ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณา และออกใบอนุญาตตามขั้นตอนและระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีคำขออนุญาตผลิตวัตถุอันตราย (ก) เมื่อได้รับคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบทำเลที่ตั้งของสถานที่ผลิต สถานที่เก็บรักษา เครื่องจักร ความถูกต้องของเอกสาร
และจัดทำรายงานการตรวจสอบภายในสามสิบวัน (ข) เมื่อได้ดำเนินการตาม (ก) แล้ว ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบวัน (ค) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบวัน ในกรณีไม่อนุญาตให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย (๒) กรณีคำขออนุญาตนำเข้า ส่งออก
หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย (ก) เมื่อได้รับคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบทำเลที่ตั้งของสถานที่เก็บรักษาความถูกต้องของเอกสาร และจัดทำรายงานการตรวจสอบภายในสิบวัน (ข) เมื่อได้ดำเนินการตาม (ก) แล้ว ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบวัน (ค) แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในสิบวัน
ในกรณีไม่อนุญาตให้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย ระยะเวลาตาม (๑) และ (๒) ให้นับตั้งแต่วันที่ผู้ยื่นคำขอได้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารและหลักฐานเพื่อการพิจารณาครบถ้วนแล้ว
แต่ไม่ให้นับระยะเวลาที่หน่วยงานที่พิจารณาคำขออนุญาตสั่งการให้ผู้ยื่นคำขอไปดำเนินการให้สมบูรณ์หรือระยะเวลาที่ต้องได้รับความเห็นชอบหรืออนุญาตหรืออนุมัติจากหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติกำหนดไว้
ข้อ ๔ จังหวัดใดมีการกำหนดเขตอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เขตนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานแล้ว
สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่มีเครื่องจักรตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าหรือมีคนงานตั้งแต่ห้าสิบคนหรือที่มีการใช้วัตถุอันตรายในการผลิตวันละห้าร้อยกิโลกรัมขึ้นไปต้องตั้งอยู่ในเขตดังกล่าว แต่ถ้าเขตนั้น ๆ มีขนาดไม่เพียงพอหรือมีสภาพที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการผลิตวัตถุอันตราย หรือจังหวัดใดยังไม่มีการกำหนดเขตดังกล่าว
จึงจะพิจารณาให้ตั้งสถานที่ผลิตวัตถุอันตรายนอกเขตดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงลักษณะของการประกอบกิจการ และคุณสมบัติของวัตถุอันตรายประกอบด้วย
ข้อ ๕ สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การขนส่งวัตถุอันตราย ไม่ก่อเหตุรำคาญ มลพิษ หรือผลกระทบใด ๆ ต่อแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและต้องไม่อยู่ในบริเวณ ดังต่อไปนี้ (๑) ภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน (๒)
ในเขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย หรืออาคารชุดพักอาศัย (๓) ในเขตศูนย์การค้า (๔) ภายในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากเขตสาธารณสถาน เช่น โรงเรียน หรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน หรือสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๖ สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องมีบริเวณพื้นที่ว่างโดยรอบอาคารเพื่อการควบคุมและป้องกันการเกิดอุบัติภัย โดยคำนึงถึงขนาด ลักษณะของการประกอบกิจการ และคุณสมบัติของวัตถุอันตรายประกอบด้วย
ข้อ ๗ อาคารผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารที่มีจำนวนชั้นมากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟนอกอาคารอย่างน้อยชั้นละหนึ่งแห่ง และต้องเป็นการติดตั้งที่ถาวร และมั่นคงแข็งแรง (๒) พื้นอาคารต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่กักขังน้ำหรือลื่น
อันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และต้องไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับวัตถุอันตราย ในกรณีมีการผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวต้องจัดทำรางระบายและบ่อพักขนาดที่เหมาะสมเพื่อการระบายและกักเก็บวัตถุอันตายที่อาจหกหรือรั่วไหล (๓)
วัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบกิจการตามขนาดและคุณสมบัติของวัตถุอันตราย รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของอัคคีภัย
ข้อ ๘ อาคารผลิตวัตถุอันตรายที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) อาคารต้องมั่นคงแข็งแรง เหมาะสมและมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายนั้น ๆ (๒) มีการระบายอากาศที่เหมาะสม โดยให้มีพื้นที่ประตู หน้าต่าง
