่ผลิต สถานที่เก็บรักษา เครื่องจักร ความถูกต้องของเอกสาร และจัดทำรายงานการตรวจสอบภายในสามสิบวัน (ข) เมื่อได้ดำเนินการตาม (ก) แล้ว ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบวัน (ค) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบวัน ในกรณีไม่อนุญาตให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย (๒) กรณีคำขออนุญาตนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (ก) เมื่อได้รับคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบทำเลที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาความถูกต้องของเอกสาร และจัดทำรายงานการตรวจสอบภายในสิบวัน (ข) เมื่อได้ดำเนินการตาม (ก) แล้ว ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบวัน (ค) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบวัน ในกรณีไม่อนุญาตให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย ระยะเวลาตาม (๑) และ (๒) ให้นับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารและหลักฐานเพื่อการพิจารณาครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ให้นับระยะเวลาที่หน่วยงานที่พิจารณาคำขออนุญาตสั่งการให้ผู้ยื่นคำขอไปดำเนินการให้สมบูรณ์หรือระยะเวลาที่ต้องได้รับความเห็นชอบหรืออนุญาตหรืออนุมัติจากหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติกำหนดไว้
ข้อ ๔ จังหวัดใดมีการกำหนดเขตอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เขตนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานแล้ว สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่มีเครื่องจักรตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าหรือมีคนงานตั้งแต่ห้าสิบคนหรือที่มีการใช้วัตถุอันตรายในการผลิตวันละห้าร้อยกิโลกรัมขึ้นไปต้องตั้งอยู่ในเขตดังกล่าว แต่ถ้าเขตนั้น ๆ มีขนาดไม่เพียงพอหรือมีสภาพที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการผลิตวัตถุอันตราย หรือจังหวัดใดยังไม่มีการกำหนดเขตดังกล่าว จึงจะพิจารณาให้ตั้งสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายนอกเขตดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงลักษณะของการประกอบกิจการ และคุณสมบัติของวัตถุอันตรายประกอบด้วย
ข้อ ๕ สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การขนส่งวัตถุอันตราย ไม่ก่อเหตุรำคาญ มลพิษ หรือผลกระทบใด ๆ ต่อแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและต้องไม่อยู่ในบริเวณ ดังต่อไปนี้ (๑) ภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน (๒) ในเขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย (๓) ในเขตศูนย์การค้า (๔) ภายในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากเขตสาธารณสถาน เช่น โรงเรียน หรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน หรือสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๖ สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องมีบริเวณพื้นที่ว่างโดยรอบอาคารเพื่อการควบคุมและป้องกันการเกิดอุบัติภัย โดยคำนึงถึงขนาด ลักษณะของการประกอบกิจการ และคุณสมบัติของวัตถุอันตรายประกอบด้วย
ข้อ ๗ อาคารผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารที่มีจำนวนชั้นมากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟนอกอาคารอย่างน้อยชั้นละหนึ่งแห่ง และต้องเป็นการติดตั้งที่ถาวร และมั่นคงแข็งแรง (๒) พื้นอาคารต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่กักขังน้ำหรือลื่น อันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และต้องไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับวัตถุอันตราย ในกรณีมีการผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวต้องจัดทำรางระบายและบ่อพักขนาดที่เหมาะสมเพื่อการระบายและกักเก็บวัตถุอันตายที่อาจหกหรือรั่วไหล (๓) วัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบกิจการตามขนาดและคุณสมบัติของวัตถุอันตราย รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของอัคคีภัย
ข้อ ๘ อาคารผลิตวัตถุอันตรายที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารต้องมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมและมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายนั้น ๆ (๒) มีการระบายอากาศที่เหมาะสม โดยให้มีพื้นที่ประตู หน้าต่าง และช่องลมรวมกันโดยไม่นับติดต่อระหว่างห้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ส่วนของพื้นที่ของห้องหรือมีการระบายอากาศไม่น้อยกว่า ๐.๕ ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ต่อคนงานหนึ่งคน (๓) มีบันไดที่มั่นคงแข็งแรงและมีลักษณะ ขนาด และจำนวนที่เหมาะสมกับอาคารและการประกอบกิจการ ขั้นบันไดต้องไม่ลื่นและมีช่วงระยะเท่ากันโดยตลอด บันไดและพื้นทางเดินที่อยู่สูงจากระดับพื้นตั้งแต่ ๑.