และช่องลมรวมกันโดยไม่นับติดต่อระหว่างห้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ส่วนของพื้นที่ของห้องหรือมีการระบายอากาศไม่น้อยกว่า ๐.๕ ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ต่อคนงานหนึ่งคน (๓) มีบันไดที่มั่นคงแข็งแรงและมีลักษณะ ขนาด และจำนวนที่เหมาะสมกับอาคารและการประกอบกิจการ ขั้นบันไดต้องไม่ลื่นและมีช่วงระยะเท่ากันโดยตลอด
บันไดและพื้นทางเดินที่อยู่สูงจากระดับพื้นตั้งแต่ ๑.๕๐ เมตรขึ้นไปต้องมีราวที่มั่นคง แข็งแรง และเหมาะสม หากอาคารดังกล่าวมีจำนวนชั้นมากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟนอกอาคารอย่างน้อยชั้นละหนึ่งบันได ซึ่งต้องเป็นการติดตั้งที่ถาวร และมั่นคงแข็งแรง (๔) พื้นอาคารต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่กักขังน้ำหรือลื่น
อันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และต้องไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับวัตถุอันตราย ในกรณีมีการผลิตวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวต้องจัดทำรางระบายและบ่อพักขนาดที่เหมาะสมเพื่อการระบายและกักเก็บวัตถุอันตรายที่อาจหกหรือรั่วไหล (๕)
วัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบกิจการตามขนาดและคุณสมบัติของวัตถุอันตราย รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของอัคคีภัย (๖) มีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นสัดส่วน
ข้อ ๙ สถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่การขนส่งวัตถุอันตราย ไม่ก่อเหตุรำคาญ มลพิษ หรือผลกระทบใด ๆ ต่อแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หรือแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงปริมาณ คุณลักษณะ และสภาพของวัตถุอันตราย
รวมทั้งความปลอดภัยของภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายนั้นประกอบด้วย
ข้อ ๑๐ อาคารเก็บรักษาวัตถุอันตรายนอกจากจะต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับอาคารผลิตวัตถุอันตรายตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี ต้องมีลักษณะเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ อันตราย หรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม (๒)
ต้องมีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเฉพาะตามคุณสมบัติของวัตถุอันตราย มีขนาดและลักษณะเหมาะสมกับชนิดและปริมาณที่ขออนุญาต รวมทั้งมีบริเวณเพียงพอที่จะอำนวยความสะดวกแก่การขนย้ายวัตถุอันตรายเข้าออก (๓) อาคารที่มีความกว้างและความยาวด้านละตั้งแต่สามสิบเมตรขึ้นไป
ต้องมีผนังที่ทำจากวัสดุทนไฟกั้นตัดตอนโดยมีระยะห่างกันอย่างน้อยหนึ่งผนังทุก ๆ สามสิบเมตร เพื่อป้องกันการลุกลามของอัคคีภัย ความใน (๓) มิให้ใช้บังคับกับการมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายเพื่อการใช้รับจ้างการค้าปลีกวัตถุอันตรายที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค
หรือการใช้สอยวัตถุอันตรายส่วนบุคคล
ข้อ ๑๑ การเก็บรักษาวัตถุอันตรายในที่โล่งแจ้ง ต้องจัดให้มีการป้องกันการหกหรือรั่วไหลของวัตถุอันตรายที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ และสามารถควบคุมวัตถุอันตรายไม่ให้หกหรือรั่วไหลสู่ภายนอกได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ข้อ ๑๒ ภาชนะเก็บวัตถุอันตรายที่เป็นของเหลวที่มีปริมาณตั้งแต่สามหมื่นลิตรขึ้นไป ต้องมั่นคงแข็งแรงและเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่มีการติดตั้งภาชนะตามวรรคหนึ่งอยู่กับที่
หรือในกรณีที่มีการติดตั้งภาชนะเก็บวัตถุอันตรายดังกล่าวมากกว่าหนึ่งภาชนะโดยติดตั้งอยู่กับที่เป็นกลุ่ม มีปริมาณรวมกันตั้งแต่ห้าหมื่นลิตรขึ้นไป
เจ้าของภาชนะดังกล่าวต้องสร้างเขื่อนคอนกรีตโดยรอบให้มีขนาดที่สามารถกักเก็บปริมาณของวัตถุอันตรายได้ทั้งหมดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อป้องกันการหกหรือรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ข้อ ๑๓ ภาชนะเก็บวัตถุอันตรายที่เป็นก๊าซที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ (pressure vessel) ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการ โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๔ การนำเข้า การส่งออก หรือการนำผ่านวัตถุอันตราย หรือการดำเนินการอื่นใดต่อวัตถุอันตรายต้องคำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).