๕๐ เมตรขึ้นไปต้องมีราวที่มั่นคง แข็งแรง และเหมาะสม หากอาคารดังกล่าวมีจำนวนชั้นมากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟนอกอาคารอย่างน้อยชั้นละหนึ่งบันได ซึ่งต้องเป็นการติดตั้งที่ถาวร และมั่นคงแข็งแรง (๔) พื้นอาคารต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่กักขังน้ำหรือลื่น อันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และต้องไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับวัตถุอันตราย ในกรณีมีการผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวต้องจัดทำรางระบายและบ่อพักขนาดที่เหมาะสมเพื่อการระบายและกักเก็บวัตถุอันตรายที่อาจหกหรือรั่วไหล (๕) วัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบกิจการตามขนาดและคุณสมบัติของวัตถุอันตราย รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของอัคคีภัย (๖) มีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นสัดส่วน
ข้อ ๙ สถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การขนส่งวัตถุอันตราย ไม่ก่อเหตุรำคาญ มลพิษ หรือผลกระทบใด ๆ ต่อแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงปริมาณ คุณลักษณะ และสภาพของวัตถุอันตราย รวมทั้งความปลอดภัยของภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายนั้นประกอบด้วย
ข้อ ๑๐ อาคารเก็บรักษาวัตถุอันตรายนอกจากจะต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับอาคารผลิตวัตถุอันตรายตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี ต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ อันตราย หรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม (๒) ต้องมีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเฉพาะตามคุณสมบัติของวัตถุอันตราย มีขนาดและลักษณะเหมาะสมกับชนิดและปริมาณที่ขออนุญาต รวมทั้งมีบริเวณเพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกแก่การขนย้ายวัตถุอันตรายเข้าออก (๓) อาคารที่มีความกว้างและความยาวด้านละตั้งแต่สามสิบเมตรขึ้นไป ต้องมีผนังที่ทำจากวัสดุทนไฟกั้นตัดตอนโดยมีระยะห่างกันอย่างน้อยหนึ่งผนังทุก ๆ สามสิบเมตร เพื่อป้องกันการลุกลามของอัคคีภัย ความใน (๓) มิให้ใช้บังคับกับการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อการใช้รับจ้างการค้าปลีกวัตถุอันตรายที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค หรือการใช้สอยวัตถุอันตรายส่วนบุคคล
ข้อ ๑๑ การเก็บรักษาวัตถุอันตรายในที่โล่งแจ้ง ต้องจัดให้มีการป้องกันการหกหรือรั่วไหลของวัตถุอันตรายที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ และสามารถควบคุมวัตถุอันตรายไม่ให้หกหรือรั่วไหลสู่ภายนอกได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ข้อ ๑๒ ภาชนะเก็บวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวที่มีปริมาณตั้งแต่สามหมื่นลิตรขึ้นไป ต้องมั่นคงแข็งแรงและเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่มีการติดตั้งภาชนะตามวรรคหนึ่งอยู่กับที่ หรือในกรณีที่มีการติดตั้งภาชนะเก็บวัตถุอันตรายดังกล่าวมากกว่าหนึ่งภาชนะโดยติดตั้งอยู่กับที่เป็นกลุ่ม มีปริมาณรวมกันตั้งแต่ห้าหมื่นลิตรขึ้นไป เจ้าของภาชนะดังกล่าวต้องสร้างเขื่อนคอนกรีตโดยรอบให้มีขนาดที่สามารถกักเก็บปริมาณของวัตถุอันตรายได้ทั้งหมดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อป้องกันการหกหรือรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ข้อ ๑๓ ภาชนะเก็บวัตถุอันตรายที่เป็นก๊าซที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ (pressure vessel) ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๔ การนำเข้า การส่งออก หรือการนำผ่านวัตถุอันตราย หรือการดำเนินการอื่นใดต่อวัตถุอันตรายต้องคำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศ
ข้อ ๑๕ ใบอนุญาตให้ใช้ตามแบบท้ายกฎกระทรวง ดังต่อไปนี้ (๑) ใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๒ (๒) ใบอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๔ (๓) ใบอนุญาตส่งออกวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๖ (๔) ใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายให้ใช้แบบ วอ. ๘ ใบอนุญาตที่ออกโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีข้อความหรือสาระสำคัญตามที่ปรากฏในแบบใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และจะกำหนดข้อความอื่น หรือสัญลักษณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมด้วยได้
ข้อ ๑๖ ให้มีใบอนุญาตผลิต นำเข้า และส่งออกซึ่งวัตถุอันตราย สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์หรือแต่ละชื่อของวัตถุอันตราย และใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย สำหรับแต่ละสถานที่เก็บรักษาหรือแต่ละผลิตภัณฑ์หรือแต่ละชื่อของวัตถุอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ซึ่งออกตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออกวัตถุอันตรายแล้ว ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีเหตุอันควร พนักงานเจ้าหน้าที่จะใช้ดุลพินิจในการอนุญาตหรือกำหนดเงื่อนไขอย่างใด เพื่อประโยชน์ในการควบคุมวัตถุอันตรายและป้องกันอันตรายอันจะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ก็ได้
ข้อ ๑๘ ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายต้องจัดให้มี (๑) ที่อาบน้ำฉุกเฉิน ที่ล้างตาฉุกเฉินตามความจำเป็นและเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ เพื่อทำความสะอาดร่างกายขั้นต้นเมื่อสัมผัสกับวัตถุอันตราย (๒) เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตามความจำเป็นและเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน และต้องมีมาตรการสำหรับการดูแลรักษาเครื่องป้องกันอันตรายดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา (๓) เครื่องปฐมพยาบาลพร้อมทั้งคำแนะนำวิธีปฐมพยาบาลที่เหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ (๔) เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับป้องกัน ควบคุม ระงับหรือบรรเทาอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นตามความจำเป็นและเหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ และต้องมีมาตรการสำหรับการดูแลรักษาเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย นอกจากต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ยังต้องจัดให้มีห้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงานและห้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายพร้อมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับคนงานตามความจำเป็นและเหมาะสม
ข้อ ๑๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ซึ่งทำการขนส่งวัตถุอันตรายต้องจัดให้มี (๑) ยานพาหนะที่เหมาะสมและปลอดภัยในการขนส่งวัตถุอันตราย ในกรณีที่ต้องบรรทุกวัตถุอันตรายรวมกับสิ่งอื่น ต้องแยกวัตถุอันตรายไว้เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก โดยให้มีสิ่งห่อหุ้มเพื่อป้องกันมิให้วัตถุอันตรายหกหรือรั่วไหล ถ้าภาชนะบรรจุเกิดแตกหักหรือชำรุด ในกรณีที่มีการติดตรึงภาชนะเก็บวัตถุอันตรายกับตัวยานพาหนะ ถ้าเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องได้รับการตรวจสอบจากกรมการขนส่งทางบก ถ้าเป็นเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยต้องได้รับการตรวจสอบจากกรมเจ้าท่า (๒) สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแสดงคุณสมบัติของวัตถุอันตรายที่ทำการขนส่ง รวมทั้งคำว่า “วัตถุอันตราย” เป็นอักษรสีแดงเห็นได้ชัดเจน ติดไว้ข้างยานพาหนะทั้งสองข้าง (๓) เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะและอุปกรณ์สำหรับป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการหกหรือรั่วไหลของวัตถุอันตราย (๔) เอกสารแสดงข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุอันตรายที่ทำการขนส่ง เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในขณะที่ขนส่งในกรณีที่มีการขนส่งวัตถุอันตรายเกินหนึ่งพันกิโลกรัมหรือหนึ่งพันลิตร (๕) ผู้ขับขี่ยานพาหนะซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ทำการขนส่ง โดยผ่านการฝึกอบรมการป้องกันและระงับอันตรายจากวัตถุอันตราย (๖) บริเวณที่จอดยานพาหนะเพื่อการขนส่งต้องกว้างขวางเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือเป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของสาธารณชน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงขนาดของกิจการ ลักษณะของภาชนะบรรจุ ปริมาณ และวัตถุอันตรายที่ทำการขนส่ง ในกรณีที่มีการสูบถ่ายหรือแบ่งบรรจุวัตถุอันตรายในบริเวณที่จอดยานพาหนะ ต้องมีอุปกรณ์สูบถ่าย ระบบการป้องกันอันตรายจากการหกหรือรั่วไหล และระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสม บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การขนส่งวัตถุอันตรายที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ จากสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตรายต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีถังหรือบ่อพักสำหรับกักเก็บน้ำทิ้งจากการประกอบกิจการเพื่อรอการบำบัด หรือจัดสร้างระบบบำบัดน้ำทิ้งที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถบำบัดน้ำทิ้งให้มีลักษณะเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการระบายน้ำทิ้ง ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง (๒) จัดให้มีระบบกำจัดอากาศเสียจากการประกอบกิจการที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำให้อากาศที่ระบายออกมานั้นมีปริมาณของสารเจือปนไม่เกินกว่าค่าที่กำหนด ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกมา ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง (๓) การทำลายภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายรวมทั้งเศษเหลือของวัตถุอันตรายต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมกับวัตถุอันตราย และห้ามมิให้มีการทำลายสิ่งเหล่านั้นในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๒๑ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายมีหน้าที่จัดให้มีการศึกษา ทดสอบ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดจากวัตถุอันตราย เมื่อมีเหตุอันควร พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ผลิตหรือนำเข้าวัตถุอันตรายดำเนินการตามวรรคหนึ่งเพิ่มเติมได้ตามควรแก่กรณี
ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ซึ่งประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตดังกล่าว ให้ยื่นหนังสือพร้อมใบอนุญาตฉบับเดิมที่ได้รับอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายนั้น หรือหน่วยงานอื่นที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายประกาศกำหนด ทั้งนี้ การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อวัตถุอันตราย สูตรเคมี อัตราส่วน ลักษณะ และสูตรของวัตถุอันตรายจะกระทำมิได้ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นควรให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการตามวรรคหนึ่งได้ ให้บันทึกการแก้ไขเปลี่ยนแปลงลงในใบอนุญาต หรือออกหนังสืออนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือออกใบอนุญาตให้ใหม่ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ข้อ ๒๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ วอ. ๙ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายนั้น หรือหน่วยงานอื่นที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายประกาศกำหนด ให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาออกใบอนุญาตมาใช้บังคับแก่การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นควรให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้แสดงการต่ออายุใบอนุญาตไว้ในรายการท้ายใบอนุญาต หรือจะออกใบอนุญาตให้ใหม่ก็ได้
ข้อ ๒๔ การยื่นคำขอ การออกใบอนุญาต การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดำเนินการ ณ หน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายนั้น หรือหน่วยงานอื่นที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายประกาศกำหนด บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๕ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับซึ่งมีสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ หรือข้อ ๙ แห่งกฎกระทรวงนี้ หรือประกาศตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขปรับปรุงสถานที่ผลิตหรือสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงนี้ ภายในระยะเวลา ๕ ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และการขออนุญาต การอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๕ คำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตที่ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปได้ และในกรณีที่คำขอที่ยื่นไว้นั้นมีข้อแตกต่างไปจากคำขอตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป การกำหนดให้การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย และการขอต่ออายุใบอนุญาตที่กำหนดไว้เดิมไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การขออนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตให้สามารถขอผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตรายนั้น และปรับปรุงแบบคำขออนุญาต แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต และแบบใบอนุญาต ตลอดจนหลักเกณฑ์การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๖๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ คำขออนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย รวมถึงการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตที่ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปได้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๓๗ ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการยื่นคำขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ การขอและการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต รวมถึงการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมให้การดำเนินการดังกล่าวเหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)